หน้าเว็บ

วันอาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2564

ดร. อีริค โทโพล - ทำไมเราไม่ใช้การทดสอบแบบ rapid tests?

การทดสอบ โควิด-19 อย่างเร็วทั้งหลาย: ทำไมเราไม่ใช้พวกมัน?

COVID 19 Rapid Tests: Why aren't we using them?

 

MedCram เป็นหนึ่งในบริษัทการศึกษาทางการแพทย์ออนไลน์ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วที่สุดด้วยผู้ชมวีดิโอกว่า 80 ล้านและเกือบ 1ล้านสมาชิกตอบรับ(subscribers). เราเสนอหลักสูตรทางการแพทย์(และกว่า 60 ชั่วโมงของ CME-การศึกษาต่อเนื่องของแพทย์)ที่ถูกใช้เป็นประโยชน์โดยนักศึกษาและผู้ประกอบอาชีพทางการแพทย์รวมทั้งอายุรแพทย์(physicians), พยาบาล, NPs(พยาบาลผู้ช่วยแพทย์), PAs(ผู้ช่วยแพทย์), และ RTs(นักเทคนิคการแพทย์).

 

          หนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ชั้นยอดทั้งหลายของโลกได้แบ่งปันข้อมูลกับการขาดแคลนการทดสอบในสหรัฐอเมริกา(on lacking of testing), วัคซีนฉีดกระตุ้น(vaccine booster shots), ความแพร่กระจายได้ง่ายและความอันตรายของเดลต้า เปลี่ยนรูปนี้, และอะไรที่เราสามารถทำได้ในการที่จะปกป้องตัวเราเองจากการติดเชื้อโคโรนาไวรัสและการต้องเข้าบำบัดรักษาในโรงพยาบาล. (บันทึกถ่ายทำไว้เมื่อวันที่ 11 สิงหา, 2021)อีริค โทโพล, แพทยศาสตร์บัณฑิต เป็นผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการ(the Founder and Director), ของ สถาบันวิจัยและขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์สคริปป์ส(Scripps Research Translational Institutes); และรองประธานบริหารและศาสตราจารย์ของ โมเลคูลาร์ เมดิซิน(the Executive Vice President and Professor of Molecular Medicine), ของScripps Research. ดร.โทโพลได้รับการตีพิมพ์กว่า 1,200 บทความการตรวจทานผลงานวิชาการและเป็นหนึ่งใน 10 ยอดนักวิจัยที่ถูกอ้างอิงมากที่สุดในด้านการแพทย์. เขาเป็นนักวิจัยอายุรแพทย์รายแรกที่ยกคำถามขึ้นมาเกี่ยวกับความปลอดภัยของ Vioxx และให้การเป็นพยานยืนยันต่อการฟ้องร้องบริษัทผู้ผลิตยาเวชภัณฑ์: เมิร์ค(Merck). ผู้สัมภาษณ์: ไคลิ์ ออลเรด, ผู้ช่วยแพทย์, ผู้ผลิตรายการ, และผู้ร่วมก่อตั้งของ MedCram.co.

 

ไคลิ์ ออลเรด: เอาละ, คุณได้เอ่ยถึงการทดสอบแบบเร็วทั้งหลาย(rapid tests)นั้นและเราได้มี ดร.ไมเคิล ไมนาจากสำนักฮาวาร์ด(Havard School of public Health)บนเวทีมาก่อนและเขา, แน่นอนว่า, คือผู้ให้การสนับสนุนตัวใหญ่(a big advocate)สำหรับการทดสอบแบบเร็ว(rapid testing)ดังที่ผมทราบว่าคุณเป็นเช่นไร.

         ทำไมเรายังไม่รับเอามา(adopted)สิ่งนี้มาใช้ในสหรัฐอเมริกาและอีกทั้งคุณสามารถพูดกับผู้คน ที่เคยได้ยินหรืออ่านในบทความทั้งหลาย. ว่าการทดสอบแบบเร็ว(rapid testing)ม่ได้แม่นยำถูกต้องเ ท่ากับแบบ PCR, และดังนั้นเราจึงเลยไม่ควรใช้มัน.

