ริชาร์ด วูลฟ์ฟ - บทเรียนทั้งหลายในการพัฒนาเศรษฐกิจของจีน
Economic
Update: Lessons from China's Economic Development
https://youtu.be/ebz5xfXT1Ew?si=3sIgFNYo9Rs5-_Qs
ขอต้อนรับเพื่อนๆทั้งหลายสู่อีกตอนหนึ่งของรายการ “เศรษฐกิจ ทันโลก,”
รายการรายสัปดาห์ที่ได้อุทิศให้แก่มิติทั้งหลายทางเศรษฐกิจของชีวิเราทั้งหลายและเหล่าผู้ที่เป็นลูกหลานของเรา.
ผมเป็นเจ้าภาพ, ริชาร์ด วูลฟ์ฟ. (Welcome
friends to another edition of ‘Economic Update,’ a weekly program devoted to
the economic dimensions of our lives and those of our children. I’m your host,
Richard Wolff.)
ก่อนที่เราจะได้เริ่มต้น, ผมต้องการที่จะเตือนจำพวกคุณว่าเพื่อนของผม, ศาสตราจารย์ชาฮัม
อะซาร์แห่งมหาวิทยาลัย บัคเนลล์, ที่เขาและผมจะเปิดการสอนอีกหลักสูตรหนึ่งเป็นเช่นส่วนหนึ่งของโครงการด้านการศึกษาฝ่ายซ้าย
เกี่ยวกับวิกฤตการณ์ร่วมสมัยของทุนนิยม. นี้เป็นหลักสูตรเข้มข้นสองสัปดาห์.
มันเริ่มต้นในวันที่ 8 กรกฎาคม และจะถูกสำรองไว้สำหรับกับช่วงถาม/ตอบ ที่ตอนท้ายเกี่ยวกับเนื้อหาที่ครอบคลุมหลักสูตร.
กรกฎาคม ที่ 22, เราจะ มาสำรวจและนิยามว่า 'ทุน' ในมุมมองของมาร์กซิสต์ (Marxist capital) สามารถอธิบายสิ่งใดได้บ้างที่เศรษฐศาสตร์กระแสหลัก
(Mainstream economics) ไม่สามารถอธิบายได้เกี่ยวกับวิกฤตการณ์ของทุนนิยม. (Before we started, I wanted to
remind you that my friend, Professor Shaham Azar of Bucknell University, that
he and I will be teaching another course as part of the left education project1 about the crisis of
contemporary capitalism. This is a two-week intensive course. It begins on July
8th and there will be a reserved uh Q&A session at the end on
the material covered in the course. July 22nd, we will be exploring
and defining what Marxist capital can explain that mainstream economics cannot
about capitalism’s crisis.)
1 โครงการ
The Left Education Project เกี่ยวกับ The Crisis of Contemporary Capitalism คือโครงการส่งเสริมการศึกษาเชิงวิพากษ์ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่ออธิบายและทำความเข้าใจวิกฤตของระบบทุนนิยมในปัจจุบันผ่านมุมมองฝ่ายซ้าย
โครงการนี้เน้นวิเคราะห์ความล้มเหลว โครงสร้างการกดขี่
และความเปราะบางของระบบทุนนิยมเสรีนิยมใหม่ (Neoliberalism) [1, 2, 3]
นี่คือสรุปประเด็นหลักพร้อมคำแปลเปรียบเทียบในบริบทของแนวคิดนี้:
1. วิกฤตการณ์ของระบบทุนนิยมในปัจจุบัน (The
Crises of Contemporary Capitalism)
นักวิชาการฝ่ายซ้ายระบุว่าทุนนิยมในศตวรรษที่
21
กำลังเผชิญวิกฤตซ้อนทับหลายประการ:
- วิกฤตความเหลื่อมล้ำทางชนชั้น
(Class
Inequality): ทุนนิยมยุคโลกาภิวัตน์สร้างอภิมหาเศรษฐีเพียงหยิบมือ
แต่ทิ้งให้ชนชั้นแรงงานเผชิญความไม่มั่นคงในการทำงาน (Precariat)
- วิกฤตทางการเงิน
(Financialization): ระบบเศรษฐกิจถูกครอบงำโดยภาคการเงินและการหากำไรระยะสั้น
แทนที่จะเป็นการผลิตสินค้าและบริการที่แท้จริง
- วิกฤตเชิงโครงสร้างและการกดขี่
(Structural
Crisis): ระบบทุนนิยมขับเคลื่อนด้วยการแสวงหากำไรสูงสุด
(Profit Maximization) ทำให้เกิดการผูกขาดและการเอารัดเอาเปรียบ
ซึ่งถือเป็น "ข้อบกพร่องที่ฝังรากลึก" (Systemic
contradictions) ของระบบ
2. บทบาทของ "การศึกษา" ในระบบทุนนิยม
- การผลิตแรงงานให้เป็นสินค้า
(Commodification): ระบบการศึกษามักถูกออกแบบมาเพื่อรับใช้ระบบทุนนิยม
โดยเน้นผลิตแรงงานที่ยอมจำนนต่อระบบ
- การแปรรูปการศึกษา
(Privatization): การเปลี่ยนมหาวิทยาลัยหรือโรงเรียนให้เป็นธุรกิจหรือตลาดซื้อขาย
โดยเน้นผลกำไรและการสร้างทักษะเพื่อป้อนนายทุน
มากกว่าการสร้างความตื่นรู้ทางสังคม
3. เป้าหมายของโครงการ (Project's
Objective)
โครงการด้านการศึกษาฝ่ายซ้าย (เช่น
โครงการอย่าง Marxist
Education Project หรือ Left Forum) มีจุดมุ่งหมายเพื่อ:
- เปิดโปงโครงสร้างทุนนิยม:
ให้ผู้คนเข้าใจถึงรากเหง้าของความยากจน ความเหลื่อมล้ำ และการกดขี่ที่แท้จริง
- สร้างจิตสำนึกใหม่:
เพื่อขับเคลื่อนสังคมไปสู่ระบบเศรษฐกิจที่เท่าเทียมและเป็นธรรมมากขึ้น
ที่จะค้นหาเพิ่มเติมมากกว่านี้, ที่จะลงทะเบียนเข้าร่วมและอะไรอื่นทั้งหลาย,
ได้โปรดไปที่เว็บไซต์ของเรา, democracyatwork.info/classesง ผมด้วยเช่นกันยังต้องการเตือนจำพวกคุณว่าเวลากำลังวิ่งหมดลงไปที่คุณจะได้หนังสือล่าสุดพร้อมลายเซ็นของเรา,
“ความเข้าใจในทุนนิยม,” อะไรประเภทสหายร่วมเคียงกับโครงการเหล่านี้. เอ่อ. มันบรรจุไว้ด้วยข่าวสารส่วนตัวแลพะลายดเซ็นจากผม.
มันเป็นการพยายามเพิ่มทุนของเรา. มันจะสิ้นสุดลงหลังฤดูร้อนนี้และมันจะสร้างหนทางสำหรับหนังสือเล่มใหม่
เอ่อ ดังที่เรากำลังจะตีพิมพ์เกี่ยวกับชีวิตของผมและการพัฒนาลัทธิมาร์กซ์แบบอเมริกัน.
(To find out more, to register and so on, please go to our website,
democracyatwork.info/classes. I also want to remind you that time is running
out to get your signed copy of our latest book, ‘Understanding Capitalism,’ a
kind of companion to these programs. Uh, it contains a personalized message and
signature from me. It is a fundraising effort. It will end later this summer
and it will make way for a new book uh as we are publishing about my life and
the development of American Marxism.)
โปรดกรุณาจำไว้ว่าด้วยการกด like, กด ติดตาม-subscribe
และกดshare วิดีโอนี้ให้กับคนอื่นๆ,
คุณกำลังเป็นหุ้นส่วนกับเราในการเติมเพิ่มและสร้างความอุดมของบทสนทนาในอเมริกาเกี่ยวกับอนาคตของมันและในโลก
เพราะว่าโลกเองด้วยเช่นกันก็กำลังทำงานอยู่กับอนาคตของมันดังเช่นที่เราพูดคุยกันนี้.
(Please remember that by liking, sub subscribing and sharing this
video with others, you are partnering with us in adding to and enriching the
conversation in America about its future and in the world because the world too
is working on its future as we talk.)
