หน้าเว็บ

วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

อิบราฮิม ตราโอเร่ – ด้านในโครงการขนาดยักษ์ของ บูรกินา ฟาโซ

อิบราฮิม ตราโอเร่ – ด้านในโครงการขนาดยักษ์ของ บูรกินา ฟาโซ

Inside Burkina Faso’s Mega Projects Under Ibrahim Traoré 🇧🇫 (fastest transformation)

          https://youtu.be/_S2aeGrkL7U?si=pYUrbmmJQ4m0rY2M

          บูรกินา ฟาโซได้เผชิญหน้าความท้าทายทั้งหลายอันมหึมามากว่าทศวรรษในอดีต. ผู้ก่อการร้ายโจมตีมากขึ้นในภูมิภาคทั้งหลายมากมาย. หลายพันผู้คนได้ถูกขับไล่อพยพออกจากท้องถิ่นตน. กิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัวช้าลง. และความมั่นคงปลอดภัยมีผลกระทบต่อการค้า, เกษตรกรรม, การท่องเที่ยว, และการลงทุน. สำหรับพลเมืองทั้งหลายทั่วไป, ชีวิตประจำวันกลายเป็นความยุ่งยากเดือดร้อน. ถนนทั้งหลายได้เสียหายถูกทำลาย. ชุมชนทั้งหลายได้ถูกตัดขาดปิดกั้น. ธุรกิจดิ้นรน. กระนั้น, แม้นผู้คนกับความยากเข็ญเช่นนี้๙ หลายผู้คนของบูรกินาเบได้ปฏิเสธที่จะสูญเสียความหวัง.  (Burkina Faso1 has faced enormous challenges over the past decade. Terrorist attacks increased in many regions. Thousands of people were displaced. Economic activity slowed down. And security affected trade, agriculture, tourism, and investment. For ordinary citizens, daily life became difficult. Roads were damaged. Communities were isolated. Business struggled. Yet, despite these hardships, many Burkinabe people refused to lose hope.)

          1 บูร์กินาฟาโซ (Burkina Faso) เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตก โดยตั้งอยู่ทางตอนใต้ของทะเลทรายซาฮารา ชื่อเดิมคือ "อัปเปอร์โวลตา" (Upper Volta) ประเทศนี้ขึ้นชื่อเรื่องความอุดมสมบูรณ์ของแร่ธาตุแต่ก็ยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก

ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับบูร์กินาฟาโซ ได้แก่:

  • ที่ตั้ง: มีพรมแดนติดกับ 6 ประเทศ ได้แก่ มาลี, ไนเจอร์, เบนิน, โตโก, กานา และไอวอรี่โคสต์
  • เมืองหลวง: อูกาดูกู (Ouagadougou)
  • ภาษา: ใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาราชการ แต่ภาษาที่มีผู้พูดมากที่สุดคือภาษาโมเร่ (More)
  • เศรษฐกิจ: มีการผลิตฝ้ายเป็นอันดับต้น ๆ ของทวีปแอฟริกาและส่งออกทองคำเป็นจำนวนมาก
  • การปกครอง: ปัจจุบันปกครองโดยรัฐบาลเฉพาะกาลภายใต้คณะผู้ยึดอำนาจการปกครอง โดยมี อิบราฮิม ตราโอเร่ (Ibrahim Traoré) เป็นประธานาธิบดี

 

          และเมื่ออิบราฮิม ตราโอเร่ได้ผุดอุบัติขึ้นมาเป็นผู้นำในปี 2022. “เราผู้นำแห่งรัฐอาฟริกัน ต้องหยุดการประพฤติตนเยี่ยงหุ่นกระบอกทั้งหลายผู้เต้นรำทุกครั้งที่จักรวรรดินิยมทั้งหลายดึงสายชัก.” เขาได้นำเสนอตนเองไม่เพียงแต่ภาพพจน์ในฐานะทางการทหารเท่านั้น, แต่ในฐานะผู้นำคนหนึ่งที่ให้คำมั่นสัญญาการรื้อฟื้นสร้างชาติขึ้นใหม่แลความเป็นอิสระทางเศรษฐกิจ. ตั้งแต่นั้นมา, บูรกินา ฟาโซได้เริ่มต้นมุ่งเน้นอย่างหนักกับโครงสร้างพื้นฐาน, อุตสาหกรรม, ผลผลิตท้องถิ่น. และโครงการพัฒนาระดับชาติทั้งหลาย. จ่าวสารของรัฐบาลได้เป็นที่กระจ่างชัด. บูรกินา ฟาโซต้องสร้างด้วยตนเอง.  (And when Ibrahim Traore emerged as leader in 2022. “We African heads of state must stop behaving like puppets who dance every time the imperialists pull the strings.” He presented himself not only as a military figure, but as a leader promising national rebuilding and economic independence. Since then, Burkina Faso has started focusing heavily on infrastructure, industrialization, local production. And national development projects. The government’s message has been clear. Burkina Faso must build for itself.)

ส่วนที่สอง, ถนนโครงสร้างพื้นฐานและความเชื่อมต่อระดับชาติ (Section two, road infrastructure and national connectivity)

หนึ่งในลำดับความสำคัญใหญ่ทั้งหลายภายใต้การบริหารจัดการของรัฐในปัจจุบัน ได้เป็นการก่อสร้างถนนและการฟื้นฟูสมรรถภาพ. ในประเทศที่กำลังพัฒนาทั้งหลาย, ถนนทั้งหลายเป็นมากกว่าการขนส่ง. พวกเขาคือเส้นชีวิตทางเศรษฐกิจ. ถนนทั้งหลายเชื่อมต่อเกษตรกรทั้งหลายกับตลาดทั้งหลาย, ธุรกิจทั้งหลายสู่ลูกค้าทั้งหลาย, เมืองใหญ่ทั้งหลายไปสู่หมู่บ้านทั้งหลาย, และประชาชาติสู่โอกาส. บูรกินา ฟาโซได้ทะยานโครงการหลากหลายทั้งหลายได้มุ่งเน้นในการปรับปรุงทางหลวง, ถนนในเมืองทั้งหลาย, และการเชื่อมต่อระดับภูมิภาค.    (One of the major priorities under the current administration has been road construction and rehabilitation. In developing countries, roads are more than transportation. They are economic lifelines. Roads connect farmers to markets, businesses to customers, cities to villages, and nation to opportunity. Burkina Faso has launched several projects focused on improving highways, urban roads, and regional connectivity.)