         คุณจะช่วยกรุณาชี้แนะต่อคำถามนั้นด้วยได้ไหม?

ดร. อีริค โทโพล: เอาละ, เป็นประเด็นที่ดีจริงๆ, ไคลิ์. ไมเคิลและผมได้ร่วมกันในแนวหน้านี้(united on this front). เขาได้เป็นแชมเปี้ยนตัวจริง(the real champion).

ผมคิดว่าในเวลาไม่นานมานี้, เขาได้เพิ่งยอมแพ้(just gave up)เพราะว่ามันเป็น, อย่างที่คุณรู้, การตีกำแพง(hitting the wall), กำแพงอิฐ(brick wall).

เหตุผลที่ว่าทำไมมันไม่ได้ไปต่อข้างหน้า(isn’t gone forward)และที่ทุกครัวเรือน(every household)ไม่ได้รับการแจกจ่าย(hasn’t been distributed), ชุดใหญ่, ชุดที่มากพอเป็นการฟรี ของชุดตรวจแบบเร็ว rapid antigen tests(a big set an ample set of free rapid antigen tests), ที่เป็นการง่ายดายมากและรวดเร็วมาก(so simple and so quick)และทำการตรวจหาการติดเชื้อ(make the diagnosis of infectiousness).

ประเด็นเกี่ยวกับการขาดแคลนความกลมเกลียวกับการตรวจแบบ PCR (the issue about the lack of concordance with PCR)นั้นงี่เง่ามาก(is silly).

เพราะว่า PCRนั้นหยิบอาไวรัสใดก็ตาม(pick up any virus), สำเนาไวรัสตกค้าง(remnant virus copies). ในทางตรงข้าม(whereas), อะไรที่เรากำลังมองหาด้วยการทดสอบแบบ rapid test คือว่า คุณมีมวลไวรัสบรรทุกอยู่เพียงพอหรือไม่(do you have enough virus mass load)ในการที่จะเป็นตัวแพร่เชื้อต่อผู้อื่น(to be infectious).

มันแตกต่างกันอย่างสมบูรณ์สิ้นในหลักการ(totally different principle), และนั่นคือการชี้ทางอันหนึ่ง(the guiding one).

ดังนั้นเราสามารถเป็นที่มั่นใจได้มากยิ่งขึ้น(so much more confident)เกี่ยวกับโรงเรียนทั้งหลาย(schools). ถ้าเราได้ทำนี้ทุกวันกับเด็กแต่ละคน(did this every day with each child)และครู(teacher)และคณะทำงาน(staff)และคนขับรถบัสทั้งหลาย(bus drivers).

นั่นเป็นหนทางเดียว(one way)ที่เราสามารถเคลื่อนไปข้างหน้า(move forward). หลายประเทศทำเช่นนี้, อย่างถี่/บ่อยครั้ง(frequently), เป็นการฟรี(for free).



ไม่ว่าจะเป็นที่เยอรมนี(Germany)ที่, ว่าไปแล้ว, พวกเขามีเดลต้ามากถึง 97 ของการแพร่

ระบาดเหมือนเช่นเราเป็น, และพวกเขาไม่ได้มีการทะลักเพิ่มขึ้นมากมายใด(haven’t had any surge)ในเยอรมนี, หรือที่ในออสเตรีย, เดนมาร์ค.

 


 

         คุณรู้ไหมว่า, หลายประเทศมากมายกำลังไว้วางใจในเนเธอร์แลนด์(so many countries are relying Netherlands)กับการทดสอบแบบเร็ว(rapid tests), และเราไม่มีพวกมัน(don’t have them).