รายการวันนี้เป็นหัวข้อเดี่ยวอันหนึ่ง.
ผมเรียกมันมันว่าเป็นบทเรียนทั้งหลายจากการพัฒนาของจีน จากความยากจนสุดลึกสู่ความทรงอิทธิพลทางเศรษฐกิจโลก.
มันเกี่ยวกับจีนและผมกำลังเริ่มต้นกด้วยข้อเท็จจริงเล็กๆที่ไม่ได้รู้จักกันดีถึงแม้ว่ามันควรที่จะเป็น
เพราะว่าในหนทางของมัน ในแง่หนึ่ง
มันเป็นการสรุปสิ่งที่เรากำลังจะคุย/ทำความเข้าใจกันในรายละเอียดกับพวกคุณเพื่อที่เราทั้งหมดจะได้เข้าใจดียิ่งขึ้น
ความท้าทายที่สำคัญและลึกซึ้งที่สุดเพียงหนึ่งเดียวต่อจักรวรรดิอเมริกาที่มีอยู่ในปัจจุบัน
นั่นก็คือ สาธารณรัฐประชาชนจีน.
(Today’s program is
on a single topic. I call it the lessons from China’s development from the
depths of poverty to global superpower economy. It’s about China and I’m going
to begin with a little fact that is not well known although it should be
because in a way it summarizes what I’m going to go through in some detail with
you so we all understand better the single most profound challenge to the
American empire that now exists and that is the people’s republic.)
สาธารณรัฐของจีน.ดังนั้น,
นี่คือข้อเท็จจริงเล็กๆเกี่ยวกับในวันนี้. พวกคุณทั้งหมดก็รู้, ผมแน่ใจ, เกี่ยวกับบริษัทรถยนต์หรูเยอรมันที่มีชื่อเสียงรู้จักกันดีในนาม
เมอร์ซิเดส เบนซ์. ทั่วโลก, รถยนต์ของบริษัทนี้คือป้ายเครื่องหมายของความหรูหราและความีหน้ามีตาทางสังคมและความมั่งคั่ง.
กว่าหลายปีที่ผ่านมา, มันได้เป็นผู้เล่นตัวสำคัญที่ขาดไม่ได้ของเศรษฐกิจเยอรมัน
จนกระทั่งไม่นานมานี้. กว่าหลายปีที่ผ่านมา, มันกลายเปฌ็นรถยนต์อันสำคัญที่นี่ในสหรัฐอเมริกา.
(Public of China. So, here’s
a little fact about today. All of you know, I’m sure about the famous German
luxury automobile company known as Mercedes Benz. Around the world, its cars
are signs of luxury and prestige and wealth. Over the years, it has been a
crucial player in the German economy as it carried the European economy until
recently. Over the years, it became an important automobile here in the United
States.)
ย้อนกลับไปปี
1997, บริษัทเมอร์ซิเดส เบนซ์ได้ตัดสินใจที่จะสร้างโรงงานผลิตที่นี่ในสหรัฐอเมริกา.
และมันได้ทำเช่นนั้นที่มลรัฐอลาบามา, ใช้เงินไป 7 พันล้านดอลลาร์,
เป็นเงินก้อนโต, กระทั่งมหึมายิ่งกว่าที่มันจะเป็นจำนวนในตอนนี้. แล้วในปี 2006
มันได้สร้างสถานประกอบกิจการแห่งที่สอง. รายนี้ที่ในเซาท์ แคโรไลนา. โอเค.
ดังนั้น, มันเป็นบริษัทระดับโลกที่มีฐานอยู่ที่เยอรมนี และโตในแง่ของบทบาทด้านนี้ในสหรัฐอเมริกา.
ใครคือผู้ถือหุ้นส่วนแบ่งใหญ่ที่สุดของบริษัทเมอร์ซิเดส เบนซ์รึ? (Back in 1997, the Mercedes Benz
company decided to build a factory here in the United States. And it did so in
the state of Alabama, spending $7 billion, an enormous amount of money, even
more enormous then than that would number would be now. Then in 2006 it built a
second manufacturing facility. This one in South Carolina. Okay. So, it is a
global company based in Germany and big in terms of its footprint here in the
United States. Who is the largest shareholder of the Mercedes Benz company?)
คำตอบ. คือ BAIC
Corporation, เป็นเจ้าของโดยรัฐ, รัฐวิสาหกิจดำเนินการโดยสาธารณรัฐ
ประขาขนจีน. ร่วมกันกับบริษัทที่สอง, Gili,
เป็นบริษัทจีนด้วยเช่นกัน. จีนเป็นเจ้าของ โดยตอนนี้เจ้าของที่ใหญ่ที่สุดของดเมอร์ซิเดส
เบนซ์ และด้วยกันทิ้งสองเหล่านี้มีอยู่ราว 20% ของการเป็นเจ้าของหุ้นทั้งหลาย.
ทำไมนี้ถึงเป็นเรื่องสำคัญ? มันเป็นเรื่องสำคัญเพราะว่ามัน มาตรวัดที่แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจของจีนเติบโตและพัฒนาไปไกลขนาดไหน
ซึ่งลึกซึ้งกว่าแค่ตัวเลขทางสถิติ (เช่น GDP) ทั่วไปที่เรามักได้ยินกัน. (Answer. The BAIC Corporation2, a state owned an operated
company in the People’s Republic of China. Together with a second company,
Gili, also a Chinese company. Chinese ownership is by far the largest owner of
Mercedes Benz and together these two have about 20% of the stocks the ownership.
Why is this important? It’s important because it’s a measure of how far the
Chinese economy has come far beyond the kinds of the statistics you hear.)
2 BAIC
Corporation (หรือชื่อเต็มคือ Beijing
Automotive Group) คือหนึ่งในกลุ่มบริษัทผลิตรถยนต์รัฐวิสาหกิจที่ใหญ่ที่สุดของจีน
ก่อตั้งขึ้นในปี 1958 และมีสำนักงานใหญ่ในกรุงปักกิ่ง
โดยเป็นผู้ผลิตรถยนต์
และยังเป็นพาร์ทเนอร์คนสำคัญที่ผลิตรถยนต์ให้แบรนด์ระดับโลกอย่าง Mercedes-Benz
อีกด้วย
กลุ่มธุรกิจหลักของ BAIC แบ่งออกเป็นหลายด้าน ได้แก่:
- รถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถยนต์ไฟฟ้า:
มีแบรนด์ในเครือ เช่น BAIC Motor, BAIC BJEV (เน้นรถยนต์ไฟฟ้า)
และ Arcfox (รถสปอร์ตไฟฟ้าระดับพรีเมียม)
- รถยนต์อเนกประสงค์
(SUV): ผลิตรถยนต์ตระกูล Beijing เช่น Beijing
BJ90 ซึ่งนำเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มมาจาก Mercedes-Benz มาปรับใช้
- ความร่วมมือกับแบรนด์ต่างชาติ:
เป็นเจ้าของกิจการร่วมค้า (Joint Ventures) ที่สำคัญอย่าง Beijing
Benz และ Beijing Hyundai
นอกจากฐานการผลิตหลักในประเทศจีน
บริษัทยังมีการทำตลาดและขยายการลงทุนไปในหลายประเทศทั่วโลก
รวมถึงการจดทะเบียนตั้งบริษัทตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยในชื่อ BAIC (Thai)
Group เพื่อดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์นำเข้า
ขอผมถามคุณให้คิดเกี่ยวกับว่าอะไรที่ผมเพิ่งได้บอกกับคุณไป.
เมื่อเร็วๆนี้กฎหมายหนึ่งได้ถูกนำเสนอใน สภาคองเกรส
และนั่นคือที่จะปฏิเสธการเข้าถึงเศรษฐกิจอเมริกันของบริษัทรถยนต์ใดๆ ตามที่อ้างกันหรือไม่อ้างถึงคือการที่มีถือหุ้นส่วนใหญ่ในบริษัทนั้น.
นี้เป็นการพยายามของสหรัฐอเมริกาที่จะปกป้องอุตสาหกรรมทั้งหลายของมัน
เพราะว่าพวกเขาไม่สามารถแข่งขันกับจีนได้. นั่นคือความสัจจริง. (Let me ask you to think about
what I just told you. Recently legislation was introduced in the Congress and
that to deny access to the American economy of any automobile company that has
quote, unquote significant Chinese ownerships. This is the effort of the United
States to protect its industries because they cannot compete with the Chinese.