          ในอัวกาดูกู, นครเมืองหลวง, โครงการขยายทั้งหมดทั้งหลายและความพยามทั้งหลายในการสร้างเขตเมืองให้ทันสมัยกำลังกลายเป็นประจักษ์ชัดมากขึ้น. การปูผิวจราจรถนนทั้งหลายใหม่, ระบบระบายน้ำทั้งหลาย, และการปรับปรุงการขนส่งทั้งหลาย กำลังช่วยลดความแออัดและปรับปรุงการสัญจรทั่วทั้งในพื้นที่ยุทธศาสตร์ทั้งหลาย. ในขฯเดียวกัน. โครงการถนนในระดับภูมิภาคทั้งหบายได้พุ่งเป้าเล็งไปที่การปรับปรุงเส้นทางการค้าขายทั้งหลายซึ่งเชื่อมต่อประเทศเพื่อนบ้านทั้งหลาย เหมือนเช่น มาลี, ไนเจอร์, กานา, ไอวอรี โคสต์. และโตโก.  (In Ouagadougou, the capital city, road expansion projects and urban modernization efforts are becoming more visible. New paved roads, drainage systems, and transport improvements are helping reduce congestion and improve movement across strategic areas. Meanwhile. Reginal road projects are aimed at improving trade routes connecting neighboring countries like Mali, Niger, Ghana, Ivory coast. And Togo.)

          สำหรับประเทศปิด/ไม่มีทางออกทะเลเหมือนเช่นบูรกินา ฟาโซแล้ว, ความเชื่อมติดต่อเป็นเรื่องสำคัญ. ถนนทั้งหลายที่ดีกว่าหมายถึงการค้าขายที่เร็วกว่า, ค่าใช้จ่ายการขนส่งต่ำกว่า, การเคลื่อนที่ของสินค้าทั้งหลายที่ง่ายกว่า, อกาสทั้งหลายของการลงทุนที่มากกว่า, การเข้าถึงที่ดีกว่ายังชุมชนท้องถิ่นทั้งหลาย, และบางทีอย่างสำคัญมากที่สุด, พวกเขาสร้างสรรค์งานอาชีพขึ้น.   (For a landlocked country like Burkina Faso, connectivity is essential. Better roads mean faster trade, lower transport costs, easier movement of goods, more investment opportunities, better access to rural communities, and perhaps most importantly, they create jobs.)

ส่วนที่สาม, การพัฒนาอุตสาหกรรม และผลผลิตท้องถิ่น (Section three, industrialization and local production.)

หนึ่งในแกนหลักของเรื่องภายใต้การนำของอิบราฮิม ตราโอเรก็คือ อำนาจอธิปไตยทางเศรษฐกิจ. รัฐบาลได้เน้นย้ำทวนซ้ำถึงความสำคัญจองผลผลิตท้องถิ่นภายในประเทศและลดการพึ่งพาสินค้านำเข้าทั้งหลาย. หลายทศวรรษที่ผ่านมา, ประเทสอาฟริกันทั้งหลายมากมายได้ส่งสินค้าออกเป็นวัตถุดิบในขณะที่ได้นำเข้าสินค้าแปรรูปแล้วทั้งหลายที่มีราคาสูงกว่ามาก. บูรกินา ฟาโซค้องการที่เปลี่ยนแปลงแบบจำลองเช่นนั้น.   (One of the biggest themes under Ibrahim Traore has been economic sovereignty2. The government has repeatedly emphasized the importance of local production and reducing dependence on imports. For decades, many African countries exported raw materials while importing finished goods at much higher prices. Burkina Faso wants to change that model.)

2 Economic sovereignty แปลว่า อำนาจอธิปไตยทางเศรษฐกิจ หมายถึง สิทธิและอำนาจสูงสุดของรัฐ (ประเทศ) ในการจัดการ กำหนดทิศทาง และดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจของตนเองได้อย่างอิสระ โดยปราศจากการแทรกแซงหรือการถูกครอบงำจากประเทศอื่นหรือองค์กรระหว่างประเทศ

หลักการสำคัญของอธิปไตยทางเศรษฐกิจ ประกอบด้วย:

  • อำนาจในการควบคุมนโยบายการเงิน: สามารถกำหนดทิศทางอัตราดอกเบี้ย ควบคุมปริมาณเงิน และบริหารจัดการสกุลเงินของตนเองได้
  • ความมั่นคงด้านทรัพยากร: รัฐมีสิทธิในการบริหารจัดการและปกป้องทรัพยากรธรรมชาติภายในประเทศเพื่อประโยชน์ของประชาชน
  • การปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ: การกำหนดนโยบายภาษีศุลกากรหรือกฎหมายการลงทุน เพื่อเอื้อประโยชน์และปกป้องธุรกิจในประเทศจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม

ประเทศนั้นร่ำรวยในทรัพยากรทั้งหลาย, โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือทองคำ, แต่พลเมืองทั้งหลายมากมายเชื่อว่าประชาชาติตนนั้นได้ผลประโยชน์น้อยนิดกันเกินไปจากความมั่งคั่งของตัวมันเอง. ในตอนนี้มีการเติบโตที่มุ่งเน้นอยู่ที่กิจการผลิตระดับท้องถิ่น, กระบวนการเกษตรกรรม, อุตสาหกรรมขนาดเล็กทั้งหลาย, ผลิตภัณฑ์สิ่งทอ, ผลิตภัณฑ์แปรรูปอาหาร, การสร้างมูลค่าเพิ่มการทำเหมือง. แทนที่การส่งออกเป็นแค่วัตถุดิบทั้งหลายเท่านั้น, เป้านั้นคือการสร้างอุตสาหกรรมทั้งหลายอย่างสม่ำเสมอที่เป็นกระบวนการใช้ทรัพยากรเชิงท้องถิ่น. นี้สามารถที่จะสร้างงานอาชีพเพิ่มขึ้น,สร้างความแข็งแรงทางเศรษฐกิจ, และผลการพึ่งพาจากภายนอก. รัฐบาลยังได้กระตุ้นให้พลเมืองเกิดความกล้าหาญที่จะสนับสนุนผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นทั้งหลายนั้น.     (The country is rich in resources, especially gold, but many citizens believe the nation benefited too little from its own wealth. Now there is growing focus on local manufacturing, agricultural processing, small industries, textile production, food production, mining value addition. Instead of exporting only raw materials, the goal is to gradually build industries that process resources locally. This could increase jobs, strengthen the economy, and reduce external dependence. The government has also encouraged citizens to support locally made products.)