         ผมคิดต่อคำถามของคุณนี้มันเป็นเพราะเรามีกลยุทธอยู่แต่การรวมศูนย์ที่วัคซีน(we had a vaccine-centric strategy)ที่เราได้การควบคุมไว้เต็มที่. แต่แล้วเดลต้าก็มา.

         https://youtu.be/JHKPn-J1brc 

วันเสาร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2564

ดร.ไมเคิล ไมนา - การตรวจหาโควิด-19เองที่บ้านแบบ antigen test

 การตรวจหาโควิด-19เองที่บ้านแบบ Antigen Testsนั้น แม่นยำเพียงพอหรือไม่?

Are At Home COVID 19 Antigen Tests Accurate Enough?

 

              - ผู้ช่วยศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยฮาวาร์ดและนักระบาดวิทยา, ดร.ไมเคิล ไมนา ตอบสนองต่อคำถามถึงความแม่นยำถูกต้องและความไวที่เชื่อมโยงต่อการทดสอบantigenทั้งหลายโดยกระดาษราคาถูก. เรียนรู้ว่าอะไรคืออิทธิพลทั้งหลายในความแม่นยำถูกต้องคือ ทำไมมันถึงเชื่อมโยงต่อเป้าหมายของการทดสอบ(คัดกรองหาการแพร่เชื้อโควิด-19 ปะทะกับ การทดสอบหาไวรัสระดับต่ำทั้งหลาย-low virus levels-ที่มักค้นพบเจอปลายหางของการติดเชื้อ).

  - จาก วิกิพีเดีย “ในวิทยาภูมิคุ้มกัน แอนติเจน หรือ สารก่อภูมิต้านทาน คือสารใด ๆ ที่กระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาตอบสนองทางภูมิคุ้มกันแบบปรับตัว (adaptive immune response) แอนติเจนมักเป็นสารที่แปลกปลอมหรือเป็นพิษต่อร่างกาย (เช่น ตัวเชื้อแบคทีเรีย) ซึ่งเมื่อเข้ามาในร่างกายแล้วจะถูกจับโดยแอนติบอดีที่มีความจำเพาะ แอนติบอดีแต่ละชนิดถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองกับแอนติเจนชนิดหนึ่ง ๆ เนื่องจากมีความแตกต่างอย่างจำเพาะในส่วนจับคอมพลีเมนท์ (complementary determining region) ของแอนติบอดีนั้น ๆ (มักเปรียบเทียบว่าเหมือนการจับคู่กันได้พอดีของลูกกุญแจกับแม่กุญแจ) ผู้เสนอให้ใช้คำว่าแอนติเจนคือ ลาสโล เดเทอร์ (László Detre) ซึ่งใช้ครั้งแรกในบทความวิชาการที่เขียนร่วมกับอีลี เมตช์นิคอฟ (Élie Metchnikoff) ในปี ค.ศ. 1903[1][2]

แอนติเจนอาจเป็นสารที่ถูกสร้างโดยร่างกายเองหรือรับมาจากภายนอกก็ได้ โดยปกติแล้วระบบภูมิคุ้มกันจะไม่มีปฏิกิริยาต่อแอนติเจนของร่างกายเอง และควรจะต้องสามารถระบุและทำลาย "ผู้รุกราน" ที่ไม่ใช่ตัวร่างกายเองได้ รวมไปถึงสารที่เกิดมีขึ้นในร่างกายในภาวะที่ไม่ปกติ

          https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%99

 

Michael Mina, MD, PhD. Havard School of Public Health

มีการถกเถียงกันมากมายของผู้คนในการคิดว่าสิ่งนี้อาจจะไม่แม่นยำถูกต้องเพียงพอ(might not be accurate enough)และนั่นได้เป็นอะไรที่เป็นในข่าวและหัวข้อข่าวที่ว่า “การทดสอบที่คลาดเคลื่อนทั้งหลายจะหยุดการแพร่เชื้อ(inaccurate tests will stop transmission).

 



         ผมต้องการจะให้กระจ่างชัดอย่างยิ่ง(very clear)ว่า ความแม่นยำถูกต้อง(accuracy)ขึ้นอยู่อย่างสมบูรณ์สิ้นอยู่กับว่า(completely dependent)อะไรคือเป้าหมาย(what the target is).