That’s the truth.)
15 ปีก่อน,
การแข่งขันในหมู่บริษัทยานยนต์ทั้งหลายได้เริ่มต้นขึ้น. ทุกคนสามารถมองเห็นอนาคตของรถยนต์และรถบรรทุกที่ใช้ไฟฟ้าได้.
ทุกบริษัทรถยนต์รู้ว่าสักวันหนึ่งเครื่องยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงนี้ก็จะจบสิ้น
หรือมีจำนวนลดน้อยลงไปในที่สุด. การแข่งขันได้เริ่มต้น. GM, Ford,
Toyota, คุณเอ่ยชื่อมาได้เลยในตอนนี้การแข่งขันได้จบแล้ว.
มีความกระจ่างชัดถึงผู้ชนะและมีผู้แพ้ตัวโตๆทั้งหลาย. ใครเป็นผู้ชนะรึ?
ใครที่ได้คิดออกมาได้ว่าว่าจะผลิตรถยนต์และรถบรรทุกไฟฟ้าที่คุณภาพสูงที่สุด,
ราคาถูกที่สุดได้อย่างไร? (15
years ago, a competition among automobile companies began. Everyone could see
that the future is electric cars and trucks. Every car company knew that the
days of the gas combustion engine were over or numbered at least. The
competition began. GM. Ford, Toyota, you name it. Now the competition is over.
There’s a clear winner and there are big losers. Who’s the winner? Who has
figured out how to produce the highest quality, lowest price electric cars and
trucks?)
คำตอบ: บริษัทยานยนต์ทั้งหลายของจีน. อย่างจำเพาะเจาะจง, ก็คือบริษัท BYD. อักษรย่อ 3 ตัว ที่ยืนเป็นความหมายในภาษาอังกฤษ. Build Your Dream - สร้างความฝันของคุณ.
นั่นคือความหมายอะไรของมัน. BYD Corporation.ก็มีกำแพงภาษีสินค้านำเข้าเอากับพวกเขาในประเทศนี้.
มันเป็นในช่วงที่การเป็นประธานาธิบดีวาระแรกของ มร.ทรัมป์ ในราว 27%. มร.ไบเด็นได้ขึ้นมันมาเป็น 100%.
และคุณก็รู้อีกครั้งว่าอะไรที่มันหมายถึง. ถ้ารถยนต์ราคา 30,000 ได้ขนมาโดยเรือจากจีน,
ดังนั้น, คุณต้องการที่จพะซื้อมัน, คุณก็จ่าย 30,000 ไปที่จีน, รถยนต์ก็มาถึงท่าเรือที่นี่ในแคลิฟอร์เนียหรือนิวยอร์ค.
แต่ถ้าคุณต้องการจะพหยิบเอารถยนต์ขึ้นมาเพราะว่าคุณได้จ่ายดเงอินไปแล้ว 3
หมื่นดอลลาร์เพื่อซื้อมัน, คุณจำเป็นต้องให้ลุงแซมอีก 100% ก็คืออีก 3 หมื่นเพื่อได้รถยนต์นั้นมาเป็นเจ้าของ.
มันก็ทำให้คุณต้องจ่ายเงินไป 60,000 ดอลลาร์.
(Answer: Chinese automobile companies. In particular, the
BYD company. Three initials, all standing for English words. Build your dream.
That’s what it means. The BYD Corporation. There’s a tariff against them in
this country. It was during Mr. Trump’s first presidency about 27%. Mr. Biden
raised it to 100%. And you know again what that means. If the car costs 30,000
shipped from China, so, you want to buy it, you pay 30,000, go to China, car
comes to the docks here in California or New York. But if you want to pick the
car up because you paid the 30 grand to get it, you’ve got to give Uncle Sam
100% another 30 grand to get that car into your own hands. It would cost you
$60,000.)
คุณไม่ทำเช่นนั้น.
มันพำงเกินไป. คุณก็ไปและซื้อรถยนต์และยานยนต์ไฟฟ้าที่ดีน้อยลงไปกว่า เพราะว่าคุณสามารถซื้อมันได้ในราคาราว
4 หรือ 5 หมื่นดอลลาร์ ที่ผลิตโดยใครบางรายอื่น. ในขณะเดียวกัน, ทั่วโลก,
ผู้แข่งขันทั้งหลายทั้งหมดต่อสหรัฐอเมริกาต่างสามารถที่จะซื้อBYDได้โดยปราศจากกำแพงภาษี 100%, บางทีสำหรับ 3 หมื่น,
บางทีกับกำแพงภาษีนำเข้าอีกเล็กน้อย. แคนาดา เพิ่งลดกำแพงภาษีสินค้านำเข้านี้ลง.
เดิมพวกเขามีกำแพงภาษีที่ 100% เหมือนสหรัฐอเมริกา,
แต่เพราะว่าแคนาดาไม่ได้เล่นเกมกับสหรัฐอเมริกาอีกต่อไป, แคนาดาจึงลดกำแพงภาษีนำเข้านี้ลงไปเหลือแค่
6%. (You don’t do that. It’s too expensive. You
go and get a less good electric car and vehicle because you can get it for 40
or $50,000 made by somebody else. Not as good, but you’re
saving money. Meanwhile, around the world, all the competitors of the United
States are able to get BYD without a 100% tariff, maybe for 30 grand, maybe a
small tariff. Canada just lowered the tariff. They had it at 100% like the
United States, but because Canada isn’t playing games with the United States
anymore, it lowered the tariff from 100% to 6%.)
นั่นถูกเรียกได้ว่าค่อนข้างต่ำ.
รถยนต์BYDกำลังมายังแคนาดาดังที่ผมพูด.
การปกป้องคืออะไรที่คุณทำเมื่อคุณไม่สามารถสู้การแข่งขันได้. เมื่อคุณไม่สามารถคาดคิดออกมาได้ว่าจะเอาชนะพวกเขาได้อย่างไร,
คุณคัดแยกพวกเขาออกไป. นั่นไม่ได้เป็นการก้าวหน้าสำหรับสหรัฐอเมริกา. ทุกคนในโลกกำลังใช้รถยนต์และรถบรรทุกไฟฟ้าทั้งหลายจากจีน.
และพวกเขาก็กำลังที่จพะออกไปจากการแข่งขันกับประเทศนี้เพราะรถบรรทุกทั้งหลายนั่นที่พวกเขาซื้อมาใช้,
รถภยนต์เหล่านั้นที่พวกเขาซื้อมาใช้มีคุณภาพที่ดีกว่าอะไรที่ผู้ประกอบการอเมริกันทั้งหลายผลิตมาขายและ
และคนอเมริกันก็สามารถได้มันในราคาที่ต่ำกว่าที่บริษัทอเมริกันทั้งหลายต้องจ่าย.
คุณรู้ไหมว่านั่นแปลความหมายว่าอย่างไร?
(That’s called quite a lowering. BYD cars are arriving in
Canada as I speak. Protection is what you do when you can’t compete. When you
can’t figure out how to beat them, you exclude them. That’ not an advance for
the United States. Everyone in the world is using electric cars and trucks from
China. And they’re going to out compete this country because those trucks they
buy, those cars they buy are better quality than what Americans manufacturers
and American can get at a lower price than American companies have to pay. You
know what that translates into?)
การสูญเสียในตลาด,
ที่เป็นอะไรซึ่งเรากำลังทำอยู่. และเรากำลังทำมันเพราะว่าเรากำลังสูญเสียอย่างช้าๆด้วยกำแพงภาษีสินค้านำเข้านั้นๆ?
เพราะว่าเราหวาดกลัวอย่างเลวร้ายว่าเราจะแพ้ไปอย่างรวดเร็ว ถ้าเราไม่มีกำแพงภาษีสินค้านำเข้า,คุณรู้อะไรมั้ย?
นั่นเป็นเครื่องหมายของระบบที่เสื่อมสลาย, เศรษฐกิจที่กำลังฝล่มสลสย.
นั่นคือทำไมที่ผมกำลังพูดคุยกับคุณถึงเรื่องจีน. (Losing
in the market, which is what we are doing. And we’re doing it because we’re
losing slowly with a tariff? Because we’re terribly afraid of losing quickly.