ข้ามผ่านสื่อสังคมทั้งหลาย, ผู้สนับสนุนทั้งหลายต่ออิบราฮิม ตราโอเรอธิบายเรื่องนี้ไว้ว่า นี้เป็นการตื่นขึ้นทางเศรษฐกิจ, การเคลื่อนไหวมุ่งไปยังการพึ่งพาตนเองของชาวอาฟริกัน.  (Across social media, many supporters of Traore describe this as an economic awakening, a movement toward African self-reliance.)

ส่วนที่ สี่, เกษตรกรรมและความมั่นคงทางอาหาร (Section four, agriculture and food security.)

เศรษฐกิจของบูรกินา ฟาโซพึ่งพาอย่างหนักกับเกษตรกรรม. หลายล้านผู้คนพึ่งอยู่กับไร่นาเพื่อการอยู่รอด. แต่ความไม่มั่นคงปลอดภัยและความผันแปรทางภูมิอากาศได้มีผลกระทบต่อผลผลิตอาหารในหลายปีที่ผ่านมา. ด้วยผลลัพธ์เช่นนั้น, ความมั่นคงปลอดภัยทางอาหารได้กลายเป็นลำดับความสำคัญหลักใหญ่แรกๆของชาติ0 รัฐบาลได้แนะนำเริ่มต้นความริเริ่มเป้าเล็งใหม่ที่การเร่งเพิ่มผลผลิตเกษตรกรรมและสนับสนุนเกษตรกรทั้งหลายด้วยอุปกรณ์, เมล็ดพันธุ์ทั้งหลาย, และการพยายามในการเปลี่ยนมาใช้เครื่องจักรกล.   (Burkina Faso’s economy depends heavily on agriculture. Millions of people rely on farming for survival. But insecurity and climate challenges have affected food production in recent years. As a result, food security has become a major national priority. The government has introduced initiatives aimed at boosting agriculture production and supporting farmers with equipment, seeds, and mechanization efforts.)

มีการมุ่งเน้นเพิ่มขึ้นกับผลผลิตข้าว, ไร่ข้าววีต, กระบวนการผลิตมะเขือเทศ, ระบบชลประทานทั้งหลาย, อุตสาหกรรมอาหารท้องถิ่นทั้งหลาบ. เกษตรกรรมไม่ได้เป็นแค่เกี่ยวกับอาหาร. มะนเกี่ยวกับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ, การจ้างงาน, ความยืดหยุ่นระดับชาติ. และในประเทศอาฟริกันมากมายทั้งหลาย, การเปลี่ยนรูปทางเกษตรกรรมบ่อยครั้งกลายเป็นรากฐานสำหรับการเติบโตเชิงเศรษฐกิจในวงกว้าง.   (There is increasing focus on rice production, wheat farming, tomato processing, irrigation systems, local food industries. The vision is simple but powerful. A country that feeds itself is stronger and more independent. Agriculture is not just about food. It is about economic stability, employment, national resilience. And in many African countries, agricultural transformation often becomes the foundation for wider economic growth.)

บางทีหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่สังเกตเห็นได้มากที่สุดในบูรกินา ฟาโซเป็นในเชิงจิตวิทยามากไปกว่าเชิงกายภาพ. ความภาคภูมิใจในชาติของตนได้หวนคืนกลับมาใหม่. พาดผ่านไปทั่วอาฟริกา, มากมายผู้คนวัยหนุ่มสาวได้กลายเป็นถูกเชื่อมต่อทางอารมณ์รู้สึกกับข่าวสารของอิบราฮิม ตราโอเร. ทำไม? เพราะว่าเขาพูดถึงอธิปไตย, ศักดิ์ศรี/เกียรติภูมิ, ความเป็นเจ้าของของคนอาฟริกัน, การตัดสินใจด้วยตนเอง. ผู้สนับสนุนทั้งหลายมากมาย, การเคลื่อนไหวในบูรกินา ฟาโซรู้สึกใหญ่โตขึ้นกว่าทางการเมือง. มันเป็นความรู้สึกเชิงสัญลักษณ์.  (Perhaps one of the most noticeable changes in Burkina Faso is psychological rather than physical. A renewed sense of national pride. Across Africa, many young people have become emotionally connected to Ibrahim Traore’s message. Why? Because he speaks about sovereignty, dignity, African ownership, self-determination. For many supporters, the movement in Burkina Faso feels bigger than politics. It feels symbolic.)

แถลงการณ์หนึ่งที่ว่าประชาชาติอาฟริกันทั้งหลายควรที่จะได้กำกับควบคุมทรัพยากรทั้งหลายของตนเอง, กำหนดอนาคตของตัวพวกเขาเอง, และชี้นำในการพัฒนาของพวกเขาเอง. การเชื่อมต่ออารมณ์รู้สึกได้ช่วยเหลือให้บูรกินา ฟาโซได้รับผลความสนใจทางออนไลน์อย่างมหาศาล. วิดีโอทั้งหลายเกี่ยวกับประเ?สในตอนนี้ได้รับความสนใจในการเช้าไปด฿หลายล้านครั้ง. คนอาฟริกันหนุ่มสาวทั่วทวีปถกเถียงกันถึงบูรกินา ฟาโซเป็นประจำกันรายวันทางแพลตฟอร์มทั้งหลายของสื่อสังคม. และไม่ว่าผู้คนจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยในทางการเมือง, หนึ่งสิ่งคือเป็นสิ่งที่ไม่สามารถปฏิเสธได้. ประเทศในตอนนี้ได้ความสนใจไปทั่วโลก.  (A statement that African nations should control their own resources, shape their own future, and prioritize their own development. This emotional connection has helped Burkina Faso gain massive online attention. Videos about the country now attract millions of views. Young Africans across the continent discuss Burkina Faso daily on social media platforms. And whether people agree or disagree politically, one thing is undeniable. The country now was global attention.)