         ประเภทที่ได้รับการตัดสินใจระดับโลกว่า PCR คือมาตรฐานทองคำ(the gold standard)สำหรับการตรวจหาไวรัสนี้ในปัจเจกบุคคลทั้งหลาย(for detection of this virus in individuals),



แต่ PCR บ่อยครั้งสามารถยังคงเป็นผลบวกไปอีกนาน(can remain positive for long)ภายหลังผู้คนซึ่งติดเชื้ออย่างแท้จริง(actually infectious).

         ดังนั้นการทดสอบเหล่านี้จะไม่ยังคงจำเป็นต้องบวกอยู่ตลอดเวลา(these tests won’t necessarily remain positive for all the time)ที่บางคนเป็นบวกจากการทดสอบแบบ PCR, แต่พวกเขาจะเป็นบวกเมื่อผู้คนได้ดูเหมือนว่าอย่างยิ่งจะถูกแพร่เชื้อไวรัส(very likely to be transmitting the virus).



          ดังนั้นถ้าใครบางคนติดเชื้อ(gets infects), และอีกห้าวันต่อมาพวกเขาก็มีจำนวนไวรัสในระดับสูงจริง(have really high viral titers), และพวกเขาอาจมีความสามารถที่จะแพร่กระจายเชื้อ



ไปยังผู้คนอื่น(might be able to spread to other people), แล้วการทดสอบนี้จะเปลี่ยนเป็นบวก(will turn positive), บางทีกระทั่งก่อนหน้านั้นเล็กน้อย, นั่นแหละที่เป็น PCR(kind of like PCR), และแล้วโดยพื้นฐานสำคัญ(essentially), มันจะอยู่เป็นบวก(stay positive)ไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง(for duration)ที่บางคนนั้นดูเหมือนอย่างมากว่าจะมีความสามารถได้ในการแพร่เชื้อกับไวรัสนี้(very likely to be transmissible with this virus).

แต่แล้วสิ่งนี้จะเปลี่ยนเป็นลบอีกครั้ง(will turn negative again). ขณะที่ PCR ยังคงเป็นบวก.



 นั่นทำให้ PCRอาจจะเป็นเครื่องมือที่ดีกว่า(PCR maybe a better tool)ถ้าคุณเป็นอายุรแพทย์ที่กำลังพยายามจะตรวจหาอาการ(a physician trying to diagnose)ว่าทำไมคนไข้นั้นเป็นหรือได้ป่วยแล้ว(why a patient is or was sick).

 แต่การตรวจแบบรวดเร็วทั้งหลายเหล่านี้(these rapid tests), เพราะว่าพวกมันสามารถถูกใช้ได้ถี่/บ่อยครั้งอย่างยิ่ง(can be used so frequently)และราคาถูกอย่างยิ่ง(so cheaply)และพวกมันสามารถเป็นอะไรที่แม่นยำมากมาก(be very very accurate)ที่จะบอกกับคุณว่าคุณน่าจะเป็นอย่างมากที่สามารถส่งผ่าน/แพร่เชื้อไวรัสนี้ได้(you’re very likely transmitting the virus).

2 https://summed.co.th/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A/

 

ดังนั้นพวกมันจึงดีมากสำหรับจุดประสงค์จำเพาะนี้(they are very good for this particular purpose), และผมน่าจะโต้แย้ง(would argue), เพราะว่า PCR ไม่สามารถถูกยกระดับไปหาความถี่/บ่อยครั้ง(ในการใช้ทดสอบ - ผู้แปล)อย่างที่ชนิดทดสอบทั้งหลายนี้(antigen tests - ผู้แปล)สามารถทำได้(can’t be scaled up to the frequency that these tests can be).

และสิ่งนี้จะอย่างแท้จริงเป็นสิ่งที่แม่นยำ/ถูกต้องได้ยิ่งกว่า(actually be more accurate)ที่จะแท้จริงดึงผู้คนออกจากประชากรที่กำลังแพร่เชื้อไวรัส(to actually pull people out of the population who are transmitting virus)และช่วยหยุดยั้งการแพร่กระจาย(help stop spread).