If we don’t have a tariff, you know what? That’s a sign of a declining system, declining
economy. That’s why I’m talking to you about China.)
เรามาเริ่มต้นกัน.
จีนในคำพูดทั้งหลายของผู้นำปัจจุบันของตน กำลังอุบัติขึ้นหลุดพ้นจาก 100
ปีของความอัปยศถูกดูหมิ่น. พวกเขาหมายความถึงอะไร? โดยพื้นฐานแล้ว, พวกเขาหมายถึงร้อยปีจาก
1850 ถึง 1950. ในร้อยปีทั้งหลายเหล่านั้น, จีนได้ถูกรุกรานคุกคามเพิ่มขึ้นจากความพยายามทั้งหลายในแบบเชิงล่าอาณานิคมของชนยุโรป.
ในช่วงเวลานั้นเองที่ดินแดนส่วนแยกถูกแย่งชิงไปโดยประเทศต่างๆ ในยุโรป.
หลายส่วนของจีนได้ถูกยึดเอาไปโดยพวกเขา. พวกเขา,
ได้สร้างบ้านทั้งหลายที่นั่น. พวกเขาได้สร้างบริษัททั้งหลายที่นั้น. มันได้อยู่ในจีน.
พวกดเขาไม่ได้ยึดครองไปทั่วประเทศจีนใหเหนทางที่, ตัวอย่างเช่น,
ที่พวกเขาได้ทำกับอินเดีย. แต่พวกเขาก็ได้ถูกการคุกคามรุกล้ำ. (Let’s begin. China in the
words of its current leader is emerging from 100 years of humiliation. What do
they mean? Basically, they mean the hundred years from 1850 to 1950. In those
hundred years, China was increasingly encroached upon by European coronial
efforts. It was in that period of time that enclaves were snatched by a by uh
European countries. Parts of China were taken by them. They, they built houses
there. They built companies there. It was in China. They didn’t take over all
of China the way, for example, they did for India. But they were encroaching.)
จีนได้แพ้สงคราม, ที่เรียกกันว่ากบฏนักมวย กลายเป็นถูกท่วมท้นเต็มไปด้วยความยากจน,
ด้วยวิกฤตการณ์ฝิ่น อะไรที่เหมือนกับว่าไม่เคยได้เห็นอะไรเช่นนี้เกิดขึ้นในประเทศอื่นๆของโลกมาก่อน.
ความยากจนบนมาตรส่วนที่เพื่อจะเข้าใจได้, คุณควรจะต้องไปเอาหนังสือนิยายอันน่าจดจำกันไว้ของมิชันนารีเพิร์ล
เอส. บั้คได้เขียนเอาไว้ชื่อ “ทรัพย์ ในดิน,”ที่ซึ่งคุณจเรียนรู้ถึงความยากจนอย่างลึกของจีน
ที่คุณจริงแล้วแทบจะไม่สามารถจินตนการไปถึงได้เลย. (China lost the war, the so-called
boxer rebellion3.
China became overrun with poverty, with opium crisis the likes of which no
other world country has ever seen. Poverty on a scale that in order to
understand, you’d have to go get the American missionary Pearl S. Buck’s remarkable
book, ‘The Good Earth,’ in which you will learn about the depth of Chinese
poverty that you really can hardly imagine.)
3 กบฏนักมวย
(Boxer Rebellion) หรือที่รู้จักกันในชื่อ ขบวนการอี้เหอถวน คือ
การลุกฮือครั้งใหญ่ในจีนช่วงปลายศตวรรษที่ 19 (ค.ศ. 1899–1901)
โดยชาวบ้านและกลุ่มสมาคมลับที่ต่อต้านชาวต่างชาติ คริสต์ศาสนา
และการล่าอาณานิคมของชาติตะวันตก [1, 2,
3]
เหตุการณ์นี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในประวัติศาสตร์จีน
มีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:
- ที่มาของชื่อ
"นักมวย": ชาวตะวันตกเรียกกลุ่มนี้ว่า
"Boxers"
เนื่องจากสมาชิกสมาคมนิยมฝึกศิลปะการต่อสู้แบบจีน (คล้ายมวย)
โดยมีความเชื่อเรื่องคาถาอาคมและอยู่ยงคงกระพัน
- สาเหตุการกบฏ:
ความไม่พอใจที่ชาติตะวันตกเข้ามาแทรกแซงกิจการภายใน ขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจ
และเผยแผ่ศาสนาคริสต์จนกระทบกระเทือนวัฒนธรรมดั้งเดิมของจีน
- จุดเปลี่ยนสู่สงคราม:
เดิมทีราชวงศ์ชิงพยายามปราบปราม
แต่ต่อมาพระนางซูสีไทเฮาเห็นเป็นโอกาสในการขับไล่ชาติตะวันตก
จึงหันมาสนับสนุนกลุ่มนักมวยให้โจมตีชาวต่างชาติและสถานทูตในกรุงปักกิ่ง
- ศึกพันธมิตรแปดชาติ:
ชาติตะวันตกและญี่ปุ่น (อังกฤษ, รัสเซีย,
เยอรมนี, ฝรั่งเศส, สหรัฐอเมริกา, ญี่ปุ่น, อิตาลี
และออสเตรีย-ฮังการี)
ได้ร่วมมือกันส่งกองทัพเข้ายึดกรุงปักกิ่งและปราบปรามกลุ่มกบฏจนราบคาบ
ศักดินานิยม, ระบบจีนเก่าแก่ได้เลือนหายไปกจากร้อยปีทั้งหลายเหล่านั้น. ทุนนิยมได้เข้ามาแทน.
แต่ปรากฏว่าสิ่งที่น่าสนใจมากที่สุดก็คือทุนนิยมและต้องพัฒนาในสภาพแวดล้อมที่สิ่งทั้งหลายไม่ได้ไปอย่างรวดเร็ว
หรือเอาละ,อย่างมีพลังอำนาจเต็มเปี่ยม, ตัวอย่างก็คือบริเทนที่ได้ครอบครองมีอิทธิพลเหนือเศรษฐกิจจีนเหมือนอินเดีย,
ตัวอย่างคือ, พวกเขาได้บังคับทำสัญญาเช่า ระยะเวลา 99 ปี
เหนือมหานครฮ่องกงที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง(ทางการค้า), ที่บริเทนได้ยึดครองมาตลอดทศวรรษที่
20 ทั้งหมด. 99 ปีของศตวรรษนั้น, มีเพียงกลายเป็นส่วนหนึ่งของจีนอีกครั้งเท่านั้น
เมื่อการเช่านั้นหมดอายุสัญญาลงที่ตแอนปลายของทศวรรษที่ 20. (Feudalism,
the old Chinese system faded over those hundred years. Capitalism got going. But
apparently the most interesting was that the capitalism was crude and weak and
had to develop in an environment where things didn’t go quickly or well so
powerful for example were Britain and dominating this Chinese economy like
India but, for example, they imposed a lease a 99 year-lease on the immensely
Important city of Hong Kong, which Britain took over for the entirely of the 20th
century, the 99 years of that century, only became part of China again when
that lease expired at the end of the 20th century.)
จีนได้ตัดสินใจมุ่งมั่นแล้ว. แต่ที่น่าสนก็คือเพื่อที่จะพังทะลายออกมาจากความยากจนของตน,
จากร้อยปีของการยอมจำนวนที่น่าอับอาย, มันได้จำเป็นต้อแงการการดเคลื่อนไหวมหาศาลของประชาชนส่วนใหญ่,
ชาวนาทั้งหลาย, แต่จากชนชั้นใหม่ที่กำลังเติบโตและมากอิทธิพล, นั่นคือชนชั้นแรงงาน/ชนชั้นกลาง.
ในความอ่อนแรงช่วงเริ่มต้นของทุนนิยมที่มีเพียงของสองสามเมืองใหญ่เหมือนเช่นเซี่ยงไฮ้.
และมันและมันก็ได้สิ่งนั้นมา แต่มันกลับได้มาด้วยวิธีที่น่าทึ่งและไม่ธรรมดา. (China
was determined. But the interesting was in order to break out of its poverty, of
its hundred years of humiliating subordination, it needed a mass movement of
the majority of people, farmers, but of a growing and
powerful new class, the working class. In the weak early capitalism of a few
cities like Shanghai. And it got that but it got it in a remarkable and unusual
way.)
พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน, มีกลุ่มนักคิดปัญญาชนเพียงหยิบมือเดียวในตอนแรก,
ได้เข้าใจภายใต้ความเป็นผู้นำของเหมา เจ๋อตุง, ว่ามันต้องนำมาร่วมด้วยกันของชนชั้นทำงานใหม่ในเขตเมืองทั้งหลาย,
เล็กๆ, กับทะเลกว้างใหญ่ของชนชั้นชาวนาทั้งหลาย.
พรรคคอมมิวนิสต์ทั้งหลายไม่ได้ทำการจัดรวมองค์กรประเภทนั้น.
พวกเขาได้เพ่งเน้นยิ่งขึ้นกับอุตสาหกรรมและเขตเมืองยิ่งกว่าเกษตรกรรมและชนบท.
และเช่นนั้นเอง, คอมมูนอิสต์จีนได้พังทลายออกไปและได้จัดรวมองค์กรจากทั้งสอง.
มีเวลาหนึ่งที่จะช่วยกันกำจัดศักดินาเก่าที่ยังหลงเหลืออยู่ของจีน และที่จะต่อสู้ดับพวกทุนนิยมใหม่ทั้งหลาย.
พวกเขาทำงานร่วมกัน. ผู้ทุนนิยม, ผู้คอมมิวนิสต์,
และชาวนาทั้งหลายและแรงงานทั้งหลาย พวกเขาได้จัดรวมองค์กรเข้าด้วยกัน ต่อต้านญี่ปุ่นผู้ที่ได้บุกรุกจีนในปี
31 และอยู่มาจนกระทั่ง 1945. และแล้วพวกเขาก็มาแตกแยกออกจากกัน,
ได้มีสงครามกลางเมือง, และในปี 1950, พรรคคอมมิวนิสต์ก็ได้ชัยชนะและเข้าครองเหนือประเทศจีน.
เราได้มาถึงจุดจบของครึ่งแรกนี้. (The
Communist Party of China, a handful of intellectuals at first, understood under
the leadership of Mao, that it had to bring together a new working class in the
urban areas, small, with a vast sea of peasants. Communist parties hadn’t done
that kind of organizing. They had focused more on industry and urban than on
agriculture and rural. And so, the Chinese Communist Party broke away and
organized the two. It had one time to help overthrow the old feudal leftover of
China and to fight with the new capitalists. They work together. The
capitalist, the communists, and the peasants and workers they organized against
the Japanese who invaded China in 31 and stayed until 1945. And then they broke
apart, had a civil war, and in 1950, the Communist Party won and took over China.
We’ve come to the end of the first half.)
ในครึ่งที่สอง,
เรากำลังจะไปยัง อะไรที่จีนได้ทำและย่างไรที่ได้มาถึงจุดที่มันเป็นในตอนนี้
พลังมหาอำนาจการประกวดประชันขันแข่ง. (In the second half, we’re going
to go through what China did and how to get to the point that it is now the
great contesting superpower.)
ก่อนที่เราจะกระโจนเข้าไปสู่ครึ่งที่สองของการแสดงในวันนี้,
ผมต้องการที่จะขอบคุณความใจกว้างของพวกคุณต่อความพยายามระดมทุนของเรา เอ่อ ในปีนี้
และพิเศษจำเพาพะในสองสามเดือนสุดท้ายที่ผ่านมา. และในส่วนของการตอบสนองต่อการนั้น
เรากำลังยืดขยายการวางจำหน่ายหนังสือ “ความเข้าใจในทุนนิยม”ในรุ่นปกแข็งหุ้มด้วยผ้าลินินที่พิมพ์จำนวนจำกัด
ซึ่งผมได้เขียนและนั่นที่เราได้ให้สวามารถหาไว้ครอบครองกันได้ในตอนนี้ไปอีกชั่วขณะหนึ่ง.
ถ้าคุณสนใจ, ผมจะเซ็นชื่อให้ในรุ่นปกแข็งนี้และพวกมันก็จะสามารถถูกหาซื้อได้สำหรับคุณอย่างที่พวกมันได้วางจำหน่ายให้มากว่าสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมานี้.
(Before we jump into the
second half of today’s show, I wanted to thank you for your very generous to
our fundraising efforts uh this year and in particular in the last couple of
months. And in part responding to that we are extending the availability of our
limited-edition linen covered hard covered version of ‘Understanding Capitalism,’
the book I wrote and that we have been making available now for quite a while.
If you are interested, I will be signing copies of that hard cover and they
will be available to you as they have been uh over the last few weeks.)
เพียงง่ายๆแค่ส่ง
-mail มายังเราที่‘info@democracxyatwork.info’และใส่ในช่องบรรทัดหัวข้อไว้ว่า limited edition.
เราก็จะส่งข้อมูลข่าวสารทั้งหมดไปให้คุณ ที่คุณจำเป็นต้องรู้ในการสั่งและได้รับหนังสือ,
ที่มีลายเซ็นที่ปก “ความเข้าใจในทุนนิยม”ที่ด้านปกหลังของมัน.และขอบคุณอีกครั้งสำหรับความมีน้ำใจให้ความสนใจในมิติการระดมทุนของอะไรที่เราทำ.
(Just simply send an
email to us at ‘info@democracxyatwork.info’ and put in the subject line limited
edition. We will send you all the information you need to order and receive your
copy, signed copy of ’Understanding Capitalism’ in its hardbacks. And thank you
again for your kind attention to fundraising dimension of what we do.)
ขอต้อนรับเพื่อนทั้งหลายกลับมาอีกครั้งสู่ครึ่งที่สองของรายการ ‘เศรษฐกิจ ทันโลก’ของวันนี้ งานแสดงที่เรียกว่า “บทเรียนจากการพัฒนาของจีน.”
ผมต้องการที่จะหยิบยกเอาเรื่องราวปี 1949 และ 50 มาคุยกัน. พรรคคอมมิวนิสต์ได้ขับเคลื่อนทั้งแรงงานในเขตเมืองและชาวนาในชนบททั้งหลาย
ต่อสู้กับรัฐบาลทุนนิยมใหม่ของจีน
และเอาชนะรัฐบาลนั้นและเข้ายึดครองประเทศได้.
(Welcome back friends to the second half of today’s ‘Economic
Update’ a show called ‘Lessons from Chinese development.’ I want to pick up the
story 1949 and 50. The Communist Party mobilizing both urban workers and rural
peasants fights against the new capitalist government of China and defeats that
government and takes over.)
รพะหว่างปี 1950 และในยุค 1970, จีนได้อุทิศไปในการฟื้นคืนสร้างใหม่จากความวินาศหายนะของหลายปีแห่งสงครามกับญี่ปุ่นมาตั้งแต่ปี
1931. การที่เป็นประเทศยากจนแล้ว,เป็นประเทศขนาดใหญ่โตมาก,
ซึ่งได้เสียหายพังพินาศไปด้วยสงครามกับญี่ปุ่น.
มันพยายามที่จะฟื้นคืนสร้างขึ้นมาใหม่อีกจากสงคราม. นั่นเป็นภารกิจหมายเลขหนึ่งของพรรคคอมมิวนิสต์.
ในระหว่างช่วงเวลานี้, หนึ่งชั่วรุ่นอายุ, ราว 20 ปี, ไม่ได้ถูกยอมรับจากสหรัฐอเมริกาที่ปฏิเสธที่จะรับรองประเทศนี้,
ไม่มีการแลกเปลี่ยนทูตทั้งหลาย, ไม่มีการทำความเข้าใจ,
มีแต่ความเป็นปฏิปักษ์ทุกรูปแบบ. หนึ่งในเหตุการณ์ที่น่าตรึงตาตรึงใจก็คือ, สงครามเกาหลี.
(Between 1950 and 1970s, China is devoted to rebuilding from
devastation of the many years of war with Japan since 1931. Already poor
country, very large country, devastated by a war with Japan. It tries to
rebuild from the war. That’s the number one task of the Communist Party. During
this period, a generation, 20 some years, no recognition from the United States
refused to recognize the country, no change of the ambassadors, no
understanding, hostility of all kinds. One of the most dramatics, the Korean
War.)