ส่วนที่ หก, ความมั่นคงปลอดภัยและความท้าทายที่ใหญ่ที่สุด (Section six, security and the biggest challenge)

          แต่นอกเหนือไปจากการมองโลกในแง่ดี, บูรกินา ฟาโซยังคงเผชิญหน้ากับอุปสรรคทั้งหลาย. ความมั่นคงปลอดภัยยังคงเป็นควาท้าทายใหญ่โตที่สุด. ส่วนใหญ่ทั้งหลายของประเทศได้ประสบีรับรู้ต่อความไม่มีเสถียรภาพและความรุนแรงสุดโต่งกว่าหลานผปีที่ผ้านมา. ไม่มีมากมายของโครงสร้างพื้นฐานใดประสบสำเร็จได้หากขาดความมีเสถียรภาพและความปลอดภัยระยะยาว. นักลงทุนจำเป็นต้องการความเชื่อมั่น. ธุรกิจจำเป็นต้องการความปลอดภัย. เกษตรกรทั้งหลายจำเป็นต้องการสันติสุข. ชุมชนทั้งหลายจำเป็นต้องการการปกป้องคุ้มครอง. นี้คือทำไมที่นักวิเคราะห์ทั้งหลายมากมายเชื่อว่าอนาคตของบูรกีนา ฟาโซขึ้นอยู่กับความสมดุลของสองเป้าหมายวิกฤติสำคัญ. นั่นคือความมั่นคงปลอดภัยและการพัฒนา. (But despite the optimism, Burkina Faso still faces obstacles. Security remains the biggest challenge. Larges of the country have experience instability and extremist violence over the years. No amount of infrastructure can fully succeed without long-term stability and security. Investor need confidence. Business need safety. Farmers need peace. Communities need protection. This is why many analysts believe the future of Burkina Faso depends on balancing two critical goals. Security and development.)

เพราะว่าถนนทั้งหลายตามลำพังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงรูปร่างประชาชาติได้. โรงงานทั้งหลายตามลำพังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงรูปร่างประชาชาติได้. การเปลี่ยนแปลงรูปร่างยังเกิดขึ้นเมื่อมีความมั่นคงปลอดภัย, ธรรมาภิบาล, โครงสร้างพื้นฐาน, และโอกาสทางเศรษฐกิจ ทำงานร่วมกัน. และนั่งยังคงเป็นการทดสอบอันยิ่งใหญ่ของบูรกินา ฟาโซ.  (Because roads alone cannot transform a nation. Factories alone cannot transform a nation. Transformation happens when security, governance, infrastructure, and economic opportunity work together. And that remains Burkina Faso’s greatest test.)

ส่วนที่ เจ็ด, จุดสนใจระดับโลก (Section seven, the international spotlight)

          อิบราฮิม ตราโอเรได้กลายเป็นได้เป็นข้อถกเถียงมากที่สุดระดับนานาชาติในบรรดาผู้นำอาฟริกันในหลายปีที่ผ่านมา. สนับสนุนทั้งหลายมองว่าเขาเป็น่นผู้กล้าหาญและมีเอกราชของตนเอง. นักวิจารณ์ทั้งหลายยังคงระมัดระวังเกี่ยวกับเสถียรภาพระยะยาวในทางการปกครองและทางการเมือง. แต่อย่างทั่วโลกแล้ว, บูรกินา ฟาโซได้เข้ามาอย่างกระจ่างแจ้งแล้วสู่ยุคใหม่ของความสนใจ. สื่อนานาชาติในตอนนี้ได้เผยแพร่ครอบคลุมการพัฒนาทั้งหลายภายในของประเทศนี้กันแล้ว.  (Ibrahim Traore has become the most internationally discussed African leaders in recent years. Supporters see him as bold and independent. Critics remain cautious about long-term governance and political stability. But globally, Burkina Faso has clearly entered a new era of attention. International media now regularly cover developments inside the country.)

          เยาวชนอาฟริกันอย่างบ่อยครั้งได้ถกดถียงถึงความเป็นผู้นำของตราโอเรทางออนไลน์. และผู้คนมากมายกำลังเฝ้าดูอย่างใกล้ชิดที่จะเห็นไม่ว่าบูรกินา ฟาโซสามารถอย่างแท้จริงที่จะประสบสำเร็จในการเปลี่ยนรูปหรือไม่. ระดับของความสนใจนี้สร้างสรรค์๕ทั้งโอกาสและแรงกดดัน. เพราะว่าเมื่อใดก็ตามที่ประชาชาติกลายเป็นสัญลักษณ์, โลกก็เฝ้าดูอยู่ทุกการเคลื่อนไหว.(African youth frequently debates Traore’s leadership online. And many people are watching closely to see whether Burkina Faso can truly achieve transformation. This level of attention creates both opportunity and pressure.  Because once a nation becomes symbolic, the world watches every move.)

ส่วนที่ 8, วิสัยทัศน์สำหรับอนาคต  (Section 8, the vision for the future)

          ดังนั้น.อะไรที่อนาคตของบูรกินา ฟาโซมองดูเหมือนอะไร? ผู้สนับสนุนทั้งหลายจินตนาการไปถึงทางด่วนไฮเวย์ทั้งหลาย, อุตสาหกรรมท้องถิ่น/ภายในประเทศที่ทั้งหลายแข็งแรง, โรงเรียนทั้งหลายและโรงพยาบาลทั้งหลายที่ดีขึ้น, เกษตรกรรมที่ขยายตัว, โรงงานใหม่ๆทั้งหลาย, โครงสร้างพื้นฐานพลังงานที่ถูกปรับปรุงขึ้น, ความมีเอกราชทางเศรษฐกิจ, อนาคตที่ซึ่งบูรกีนา ฟาโซกลายเป็นตัวอย่างหนึ่งของความยืดหยุ่น และคือการนำของการพัฒนาอาฟริกัน. แน่นอน, การทำให้วิสัยทัศน์นี้สำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน.   (So. What does the future of Burkina Faso look like? Supporters imagine modern highways, strong local industries, better schools and hospitals, expanded agriculture, new factories, improved energy infrastructure, economic independence, a future where Burkina Faso becomes an example of resilience and African-led developments. Of course, achieving this vision will not happen overnight.)

          การเปลี่ยนแปลงรูปนั้นใช้เวลาหลายปี, บางครั้งหลายทศวรรษ. แต่ทุกเรื่องราวความสำเร็จระดับชาติที่ยิ่งใหญ่ ล้วนเริ่มต้นจากวิสัยทัศน์. และในทุกวันนี้, บูรกินา ฟาโซกำลังพยายามที่จะกำหนดเรื่องราวและนิยามใหม่ของมัน. ไม่ใช่เป็นประชาชาติของวิกฤติ, แต่เปผ็นดุจประชาชาติของความเป็นไปได้.   (Transformation takes years, sometimes decades. But every major national success story begins with a vision. And today, Burkina Faso is attempting to redefine its story. Not as a nation of crisis, but as a nation of possibility.)