 

ดร.ไมเคิล ไมนา เป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ ด้านโรคระบาดวิทยา(Epidemiology), ภูมิคุ้มกันวิทยา(Immunology), และโรคติดเชื้อ(Infectious Disease)ที่ ฮาวาร์ด T.H. Chan School ของด้านการสาธารณสุข, และผู้อำนวยการAssociate Medical Director ใน Clinical Microbiology.

ดร.ไมนา ยังเป็นผู้อำนวยการของ rapidtest.org ที่คุณสามารถเรียนรู้มากขึ้นได้อีกเกี่ยวกับการทดสอบอย่างรวดเร็วและราคาม่แพงนี้.

         https://youtu.be/wY-_dMpD03M

แฟรงค์ เฮอร์เบิร์ต - ดูน พิภพทราย (35)

 

 

 

 

 

 

คัมภีร์ที่ สาม

ผู้พยากรณ์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

           ไม่มีสตรี, ไม่มีบุรุษ, ไม่มีเด็กได้เคยสนิทสนมอย่างลึกกับพระบิดาของข้า. ที่ใกล้ชิดที่สุดที่ใครคนใดได้เคยมาถึงความสนิทสนมโดยบังเอิญกับ จักรพรรดิ ปาดิชาห์ เป็นสัมพันธภาพที่ถูกเสนอให้โดยเคานท์ ฮาสิมีร์ เฟนริง, สหายจากวัยเด็ก. มาตรขนาดแห่งมิตรภาพของเคานท์ เฟนริงอาจถูกได้พบเห็นอย่างแรกในสิ่งในแง่บวก: เขาลดทอนความสงสัยทั้งหลายของราชสำนักแลนด์สราอาดิให้น้อยลงหลังจากเหตุการณ์ อาราคิส. มันเสียค่าใช้จ่ายไปมากกว่าหนึ่งพันล้านโซลาริสในสินบนทั้งหลายของเครื่องเทศ, ดังที่พระมารดาของข้าลอก, และมีของขวัญทั้งหลายอื่นอีกด้วยเช่นกัน: ทาสหญิง, เครื่องราชย์, และอิสริยยศแห่งตำแหน่ง. หลักฐานหลักอย่างที่สองแห่งมิตรภาพเคานท์เป็นแง่ลบ. เขาปฏิเสธที่จะฆ่าชายผู้หนึ่งถึงแม้ว่ามันได้อยู่ภายในความสามารถทั้งหลายของเขาและพระบิดาของข้าได้บัญชามัน. ข้าจะเชื่อมโยงเรื่องนี้ในขณะนี้.

  ---“เคานท์ เฟนริง: เค้าโครงรูปลักษณ์” โดย เจ้าหญิง อีร์อูลาน

 

ท่านบารอน วลาดิมีร์ ฮาร์คอนเนนเดือดดาลลงไปตามระเบียงทางเดินจากห้องชุดส่วนตัวของเขา, จีบปากจีบคอผ่านแผ่นผืนแสงตะวันยามบ่ายแก่ที่เทลงมาจากหน้าต่างสูงทั้งหลาย. เขาผลุบโผล่และม้วนบิดในเครื่องพยุงแขวนทั้งด้วยการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง.

ผ่านครัวส่วนตัวเขาไปอย่างพายุ---ผ่านห้องสมุด, ผ่านห้องต้อนรับขนาดเล็กและเข้าไปในโถงพักหน้ามุขของคนรับใช้ทั้งหลายที่เครื่องผ่อนคลายอารมณ์ยามเย็นได้ถูกเข้าที่ทางแล้ว.

กัปตันยามรักษาการณ์, ไออาคิน เนฟุด, นั่งยองอยู่บนเก้าอี้นวมข้ามห้องโถงนั้นไป, อาการมึนเมาจากฤทธิ์เซมูตาอยู่ในใบหน้าแบนราบของเขา, เสียงโหยหวนครวญคร่ำของดนตรีเซมูตารายรอบตัวเขา. คณะของเขาเองนั่งอยู่ใกล้ๆเพื่อที่จะสนองคำบัญชาของเขา.