ใช่,
มันได้สู้รบกันในเกาหลี, แต่เป็นระหว่างศัตรูใหญ่อันฉกาจฉกรรจ์, สหรัฐอเมริกากับจีน,
มันได้บุกโจมตีจีนและได้สร้างประสบการณ์ในหนทางนั้นกับพวกเขา. ได้มีพันธมิตรกับกับเกาะเล็กๆนอกชายฝั่งของจีน
ที่ซึ่งรัฐบาลพวกทุนนิยมได้ล่าถอยมาเมื่อมันพ่ายแพ้ในสงครามกลางเมืองกับพวกคอมมูนิสต์.
ชื่อของเกาะนั้นคือ, ไต้หวัน. และมันได้เป็นสถานที่ซึ่งสหรัฐอเมริกาได้รับรองสนับสนุน.
ถูกควบคุมโดยคนจีนจากแผ่นดินใหญ่ผู้ที่ได้พ่ายแพ้ในสงครามกลางเมือง. (Yes, it was fought in Korea, but
the big adversaries, US and China, it was an attack on China and experienced
that way by them. There was the alliance with the little island off the coast
of China to which the capitalist government retreated when it lost the civil
war with the communists. The name of the island, Taiwan. And it has been a
place the United States has supported. Controlled by the Chinese from the
mainland who had been defeated in the Civil War.)
เพื่อนของจีนเพียงรายเดียเท่านั้นใน
20 ปีเหล่านี้, ก็คือรัสเซีย,
และไม่ได้ตลอดมาของปีทั้งหลายเหล่านั้นไม่ว่าเพราะมีรากฐานการขัดแย้งปะทะกันของรัฐบริวารของตน,
เช่นเดียวกับสหายรัฐบาลพรรคคอมมิวนิสต์ในจีน. (China’s only friend in these 20
years, Russia, and not for most of those years either because there was a
fundamental clash between the Soviet Union at that time and its protégé, its fellow Communist Party government in China.)
และนี่ได้เป็นวาระประเด็น. จีนมีความคิดของตัวมันเองของการที่จะพัฒนาอย่างไร.
ในได้กำลังจะเป็นเรื่องราวการพัฒนาอันยิ่งใหญ่จากการหลุดพ้นความยากจนตามเป้าหมายนั้นไปสู่พลังอุตสาหกรรมยุคใหม่.
มันคืออะไรที่ทุกโลกที่สามดังที่เราได้ใช้เรียกมันกับประเทศที่ต้องการในเอเชีย,
อาฟริกา, ละติน อเมริกา หลุดพ้นออกมาจากความยากจนบ่อยครั้งคือความยากจนแห่งศตวรรษทั้งหลาย
เข้าไปสู่โลกยุคใหม่ที่ได้นิยามกำหนดไว้กับอะไร? อเมริกาเหนือ, ยุโรปตะวันตก
แลพะญี่ปุ่น. (And
here was the issue. China had its own idea of how to develop. It was going to
be the great development story out of abject poverty into modern industrial
power. It was what every third world as we used to call it country wanted Asia,
Africa, Latin America out of the poverty often the poverty of centuries identified
with what? North America, Western Europe and Japan.)
และดังนั้นเอง, ในจีน,
พวกเขาได้ตัดสินใจที่จะใช้ระบบพรรคคอมมิวนิสต์, อะไรที่พรรคคอมมิวนิสต์สามารถควบคุมและกำกับดูแลที่จะทำความพยายามที่จะหลบหนีจากความยากจน.
ในขณะเดียวกัน, อะไรที่ได้บังเกิดขึ้นในส่วนที่เหลือของโลกล่ะ? บางอย่างที่แตกต่างไปมากๆ.
ส่วนใหญ่ที่สุดที่เหลือของโลกๆไม่ได้มีพรรคคอมมูนิสต์ที่ได้ต่อสู้สงครามกลางเมืองและได้ชัยชนะ
และได้จัดปรับแต่งรูปร่างการพัฒนา. เกาหลีเล็กน้อย, เวียตนามเล็กน้อย.
แต่ตัวอย่างอันยิ่งใหญ่, จีน, อะไรได้บังเกิดขึ้นในเอเชีย, อาฟริกา,
และอเมริกา? (And so, in China, they decided to use a Communist Party
system, what the Communist Party could control and regulate to make the effort
to escape poverty. Meanwhile, what happened in the rest of the world? Something
very, very different. Most of the rest of the world had no communist party that
fought a civil war and won and shaped development. Korea a little bit, Vietnam a
little bit. But the great example, China, what happened in Asia, Africa, and
America?)
เอาละ,
ผู้ดเชี่ยวชาญแปลพะนักลงทุนทั้งหลายจากอเมริกาเหนือ, ยุโรปตะวันตก,
และญี่ปุ่นวิ่งเข้ามาในนั้นภายหลังสงครามโลก ครั้งที่ 2,
ได้เข้ามาแทนที่ระบบจักรวรรดินิยมเก่า ด้วยอันใหม่,
ที่อยู่ภายใต้อิทธิพลโดยสหรัฐอเมริกา,
ที่ซึ่งแต่ละประเทศได้มีกลุ่มชนชั้นยอดที่ดำเนินงานประเทศ และถูกเกี่ยวติดตะขอไว้อยู่กับโลกเศรษฐกิจทุนนิยม,
ผลิตสร้างความอภิมหามั่งคั่ง. ความมั่งคั่งในอเมริกาเหนือ, ยุโรปตะวันตก
และญี่ปุ่น, โดยคอยทำให้พวกเขายังคงมีความสำคัญเป็นรองอย่างมากในโลกที่สามนั้น
เหมือนที่เป็นอยู่จนถึงทุกวันนี้. แต่สองสามผูเคนกำลังนั่งอยู่บนยอดของแต่ละพวกเขานั้นค่อนข้างมั่งคั่งร่ำรวย.
แต่ไม่ใช่จีน. (Well, specialists and investors from North America,
Western Europe, and Japan ran in there after World War II, replaced the old
colonial system with a new one, dominated by the United States, in which each
country had a small elite that ran the country and hooked it in to the world capitalist
economy, producing great wealth. Wealth in North America, Western Europe and
Japan, keeping them very much secondary in that third world as they are to this
day. But a few people sitting at the top of each of them quite rich. Not
China.)
การเริ่มต้นในยุคปี 1970, จีนได้เริ่มต้นออกตัวในทิศทางที่แตกต่างไป.
ผมต้องการที่จะเน้นมุ่งกับตรงนั้นดเพราะว่ามันเป็นความสำเร็จที่พิเศษจำเพาะยิ่ง.
นี่คืออะไรที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ทำมัน. และบอกว่า, “เราไม่ได้กำลังผลิตซ้ำขึ้นใหม่ในอะไรที่รัสเซีย,
โซเวียต รัสเซียได้ทำ.” จำได้นะ, ส่วนใหญ่ของเวลาช่วงนี้เป็นก่อนที่โซเวียต
รัสเซียจะแตกแยกประเทศกัน. นั่นเป็นที่ปี 1989. ดังนั้น, ผมกำลังพูดคุยถึงยุคปี
70 และปี 80 ที่ผมกำลังจะบอกกับคุณลงไปในเบื้องลึก. และมันดำเนินต่อไปภายหลังที่คอมมูนิสม์รัสเซียได้หายไปจากที่นั้น.
(Starting
in the 1970s, China took off in a different direction. I want to focus on that
because it extraordinary success. Here’s what the Chinese Communist Party did. It
said, “We are not going to reproduce what Russia Soviet Russia did.” Remember,
most of this time is before Soviet Russia implodes. That’s at 1989. So, I’m
talking about the 70s and the 80s where what I’m about to tell you gets
underway. And it continues after Russia communism disappears there.)