ส่วนที่ 9, ทำไมอาฟริกากำลังให้ความสนใจ (Section 9, why Africa is paying attention)

          เหตุผลบูรกินา ฟาโซโน้มเอียงอย่างหนักทางออนไลน์ คือเพราะว่าชาวอาฟริกันมากมายมองไปถึงความอึดอัดหงุดหงิดขัดใจทั้งหลายของตัวพวกเขาเองสะท้อนจากเรื่องราวของประเทศตน. ความหงุดหงิดขัดใจทั้งหลายเกี่ยวกับภายใต้การพัฒนา, การควบคุมทรัพยากร, การไม่เป็นเอกราชจากต่างประเทศ, การว่างงานของคนหนุ่มสาว, และความไม่เสมอภาคทางเศรษฐกิจ. ดังนั้น, เมื่อผู้นำทั้งหลายพูดเกี่ยวกับอธิปไตยและการพึ่งพาตนเอง, ข่าวสารที่เผยแพร่ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว.  (The reason Burkina Faso trends so heavily online is because many Africans see their own frustrations reflected the country’s story. Frustrations about underdevelopment, resource control, foreign dependence, youth unemployment, and economic inequality. So, when leaders speak about sovereignty and self-reliance, the message spreads quickly.)

          ไม่ว่าบูรกินา ฟาโซประสบสำเร็จหรือดิ้นรนต่อสู้, การเดินทางของมันในทุกวันนี้ได้แสดงเสนอให้เห็นถึงบางอย่างที่ใหญ่โตกว่า. การสนทนาวงกว้างกว่าของชาวอาฟริกันเกี่ยวกับอนาคตของภาคพื้นทวีป. ผู้ใครคือที่ควบคุมทรัพยากร? ใครได้ผลประโยชน์จากความมั่งคั่งของอาฟริกัน? และอย่างไรที่ประชาชาติอาฟริกันสร้างความแข็งแรงยิ่งขึ้นทางเศรษฐกิจทั้งหลายสำหรับอนาคตของชนรุ่นอายุทั้งหลาย? เหล่านี้คือคำถามทั้งหลายกำลังขับเคลื่อนกระแสความสนใจจากทั่วโลก (Whether Burkina Faso succeeds or struggles, its journey now represents something larger. A wider African conversation about the future of the continent. Who controls African resources? Who benefits from African wealth? And how can African nations build stronger economies for future generations? These are the questions driving the growing global interest around Burkina Faso.)

บทสรุป (Conclusion)

          ประชาชาติหนึ่งที่สี่แยกถนน. บูรกินา ฟาโซบืนอยู่ที่สี่แยกถนนนั้น. ถนนข้างหน้าจะไม่เป็นที่ง่าย. การท้าทายทั้งหลายยังคงใหญ่โตมหาศาล. ความมั่นคงปลอดภัยอันล้ำค่ายังดำเนินต่อไป. การเปลี่ยนแปลงรูปร่างทางเศรษฐกิจจะต้องการเวลา, ระเบียบวินัย, และความมีเสถียรภาพ. แต่บางอย่างสำคัญกำลังบังเกิดขึ้น. ประเทศหนึ่งที่ครั้งหนึ่งเคยถูกเมินเฉยจากโดยอย่างมากของโลก ในตอนนี้เป็นส่วนหลักใหญ่ของการสนทนาไปทั่วโลก. ถนนทั้งหลายกำลังถูกสร้างขึ้น. อุตสาหกรรมทั้งหลายกำลังถูกอภิปรายหารือกัน.   (A nation at a crossroads. Burkina Faso stands at a crossroads. The road ahead will not be easy. Challenges remain enormous. Security precious continue. Economic transformation will require time, discipline, and stability. But something important is happening. A country once ignored by much of the world is now part of a major global conversation. Roads are being built. Industries are being discussed.)

          เกษตรกรรมนั้นได้ถือเป็นลำดับความสำคัญแรก. หลายคนของชาวอาฟริกันกำลังเฝ้ามองอย่างใกล้ชิด. สำหรับผู้สนับสนุนทั้งหลาย, อิบราฮิม ตราโอเรได้เป็นตัวแทนของชนรุ่นใหม่แห่งความเป็นผู้นำอาฟริกัน. สำหรับคำวิจารณ์ทั้งหลาย, การทดสอบแท้จริงจะเป็นผลัพธ์ทั้งหลายในระยะยาว. แต่หนึ่งสิ่งที่ชัดเจนแน่นอน. บูรกินา ฟาโซไม่ได้เป็นที่ถูกมองช้ามอีกต่อไป. ประชาชาติที่กำลังต่อสู้ที่จะกำหนดปรับเปลี่ยนทิศทางอนาคตของตนใหม่, และโลกกำลังเฝ้าจับตามอง. จากอัวกาดูกูไปสู่ภาคพื้นทวีปอาฟริกาอันกว้างใหญ่ขึ้น, เรื่องราวของบูรกีนา ฟาโซยังคงกำลังถูกเขียน. และบางทีนี้เป็นเพียงแค่การเริ่มต้น. (Agriculture is being prioritized. And millions of Africans are watching closely. For supporters, Ibrahim Traore represents a new generation of African leadership. For critics, the real test will be long-term results. But one thing is certain. Burkina Faso is no longer invisible. The nation is fighting to redefine its future, and the world is watching. From Ouagadougou to the wider African continent, the story of Burkina Faso still being written. And perhaps this is only the beginning.)

           https://youtu.be/_S2aeGrkL7U?si=v6mwwSkbjw_DFWVS

วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

อะไรคือชีวิต? ความตายเป็นจริงหรือ?

อะไรคือชีวิต? ความตายเป็นจริงหรือ?
What Is Life? Is Death Real?

          https://youtu.be/QOCaacO8wus?si=8THUFgQ1rh6FSe9C

          ชีวิตนั้นแตกต่างโดยมูลฐานจากสิ่งที่ตาย – หรือไม่ใช่ล่ะ? (Life is fundamentally different from dead stuff – or isn’t it?)

นักฟิสิกส์เออร์วิน ชโรดิงเจอร์ได้นิยามชีวิตไว้วิธีนี้: สิ่งมีชีวิตทั้งหลายหลีกเลี่ยงการเสื่อมสลายไปสู่การไร้ระเบียบและ-สภาวะไร้สมดุล. แล้วนี้หมายถึงอะไร? เรามาแสร้งว่าแฟ้มดาวน์โหลดของคุณ(your download folder)คือจักรวาล. มันได้เริ่มต้นอย่างเป็นระเบียบและก็มีความวุ่นวายจราจลมากขึ้นและมากเพิ่มขึ้นทุกทีเมื่อเวลาผ่านไป. โดยการลงทุนทางพลังงาน, คุณสามารถที่จะสร้างสรรค์ระเบียบขึ้นมาได้อีกและทำความสะอาดมันออกไป. นี้คืออะไรที่สิ่งมีชีวิตทั้งหลายทำ.  (Physicist Erwin Schrödinger defined life this way: Living things avoid decay into disorder and equilibrium. What does this mean? Let’s pretend that your download folder is the universe. It started orderly and got more and more chaotic over time. By investing energy, you can create order and clean it up. This is what living things do.)