เนฟุด!” ท่านบารอนคำราม.

ผู้คนตะเกียกตะกายลุกขึ้น.

เนฟุดยืน, ใบหน้าของเขาสงบอยู่ด้วยฤทธิ์ยาเสพติดนั้นแต่ด้วยทับหน้าของความซีดเผือดที่บอกถึงความหวาดกลัวของเขา. ดนตรีเซมูตาได้หยุดลงแล้ว.

“ฝ่าบาทบารอน,” เนฟุดพูด. มีเพียงยานั้นที่คอยทำให้เกิดความสั่นเทาออกมาในน้ำเสียงของเขา.

ท่าบารอนกวาดสายตาตรวจสอบใบหน้านั้นที่รายรอบตัวเขา, มองเห็นท่าทีตื่นคลั่งอยู่ในความนิ่งเงียบในพวกเขา. เขาหันความสนใจของตนกลับมาที่เนฟุด, และพูดในเสียงดุจใยไหม.

  “นานเท่าไหร่แล้วที่เจ้าได้เป็นกัปตันยามรักษาการณ์ของข้า, เนฟุด?”

เนฟุดกลืนน้ำลาย. “ตั้งแต่ อาร์ราคิส, ฝ่าบาท. เกือบสองปี.”

“และเจ้ามักจะได้เตรียมการป้องกันอันตรายต่อตัวข้ามาเสมอไหม?”

“นั่นเป็นความปรารถนาอย่างยิ่งของข้า, ฝ่าบาท.”

“แล้วงั้น, ฟียด์-เราธาอยู่ที่ไหน?” ท่านบารอนคำราม.

เนฟุดหดตัว. “ฝบาท?”

“เจ้าไม่พิจารณาถึงฟียด์-เราธามีอันตรายต่อตัวข้ารึ?” อีกครั้ง, น้ำเสียงนุ่มรื่นใยไหม.

เนฟุดเลียริมฝีปากของตนด้วยลิ้นของเขา. บางอย่างของความมึนมัวแห่งเซมูตาหายไปจากดวงตาของเขา. “ฟียด์-เราธาอยู่ในเขตทั้งหลายของพวกทาสขอรับ, ฝ่าบาท.”

“กับพวกผู้หญิงอีกแล้ว, ฮึ?”ท่านบารอนตัวสั่นด้วยความพยายามของการกดข่มโทสะ.

“แน่นอนเลย, มันน่าจะเป็นว่าเขา---“

“เงียบเถอะ!

ท่านบารอนไปข้างหน้าอีกหนึ่งก้าวเข้าสู่โถงหน้ามุขนั้น, สังเกตเห็นว่าคนเหล่านั้นได้ถอยหลังไป, เปิดพื้นที่เป็นนัยให้ว่างรอบตัวของเนฟุด, กำลังแยกตัวเองของพวกตนออกจากเป้าของความพิโรธ.

  “ข้าไม่ได้สั่งการเจ้าให้รู้ชัดตลอดเวลาหรอกหรือว่า ทายาท-บารอนอยู่ที่ไหน?” บารอนถาม. เขาเคลื่อนเข้าใกล้ไปอีกก้าว. “ข้าไม่ได้บอกกับเจ้าหรือ ว่าเจ้าต้องรู้อย่างชัดเจนว่า ทายาท-บารอนกำลังพูดอะไรอยู่ที่ตอลดเวลานั้น---และกับใคร?” อีกก้าว. “ข้าไม่ได้บอกกับเจ้าหรือ ว่าให้เจ้ารายงานกับข้าทุกเมื่อที่เขาไปยังเขตของพวกทาสหญิง?”

เนฟุดกลืนน้ำลาย. เหงื่อกาฬหลั่งไหลออกมาที่หน้าผากของเขา.