โอเค, เราไม่ได้กำลังจะทำอะไรที่คนรัสเซียนได้ทำ, หมายถึงการทำตาม. ในรัสเซีย, รัฐบาลได้ รัฐบาลเข้าควบคุมอุตสาหกรรมเกือบทั้งหมดและภาคเกษตรกรรมส่วนใหญ่. เราไม่ได้กำลังจะทำเช่นนั้นที่ในจีน. เรากำลังจะทำอย่างแท้จริงมีระบบไฮบริด/ลูกผสม. เรากำลังจะมีครึ่งหนึ่งของเศรษฐกิจของเราจะเป็นกิจการทุนนิยมเอกชนทั้งหลาย. เราจะปล่อยให้มีลักทธิทุนนิยมในครึ่งหนึ่งของเศรษฐกิจของเรา. นายจ้างเอกชนจ้างแรงงานทั้งหลาย, ทำเงิน, เก็บเงินทั้งหลายพวกนั้น ฯลฯ. (Okay, we’re not going to do what the Russians did meant the following. In Russia, the government took over pretty much all of industry and a good chunk of agriculture. We’re not going to do that in China. We’re going to actually have a Hybrid System. We’re going to have half of our economy will be private capitalist enterprises. We will let capitalism exist in half of our economy. Private employer hires workers, makes money, keeps that money, etc.)
ในอีกครึ่งหนึ่งของเศรษฐกิจเราจะถูกเป็นเจ้าของและปฏิบัติการโดยรัฐบาล.
ที่จริงแล้ว,
รัฐบาลจะควบคุมดูแลและจัดเก็บภาษีทั้งสองส่วนของระบบไฮบริด (ระบบผสม)
ทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ. และนั่งอยู่ยอดบนของรัฐบาลนั้นทำให้แน่ใจได้ว่าการตัดสินใจที่ถูกต้องทั้งหลายได้ทำโดยพรรคคอมมูนิสต์จีน.
และนี่คือเป้าหมายของมัน. พ้นออกไปจากความยากจน.ฅ
กลายเป็นความเข้มแข็งเพียงพอที่จะเอาชนะการข่มขู่คุกคามของตะวันตกที่ได้นำโดยสหรัฐอเมริกา.
(The other half of our economy will be owned and operated
by the government. Indeed, the government will regulate and tax both parts of
the hybrid, the private and the public. And sitting on top the government
making sure the right decisions get made is the Communist Party of China. And
here’s its goal. Get out of poverty. Become strong enough to overcome the
hostility of the West led by the United State.)
หการปกป้องตนเองจากอะไรที่นั่นอาจได้หมายถึง. ไม่ร้อยปีของความถูกหมิ่นแคลนอีกแล้ว
และกลายเป็นมั่งคั่งยั่งยืนแลพะทรงพลังอำนาจเพียงพอที่จะกลายเป็นผู้เล่นหนึ่งในเศรษฐกิจโลก.
นั่นคืออะไรที่พวกเขาได้จัดตั้งเป้าประสงค์ไว้ตั้งแต่แรกที่จะทำ. พวกเขาได้บอกว่า,
“เราจงมาใช้นายทุนเอกชนในที่และในเวลาซึ่งพวกเขาสามารถทำงานให้ดีได้ในเรื่องราวนี้.”
แต่ที่ไหนที่พวกมันไม่สามารถทำได้, ที่ซึ่งบางอย่างซึ่งจะช่วยเราพัฒนา คือสิ่งสำคัญแต่ไม่ใช่ความสามารถในแสวงกำไรเป็นการส่วนตัวได้.
ดังนั้น, ไม่มีนายทุนจะทำมัน, เราก็จะทำมันเอง.
(Protect yourself from what that might mean. No more hundred years of
humiliation and become rich and powerful enough to become a player in the world
economy. That’s what they set out to do. They said, “Let’s use private
capitalism where and when they can do a good job in this story.” But where they
can’t, where something that will help us develop is important but not privately
profitable. So, no capitalist will do it, we will do it.)
นายทุนทั้งหลายไม่ได้สร้างบ้านทั้งหลายจนกระทั่งมีผู้คนที่นั้นผู้จะซื้ออพาร์ตเมนท์หรือเช่าอพาร์ตเมนท์.
เราไม่ได้กำลังจะทำนั่น. นั่นทำให้เกิดการขาดแคลนที่อยู่อาศัยทั้งหลาย. เรากำลังจะสร้างบ้านทั้งหลายก่อนที่จะมีผู้คนมีเงินที่จะซื้อพวกมัน
หรือที่จะอาศัยในพวกมันที่จะทำสังคมเติบโตเร็วมากขึ้นและใหญ่โตมากขึ้นเมื่อมันไม่ไกด้เป็นการแสวงกำไรได้. (Capitalists
don’t build houses until there are people there who will buy the apartment or
rent the apartment. We’re not going to do that. That creates housing shortages.
We’re going to build houses before there are people with the money to buy them
or to live in them to make the society grow faster and bigger when it isn’t
profitable.)
ผมเน้นย้ำประเด็นนี้เพื่อเห็นผลบางประการ.
แนวทาง(การเข้าถึงปัญหา)นี้ ไม่ใช่แนวทางแบบโซเวียต,
แต่ก็ไม่ใช่แนวทางแบบตะวันตกเช่นกัน, ไม่ใช่แนวทางของบริติชหรือของญี่ปุ่นหรือของอเมริกันทั้งหลาย.
ที่ซึ่งทุกสิ่งเป็นของเอกชนและมีเพียงน้อยมากที่เป็นของรัฐบาล. รัสเซีย,
น้อยมากที่เป็นของเอกชน. ทุกอย่างเป็นของรัฐบาล. ที่ในฝ่ายตพะวันตกมีแบบนั้นน้อยมาก.
คุณเห็นประเด็นไหม? จีนอยู่ตรงกลาง. จีนเป็นการดำเนินงานแบบผสม โดยนักคอมมิวนิสต์ทั้งหลายผู้ที่มีเป้าหมายหนึ่งและ,
ในเป้าหมายนั่น, ทุนนิยมเอกชนเล่นบทบาทรองที่สำคัญ. (I’m
deriving that point home for a reason. This approach, not the Soviet approach,
but not the Western approach either, not the approach of the British or the
Japanese or the Americans, where everything is private and very little is government.
Russia, very little is private. Everything is government. In the West very
little. You see the point? China is a middle. China is a hybrid run by communists
who have a goal and, in that goal, private capitalism plays a subordinate role
important.)
สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศหมายเลขหนึ่งในฏโลกด้วยเศรษฐีพันล้านทั้งหลาย.
ประเทศหมายเลขสอง, คือสาธารณรัฐประชาชนจีน,
และไม่มีใครอื่นที่อยู่ใกล้เคียงนี้อีกเลย. ดังนั้น, ทุนนิยมของพวกเขาได้กลายเป็นความสำเร็จอย่างมาก,
โดยได้รับการกำกับดูแล ควบคุมและจัดการโดยพรรคคอมมูนิสต์และภาคส่วนของรับของพวกเขาด้วยเช่นกัน.
การร่วมกะนขแองทั้งสองภาคส่วนได้เติบโตพัฒนาจนขึ้นมาเหรือฝ่ายตะวันตกแล้ว.
ไม่มีการประกวดประชันแข่งขันแล้ว. สำหรับ 35 ปีสุดท้ายที่ผ่านมา, การเติบโตรายปีค่าเฉลี่ยในผลผลิตสินค้าและบริการที่ออกมา,
อังที่เราเรียกันว่า GDP, ในประเทศจีนอยู่ระหว่าง 5 ถึง 9%. และในประเทศสหรัฐอเมริกาอยู่ระหว่าง
2 ถึง 3%. (The
United States is the number one country in the world with billionaires. The
number two country, the People’s Republic of China, and nobody else is close.
So, their capitalism has been very successful, supervised, regulated and controlled
by a communist party and their state sector likewise. Together those two have
outgrown the West. No contest. For the last 35 years, the average annual growth
in output of goods and services, so-called GDP, has grown in China between 5
and 9%. And in the United States, between 2 and 3%.)
มันเป็นเช่นนั้นเอง, เพื่อนๆ. เรื่องราวความเจริญเติบโตได้เสร็จสิเนยแล้ว.
การแข่งขัน, ก็จบแล้ว. คุณรู้มั้ยว่ามีอะไรอื่นอีกที่จบลงไปด้วย? ความเป็นผู้นำทรงอิทธิพลต่อโลกของจักรวรรดิอเมริกันก็ได้จบลงไปแล้ว.
คุณเห็นมันได้ในกรณีที่อิหร่านในตอนนี้. คุณกำลังมองเห็นมันที่ในยูเครน.