แต่อะไรคือชีวิตล่ะ? (But what is life?)

ทุกสิ่งมีชีวิตบนดาวเคราะห์นี้ได้ถูกสร้างทำด้วยเซลล์ทั้งหลาย. โดยพื้นฐานแล้ว, เซลล์หนึ่งก็คือหุ่นยนต์ทำด้วยโปรตีนที่เล็กเกินไปที่จะรู้สึกได้หรือประสบรับรู้ในสิ่งใด. มันมีคุณสมบัติทั้งหลายที่เราแค่ได้กำหนดมอบหมายให้กับชีวิตว่า: มันมีกำแพง/ผนังหนึ่งที่แบ่งแยกมันออกจากสิ่งรายรอบ, สร้างระเบียบขึ้น; มันควบคุมกำกับตนเองและดำรงรักษาสภาวะให้คงที่; มันกินสิ่งอื่นเพื่อที่ตนมีชีวิต; มันเติบโตและพัฒนา; มันมีปฏิกิริยาต่อสภาพแวดล้อม; และมันเปลี่ยนแปลงไปขึ้นอยู่กับวิวัฒนาการ; และมัน ก็ยังผลิตสร้างตัวเองเพิ่มขึ้นมาได้อีก.  (Every living thing on this planet is made of cells. Basically, a cell is a protein-based robot too small to feel or experience anything. It has the properties we just assign to life: it has a wall that separates it from the surroundings, creating order; it regulates itself and maintains a constant state; it eats stuff to stay alive; it grows and develops; it reacts to the environment; and it’s subject to evolution; and it makes more of itself.)

แต่ในบรรดาสิ่งทั้งหลายที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นเซลล์, ไม่มีส่วนไหนที่มีชีวิต. สิ่งนั้นมีปฏิกิริยาทางเคมีกับสิ่งอื่น ก่อรูปปฏิกิริยาทั้งหลายที่จะไปเริ่มต้นปฏิกิริยาอื่นทั้งหลาย. ในเซลล์เดี่ยว ๆ หนึ่ง, ทุกวินาที ปฏิกิริยาทั้งหลายอันหลากหลายล้านทางเคมีได้เกิดเหตุขึ้น, ก่อรูปเช่นวงดนตรีออเครสตร้าอันสลับซับซ้อน.  (But of all the stuff that makes up a cell, no part is alive. Stuff reacts chemically with other stuff forming reactions that start other reactions which start other reactions. In a single cell, every second several million chemical reaction take place, forming a complex orchestra.)

เซลล์หนึ่งสามารถสร้างโปรตีนได้หลากหลายพันชนิด: จินตนการว่ากำลังขับรถคันหนึ่งที่ความเร็ว 100 กม/ชม. ในขณะที่กำลังสร้างใหม่ทุกชิ้นส่วนเดี่ยว ๆของมันด้วยสิ่งที่คุณสะสมรวบรวมมาจากถนน. นั่นคืออะไรที่เซลล์ทั้งหลายทำ. แต่ไม่มีชิ้นส่วนใดของเซลล์กำลังมีชีวิต; ทุกอย่างเป็นวัตถุ/สสารตาย โดยกฎทั้งหลายของจักรวาล.  (A cell can build several thousand types of protein: some very simple. Some complex micromachines. Imagine driving a car at 100 km/h while constantly rebuild every single part of it with stuff you collect from the street. That is what cells do. But no part of the cell is alive; everything is dead matter moved by the laws of the universe.)

ดังนั้น, ชีวิตคือผลรวมของกระบวนการทำปฏิกิริยาทั้งหมดที่กำลังขึ้นเหล่านี้ใช่หรือไม่? ในท้ายที่สุด, ทุกสิ่งมีชีวิตก็จะตาย. เป้าหมายของกระบวนการทั้งปวงคือที่จะป้องกันสิ่งนี้โดยการผลิตสร้างรูปลักษณ์ใหม่ทั้งหลาย; และด้วยสิ่งนี้, เราหมายถึง DNA. ชีวิตเป็น, ในแง่หนึ่ง, ก็แค่สารพัดสิ่งมากมายที่แบกเอาข้อมูลพันธุกรรมไปรอบๆ.   (So, is life the aggregate of all these reaction processes that are taking place? Eventually, every living thing will die. The goal of the whole process is to prevent this by producing new entities; and by this, we mean DNA. Life is, in a way, just a lot of stuff that carries genetic information around.)

ทุกสิ่งมีชีวิตคือเรื่องของวิวัฒนาการ, และDNAนั้นที่ได้พัฒนาสิ่งมีชีวิตที่ดีที่สุดวนอยู่รอบมัน ก็จะยังคงอยู่ในเกมนี้. ดังนั้น, DNAคือชีวิตหรือ? ถ้าคุณเอา DNA ออกมาจากเปลือกโครงหุ้มของมัน, มันอย่างชัดเจนเลยว่าเป็นเพียงโมเลกุลหนึ่งที่สลับซับซ้อน, แต่มันไม่สามารถทำสิ่งใดได้ด้วยตนเอง. นี้คือที่ซึ่งไวรัสทั้งหลายทำทุกอย่างซึ่งสลับซับซ้อนไปมากยิ่งขึ้น. พวกมันคือเส้รนพื้นฐานทั้งหลายของ RNA หรือ DNA ในเปลือกหุ้มเล็กๆและจำเป็นต้องการเซลล์ทั้งหลายที่จะทำสิ่งใด. เราไม่แน่ใจว่าจะนับเอาพวกมันว่ามีชีวิตหรือตายอยู่.   (Every living thing is subject to evolution, and the DNA1 that develops the best living thing around it will stay in the game. So, is DNA life, then? If you take DNA out of its hull, it certainly is a very complex molecule, but it can’t do anything by itself. This is where viruses make everything more complicated. They are basically strings of RNA2 or DNA in a small hull and need cells to do anything. We’re not sure if they count as living or dead.)