ท่านบารอนกุมเสียงของตนราบเรียบ, เกือบแทบปราศจากการเน้นใดทั้งสิ้น: “ข้าไม่ได้บอกสิ่งทั้งหลายเหล่านี้แก่เจ้าหรือ?”

เนฟุดผงกศีรษะรับ.

“และข้าไม่ได้บอกเช่นนั้นว่าให้เจ้าได้ตรวจตราทางเด็กชายทั้งหมดที่ส่งมาให้ข้าและว่าเจ้าต้องทำเช่นนั้นด้วยตนเอง....โดยตรง?

อีกครั้ง, เนฟุดผงกศีรษะรับ.

“แล้วเจ้า, โดยบังเอิญ, ไม่เห็นตำหนิด่างดวงบนขาอ่อนของรายหนึ่งที่ส่งให้ข้าเมื่อตอนเย็นนี้หรือ?” ท่านบารอนถาม. “มันเป็นไปได้หรือที่เจ้า---”

“ท่านลุง.”

บารอนหมุนตัวกลับ, จ้องยังฟียด์-เราธาที่กำลังยืนอยู่ในช่องประตู. การปรากฏของหลานตนที่นี่, ในตอนนี้---ท่าทางรีบเร่งของชายหนุ่มไม่สามารถที่จะปิดบังได้นัก---ทั้งหมดเผยให้เห็นอย่างมาก. ฟียด์-เราธามีระบบสายลับของตนเองจับจ้องอยู่กับท่านบารอน.

“มีร่างหนึ่งอยู่ในโถงวังของข้าที่ข้าปรารถนาให้ถูกขนย้ายออกไป,” ท่านบารอนพูด, และเขาเอามือของตนคงอยู่ไว้กับอาวุธยิงขีปนาวุธในภายใต้เสื้อคลุมของตน, ขอบคุณที่โล่ห์พลังของเขานั้นเป็นที่ดีที่สุด.

ฟียด์-เราธาชำเลืองดูสองยามรักษาการณ์ที่อยู่ติดผนังด้านขวามือ, พยักหน้า. สองคนนั้นปลดตนเอง, ลนลานออกไปทางประตูและลงไปตามโถงยังวังของท่านบารอน.

เจ้าสองคนนั่นรึ? ท่านบารอนคิด. อ้า, เจ้าอสูรหนุ่มนี้ยังมีอีกมากที่ต้องเรียนรู้เกี่ยวกับการสมคบคิด!

“ข้าทึกทักเอาว่าเจ้าคงทิ้งอะไรจากมาไว้อย่างสันติสุขในเขตทาสนั่นนะ, ฟียด์,” ท่านบารอนพูด.

“ข้าได้กำลังเล่นคีออฟ(cheops* - หมากรุกปิระมิด 9 ชั้น)อยู่กับนายกองทาส,” ฟียด์-เราธา

* https://dune.fandom.com/wiki/Cheops

พูด, และเขาคิด. เกิดอะไรผิดพลาดไปรึ? เจ้าเด็กชายที่ข้าได้ส่งไปให้ลุงของข้าได้ชัดเจนเลยว่าฆ่าเจ้านั่นไปแล้ว. แต่เจ้านั่นเป็นอะไรที่สมบูรณ์แบบในงานนี้. กระทั่งฮาวัตเองก็ไม่สามารถทำการเลือกให้ดีกว่านี้ได้. เจ้าเด็กนั่นสมบูรณ์แบบ!

         “เล่นหมากรุกปิระมิด,” บารอนพูด. “ช่างน่ารักจริง. เจ้าชนะไหม?”

         “ข้า.....อาห์, ใช่, ท่านลุง.” และฟียด์-เราธาดิ้นรนที่จะยับยั้งความกระวนกระวาย.

         ท่านบารอนดีดนิ้วของตน, “เนฟุด, เจ้าปรารถนาจะถูกฟื้นฟูต่อความกรุณาอันดีของข้าไหม?”