อย่างช้าๆ, แต่อยู่ในขบวนการเดียวกัน/เหมือนกัน. จีนไดเค้นพบสูตรการปรุงอาหาร.
ส่วนผสมพิเศษของจีนในการต่อสู้ทางชนชั้นที่จะสถาปนาอิทธิพลอำนาจในการทำของพรรคคอมมูนิสต์ได้ให้หนทางของการจัดทำรูปแบบเศรษฐกิจที่ไม่ว่า
สหภาพโซเวียต หรือ ประเทศยุโรปตะวันดอกใดหรือว่าตะวันตกใดก็ไม่ได้สามารถจะเป็นคู่แข่งขันได้. (There it is,
friends. The growth story finished. The competition, it’s over. You know what
else is over? The dominance of the American Empire. You see it in Iran right
now. You’re seeing it in the Ukraine. Slower, but the same process. China found
a recipe. China’s specular mixture of class struggle to establish the dominance
of the Chinese Communist gave it a way of setting up the economy that neither
the Soviet Union nor any Eastern European country nor the West has been able to
match.)
ซึ่งคือทำไมไม่มีออกมาเช่นนี้ได้ในที่ใดอื่น, ชาวจีนในตอนนี้คือผูเถือหุ้นใหญ่ที่สุดของบริษัทเมอร์ซิเดส
เบนซ์, ผู้ผลิตบานพาหนะไฟฟ้าที่ดีที่สุดของราคาที่ต่ำที่สุด, ผู้เล่นบทบาทนำอันทรงอิทธิพลในแผงโซลาร์เซลล์สำหรับการผลิตไฟฟ้าที่ทันสมัย,
และอะไรอื่นๆทั้งหลายด้วยอะไรที่ตามมาอีกมากยิ่งขึ้นในทุกวันนี้. (Which
is why coming out of nowhere, the Chinese are now the largest shareholder of
the Mercedes Benz company, the producer of the best electric vehicle of the
lowest price, the dominant player in solar panels for modern electric
generation, and on and on and on with more coming every day.)
มีสองบทเรียนใหญ่ที่ผมต้องการจะทิ้งไว้ให้กับพวกคุณ. หมายเลยหนึ่ง,
ใช่, หนึ่งในความพยายามทั้งหลายของลัทธิสังคมนิยม, ความพยายามที่โซเวียต
ภายหลัง 70 ปีในการระเบิดออกแตกแยกล่มสลาย. ระบบได้พังพาบลงไป. ไม่มีคำถามใดได้.
ไม่มีใครสามารถปฏิเสธเรื่องนั้นได้. แต่ความคิดที่ว่าผู้ชนะคือระบบทุนนิยมนั้นถือเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่.เราไม่สามารถรู้ได้ว่าบางทีในปี
1995, แต่ราได้รู้มันกันแล้วในตอนนี้. เราเรากล้าที่จะหลีกเลี่ยงการปฏิเสธไม่ยอมรับว่าอะไร,
ข้อเท็จจริงทั้งหลายก็จะบอกกับคุณ, เรื่องราวความสำเร็จของการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคของเรา
คือเรื่องของสาธารณรัฐประชาชนจีน. (There are two big lessons I want to leave you with. Number
one, yes, one of the efforts of Socialism, the Soviet effort ended after 70
years in an implosion. The system collapsed. No question. No one’s denying
that. But the notion that the winner was capitalism is a big fat mistake. We couldn’t
know it maybe in 1995, but we know it now. If we dare to avoid denying what the
facts will tell you, the most successful economic growth story of our time is
that of the people’s Republic of China.)
และนี้ก็ไม่ได้, ดังเช่นที่ผม, ผมเดาเอาว่า, ผมต้องมักจะทวนซ้ำเสมอ, ผมไม่ได้สนับสนุนหรือไม่เห็นด้วยอะไรที่ดำเนินอยู่ที่จีนนะ. พวกเขาก็มีปัญหาของพวกเขาเหมือนทุกๆสังคมทั้งหลาย. พวกเขาก็มีวาระประเด็นของพวกเขาเอง. พวกเขามีความขัดแย้งทั้งหลายที่ต้องไปผ่านเหมือนเช่นทุกประเทศ. แต่ถ้าคุณเป็นกังวล., ถ้าลำดับความสำคัญของคุณคือการที่จพะหนีให้พ้นจากความยากจนแห่งศตวรรษทั้งหลาย, โลกที่แตกแยกออกเป็นสองส่วนระหว่างศูนย์กลางที่ร่ำรวยและพื้นที่รอบนอกที่ยากจน, โลกที่คนกลุ่มน้อยส่วนหนึ่งใช้ชีวิตอย่างมั่งคั่งเหลือล้น ท่ามกลางคนยากจนที่รายล้อม ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนตัดไม้และคนตักน้ำ, พวกคนยากจน. (And this is not, as I, I guess, I have to always repeat, I’m not endorsing what goes on in China. They have their problems like every society. They have their issues. They have contradictions to work through like every country. But if you are concerned, if your priority Is to escape the poverty of centuries, the split world between a rich center and a poor periphery, a world in which a small minority live an extraordinarily wealthy life surrounded by the heers of wood and the carriers of water, the poor.)
แล้วเช่นนั้น จีนคือได้รู้กันแล้วว่าได้ค้นพบหนทางเร็วที่สุดที่ประสบสำเร็จในเป้าหมายนั้น.
การปล่อยทุกอย่างให้อยู่ในมือของภาคเอกชนแสวงกำไรไม่อาจทำมันได้. นั่นคือบทเรียนนั้น.
นี่คือบทเรียนที่ย้อนแย้งชั้นเลิศ. มันเป็นชนชั้นแรงงานที่จัดตั้งโดยคอมมิวนิสต์ต่างหาก
ที่ผลักดันให้พรรคการเมืองอยู่ในสถานะที่จะลองทำสิ่งต่างๆ และในตอนนี้ประสบสำเร็จในอะไรที่มันได้จัดตั้งออกตัวมาเพื่อสิ่งนั้น.
และมันจะเป็นชนชั้นแรงงาน/ชนชั้นกลางของจีนในทุกวันนี้, ที่ได้ถูกพัฒนาขึเนอย่างสูง,
ที่จะไปต่อและสู้รับอีกครั้ง. อะไรสำหรับในคราวนีเที่จะได้ก้าวขั้นได้ไปรึ? (Then the Chinese is the fastest found known way to
achieve that goal. Leaving it all to private profit doesn’t do it. That’s the
lesson. Here’s the ironic lesson. It was the working class organized by
communists that put the party in the position to try and now to achieve what it
set out to do. And it will be the working class of China today, highly
developed, that will go on and fight again. What for this time to take the next
step?)
ประวัติศาสตร์ไม่ได้หยุดแลพะอะไรที่จะเป็นไปในก้าวขั้นภายหน้าที่จะเคลื่อนระบบความสำดเร็จจีน
อยู่กับพื้นฐานของความสำเร็จพิเศษจำเพาะของมัน ที่จะนำเอาชนชั้นทำงานมานะบหนเที่ในโรงงาน,
ในสำนักงาน, ในร้านค้าโดยตรง. ความฝันของนักคอมมิวนิสต์ย้อนกลับไปในปี 1927
ได้มีรูปแบบใหม่ของมันที่จีนของปี 2026.
นั่นเป็นบางทีอาจจะเป็นบทเรียนสำคัญอย่างยิ่งที่สุดของการพัฒนาจีนทั้งหมด. (History
doesn’t stop and what would be the next step to move the Chinese success system
on the basis of its extraordinary success to put the workers in charge in the
factory in the office in the store directly. The dream of the communists way
back in 1927 has its new form in the China of 2026. That is perhaps the most
important lesson of Chinese development of all.)
ขอบคุณสำหรับพวกคุณทั้งหมกดสำหรับความสนใจนี้ของคุณ.
หัวข้อนี้ไม่สามารถเป็นที่เร่งด่วนยิ่งไปกว่านี้อีกแล้ว และผมหวังในภายหน้าที่จะได้พูดกับคุณอีกครั้งในสัปดาห์หน้า. (Thank
you all for your attention. The topic could not be more urgent and I look
forward to speaking with you again next week.)
https://youtu.be/ebz5xfXT1Ew?si=vrFbnJ7iTvIMv616
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น