1 DNA (Deoxyribonucleic Acid) หรือ ดีเอ็นเอ คือ สารพันธุกรรมที่ทำหน้าที่เก็บข้อมูลทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต เปรียบเสมือน "พิมพ์เขียว" ที่กำหนดลักษณะต่างๆ ของร่างกาย เช่น สีตา สีผม ความสูง และควบคุมการทำงานของเซลล์ ดีเอ็นเอพบได้ในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตเกือบทุกชนิด

โครงสร้างของ DNA

DNA มีโครงสร้างเป็นเกลียวคู่ (Double Helix) คล้ายบันไดเวียน โดยมีองค์ประกอบหลัก 3 ส่วน ได้แก่ [1, 2, 3]

1.       น้ำตาลดีออกซีไรโบส (Deoxyribose)

2.       หมู่ฟอสเฟต

3.       นิวคลีโอเบส (เบส) 4 ชนิด ซึ่งจับคู่กันอย่างจำเพาะเจาะจง ได้แก่

o    A (อะดีนีน) จับคู่กับ T (ไทมีน)

o    C (ไซโตซีน) จับคู่กับ G (กัวนีน)

หน้าที่ที่สำคัญ

1.       เก็บข้อมูลทางพันธุกรรม: ลำดับการเรียงตัวของเบส (A, T, C, G) จะถูกนำไปถอดรหัสเพื่อสร้างโปรตีนที่จำเป็นต่อการทำงานและการเติบโตของร่างกาย

2.       ถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม: สามารถจำลองตัวเอง (DNA Replication) เพื่อถ่ายทอดข้อมูลจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้ลูกหลานมีลักษณะคล้ายคลึงกับบรรพบุรุษ

2 RNA (Ribonucleic Acid) คือสารพันธุกรรมชนิดหนึ่ง ทำหน้าที่เป็น "ผู้ส่งสาร" คัดลอกคำสั่งจาก DNA เพื่อนำไปสร้างโปรตีนในเซลล์ นอกจากนี้ RNA ยังมีบทบาทในการควบคุมการทำงานของยีนและเร่งปฏิกิริยาชีวเคมี โดยไวรัสบางชนิดใช้ RNA เป็นสารพันธุกรรมหลักแทน DNA

RNA ประกอบด้วยสายโซ่ของนิวคลีโอไทด์ (Nucleotide) ซึ่งมีโครงสร้างหลัก 3 ส่วน ได้แก่ น้ำตาลไรโบส (Ribose) หมู่ฟอสเฟต และเบสไนโตรเจน 4 ชนิด คือ อะดีนีน (A), กัวนีน (G), ไซโตซีน (C) และยูราซิล (U) ซึ่งเข้ามาแทนที่ไทมีน (T) ใน DNA

ประเภทและหน้าที่ของ RNA

RNA ในเซลล์สิ่งมีชีวิตแบ่งออกเป็น 3 ชนิดหลักที่มีหน้าที่จำเพาะ ดังนี้

  • mRNA (Messenger RNA): ทำหน้าที่เป็นแม่พิมพ์หรือผู้ส่งสาร โดยคัดลอกรหัสพันธุกรรมจาก DNA แล้วนำออกจากนิวเคลียสไปยังไรโบโซมเพื่อสร้างโปรตีน
  • tRNA (Transfer RNA): ทำหน้าที่ขนย้ายกรดอะมิโนที่อยู่ในเซลล์มาเรียงต่อกันตามรหัสที่ mRNA กำหนด เพื่อสร้างเป็นสายโปรตีน
  • rRNA (Ribosomal RNA): ทำหน้าที่เป็นองค์ประกอบหลักของไรโบโซม ซึ่งเป็นแหล่งผลิตโปรตีนของเซลล์

 

และกระนั้นก็ยังคง, มีไวรัสอยู่ 225,000,000 ลูกบาศกเมตรบนโลกนี้. พวกมันไม่ได้ดูเหมือนว่าจะใยดีอะไรที่เราคิดกับพวกมัน. มีกระทั่งไวรัสทั้งหลายที่บุกรุกเซลล์ทั้งหลายที่ตายแล้วและชุบชีวิตเซลล์นั้นขึ้นมาใหม่เพื่อให้สามารถเป็นที่อยู่อาศัยของพวกมันได้, ซึ่งยิ่งทำให้เส้นแบ่งเลือนรางลงไปอีก. หรือไมโตคอนเดรีย. พวกมันคือโรงงานผลิตพลังงานของเซลล์ทั้งหลายอันสลับซับซ้อนมากที่สุดและเป็นเคยเป็นบักเตรีที่มีอย่างชีวิตอิสระมาก่อน ที่เข้าไปเป็นหุ้นส่วนกับเซลล์ขนาดใหญ่ทั้งหลาย. พวกมันยังคงมีDNAของพวกมันเอง และสามารถที่จะเพิ่มจำนวนของพวกมันเองได้, แต่พวกมันไม่ได้มีชีวิตอยู่อีกต่อไป; พวกมันตายแล้ว.  (And still, there are 225,000,000 m3of viruses on Earth. They don’t seem to care what we think of them. There are even viruses that invade dead cells and reanimate them so they can be a host for them, which blurs the line even more. Or mitochondria3. They are the power plants of most complex cells and were previously free-living bacteria that entered a partnership with bigger cells.  They still have their own DNA and can multiply on their own, but they are not alive anymore; they are dead.)

3 ไมโทคอนเดรีย (Mitochondria) คือ ออร์แกเนลล์ (ส่วนประกอบของเซลล์) ที่ทำหน้าที่เป็นเสมือน "โรงงานผลิตพลังงาน" ของเซลล์ โดยมีหน้าที่หลักในการเปลี่ยนสารอาหารที่เราทานเข้าไปให้กลายเป็นพลังงาน (ATP) เพื่อให้ร่างกายนำไปใช้ในการทำกิจกรรมต่างๆ

สรุปหน้าที่สำคัญของไมโทคอนเดรีย

  • ผลิตพลังงาน: เปลี่ยนสารอาหาร (เช่น กลูโคส) และออกซิเจนให้เป็นพลังงาน (ATP) ผ่านกระบวนการหายใจระดับเซลล์
  • ควบคุมการตายของเซลล์ (Apoptosis): ช่วยควบคุมวงจรชีวิตและการตายของเซลล์ หากเซลล์ทำงานผิดปกติ
  • เก็บสารพันธุกรรม: มี DNA เป็นของตัวเอง (เรียกว่า mtDNA) ซึ่งโดยทั่วไปจะถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกเท่านั้น

 

ดังนั้นแล้ว, พวกมันได้ค้าขายแลกเปลี่ยนชีวิตของพวกมันเองสำหรับการอยู่รอดต่อไปของDNAของพวกมัน, ที่หมายความว่าสิ่งมีชีวิตทั้งหลายสามารถวิวัฒนะไปสู่สิ่งที่ตายทั้งหลายตราบนานเท่าที่มันได้ผลประโยชน์กำไรต่อรหัสพันธุกรรมของพวกมัน. บางรายอาจจะมีชีวิตเป็นข้อมูลข่าวสารที่บริหารจัดการที่จะสร้างความมั่นใจการดำรงอยู่ของตัวมันได้ต่อไป. แต่อะไรเกี่ยวกับ AI(ปัญญาประดิษฐ์)? โดยคำจำกัดความเกือบทั่วไปของเรา, เราใกล้ชิดอย่างมากกับการสร้างชีวิตประดิษฐ์ในคอมพิวเตอร์ทั้งหลาย. มันเป็นแค่คำถามหนึ่งของยุคสมัยที่ก่อนเทคโนโลยีที่เราสร้างจะไปถึงที่นั้น. และนี้ไม่ใช่นิยายวิทยาศาสตร์, แต่ก็; มีคนชาญฉลาดมากมายกำลังทำงานกันอย่างกระตือรือร้นร่วมกันในเรื่องนี้. คุณอาจจะสามารถโต้แย้งได้ว่าไวรัสคอมพิวเตอร์ทั้งหลายนั้นก็มีชีวิต.   (So, they traded their own life for the survival of their DNA, which means living things can evolve into dead things as long as long as it’s beneficial to their genetic code. Some maybe life is information that manages to ensure its continued existence. But what about AI (artificial intelligence)? By our almost common definitions, we are very close to creating artificial life in computers. It’s just a question of time before the technology we build gets there. And this is not science fiction, either; there are a lot of smart people actively working on this. You could already argue that computer viruses are alive.)

หืม, โอเค. ดังนั้นแล้ว, อะไรคือชีวิต, งั้น? สิ่งทั้งหลาย, กระบวนการทั้งหลาย, DNA, ข้อมูล? นี้ได้เป็นที่สับสนรวดเร็วมาก. หนึ่งสิ่งที่แน่นอนได้; ความคิดที่ว่าชีวิตคือโดยพื้นฐานนั้นแตกต่างไปจากสิ่งที่ไม่มีชีวิต ก็เพราะว่าพวกมันบรรจุไว้ด้วยการมีองค์ประกอบที่ไม่ใช่กายภาพบางอย่าง หรือถูกปกครองควบคุมโดยหลักการซึ่งแตกต่างมากไปจากวัตถุไร้ชีวิตทั้งหลาย, เหล่านี้ได้พลิกหันว่าคือความคิดซึ่งผิด.  (Hm, okay. So, what is life, then? Things, processes, DNA, information? This got confusing very fast. One thing is for sure: the idea that life is fundamentally different from non-living things because they contain some non-physical element or are governed by different principles than inanimate objects turned out to be wrong.)

ก่อนชาร์ลส์ ดาร์วิน, มนุษย์ทั้งหลายถูกลากเส้นแบ่งระหว่างตัวพวกเขาเองกับสิ่งมีชีวิตทั้งหลายที่เหลือ; มีบางอย่างดุจมนตร์ขลังเกี่ยวกับเราที่ทำให้เราเป็นสิ่งพิเศษ. เมื่อใดที่เราได้ยอมรับว่าเราเป็นเหมือนทุกสิ่งมีชีวิต, ผลผลิตของวิวัฒนาการ, เราก็ได้ลากเส้นใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิม.  (Before Charles Darwin, humans drew a line between themselves and the rest of living things; there was something magical about us that made us special. Once we had to accept we are like every living being, a product of evolution, we drew a different line.)

แต่ยิ่งเราเรียนรู้มากยิ่งขึ้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ทั้งหลายว่าสามารถทำอะไรได้  และชีวิตทำงานอย่างไร, เราก็ยิ่งใกล้เข้าไปมากยิ่งขึ้นกับการที่เราจะสร้างสรรค์เครื่องจักรกลอันแรกซึ่งเหมาะเจาะเข้ากับคำจำกัดความของชีวิตของเรา, มากยิ่งขึ้นที่ภาพของตัวเราจะอยู่ในอันตรายมากขึ้นอีกครั้ง. และนี้จะบังเกิดขึ้นในไม่ช้าก็เร็วนี้. และนี่คืออักคำถามสำหรับคุณ: ถ้าทุกอย่างในจักรวาลได้ทำด้วยสิ่งเดียวกัน, แล้วนี้หมายถึงว่าทุกสิ่งในจักรวาลได้ตายอยู่ไหม? หรือว่าทุกสิ่งในจักรวาลก็มีชีวิตอยู่กันทั้งหมด?   (But the more we learn about what computers can do and how life works, the closer we get to creating the first machine that fits our description of life, the more our image of ourselves is in danger again. And this will happen sooner or later. And here’s another question for you: if everything in the universe is made of the same stuff, does this mean everything in the universe is dead or that everything in the universe is alive?)

นั่นเป็นแค่คำถามหนึ่งของความสลับซับซ้อนหรือ? นี้หมายถึงว่าเราสามารถไม่มีวันตายเพราะว่าเราไม่เคยมีชีวิตอยู่ตั้งแต่แรกแล้วหรือ? ชีวิตและตายเป็นคำถามที้ไม่เข้าท่า ซึ่งเรายังไม่ได้เคยสังเกตถึงมันหรือ?  มันเป็นไปได้ไหมที่เราเป็นมากยิ่งไปกว่าแค่ส่วนหนึ่งของจักรวาลอันรายรอบเราอยู่อย่างที่เราคิด? อย่ามองมาที่พวกเรา; เราไม่ได้มีคำตอบใดให้กับพวกคุณ. แค่คำถามทั้งหลายให้พวกคุณไปคิดเกี่ยวกับมัน.  (That it’s just a question of complexity? Does this mean we can never die because we were never alive in the first place? Is life and death an irrelevant question and we haven’t noticed it yet? Is it possible we are much more part of the universe around us than we thought?  Don’t look at us; we don’t have any answers for you. Just questions for you to think about.)

อย่างไรก็ดี, การคิดเกี่ยวกับคำถามทั้งหลายเหมือนเช่นนี้นั่นช่วยให้เรารู้สึกว่ามีชีวิตอยู่และให้เราถึงความอุ่นใจบางอย่าง. (After all, it’s thinking about questions like this that makes us feel alive and give us some comfort.)

          https://youtu.be/QOCaacO8wus?si=JML2DEn8hs_dCrck