         “ขอรับท่าน, ข้าต้องทำอะไรหรือ?” เนฟุดพูดเสียงสั่นรัว.

         “นั่นไม่สำคัญแล้วในตอนนี้,” ท่านบารอนพูด. “ฟียด์ได้เอาชนะนายกองทาสที่หมากรุกปิระมิด. เจ้าได้ยินนั่นไหม?”

         “ใช่.....ขอรับท่าน.”

         “ข้าปรารถนาให้เจ้าเอาสามคนมาและไปที่นายกองทาส,” ท่านบารอนพูด. “การ์โรติ์เจ้านายกองทาส. นำร่างมันมาหาข้าเมื่อเจ้าได้ได้ทำเสร็จสิ้นนั่นแล้วข้าอาจจะดูว่ามันได้ทำอย่างเหมาะสม. เราไม่สามารถมีนักเล่นหมากรุกไร้ฝีมือเช่นนี้ในการจ้างงานของเราได้.”

         ฟียด์-เราธากลายเป็นหน้าซีดเผือด, ขยับไปข้างหน้าหนึ่งก้าว. “แต่, ท่านลุง, ข้า---”

         “ทีหลัง, ฟียด์,” ท่านบารอนพูด, และโบกมือ. “ทีหลัง.”

         ยามรักษาการณ์สองคนผู้ที่ได้ออกไปยังที่วังพำนักของบารอนเพื่อจัดการร่างของเด็กชายทาสนั้นเดินโซเซผ่านประตูห้องโถงมุขด้วยหามสิ่งนักมาในระหว่างพวกเขา, แขนลาก. ท่านบารอนเฝ้าดูจนกระทั่งพวกนั้นได้ออกไปพ้นสายตา.

         เนฟุดก้าวขึ้นมาข้างร่างของบารอน. “ท่านปรารถนาจะให้ข้าฆ่านายกองทาส, ในตอนนี้หรือ, ฝ่าบาท?”

         “เดี๋ยวนี้,” บารอนพูด. “และเมื่อเจ้าทำเสร็จสิ้นแล้ว, เพิ่มเจ้าสองคนที่เพิ่งผ่านไปนั่นไปในรายการด้วย. ข้าไม่ชอบวิธีที่มันลากร่างนั่น. ใครก็ควรจะทำงานเยี่ยงนี้อย่างประณีต. ข้าจะปรารถนาได้เห็นซากของพวกมัน, ด้วย.”

         เนฟุดพูด, “ฝ่าบาท, มีสิ่งใดที่ข้าได้---”

         “ทำอย่างที่นายของเจ้าได้บัญชาไป,” ฟียด์-เราธาพูด. และเขาคิด: ทั้งหมดที่ข้าสามารถวังได้ในตอนนี้คือการที่จะรักษาหนังศีรษะของข้าเองไว้ได้.

         ดี! ท่านบารอนคิด. เขายังรู้ว่าจะตัดความเสียหายทั้งหลายของเขาอย่างไร. และท่านบารอนยิ้มอยู่ข้างในให้กับตนเอง, คิด: เจ้าหนุ่มนี้รู้, ด้วยเช่นกัน, ว่าอะไรจะทำให้ข้าชอบใจและเป็นเรียนรู้ให้เร็วมากที่สุดที่จะอยู่ในที่ที่ความโกรธของข้านั้นไม่ร่วงลงไปใส่เขา. เขารู้ว่าข้าต้องเก็บถนอมเขาเอาไว้. ใครอื่นอีกล่ะที่ข้ามีผู้ที่สามารถรับบังเหียนทั้งหลายที่ข้าต้องทิ้งไว้ให้สักวันหนึ่ง? ข้าไม่มีผู้อิ่นที่สามารถทำได้. แต่เขาต้องเรียนรู้! และข้าต้องถนอมรักษาตัวข้าขณะที่เขากำลังเรียน.

เนฟุดให้สัญญาณคนมาช่วยตน, นำพวกนั้นออกประตูไป.

“เจ้าจะเป็นเพื่อนข้าไปที่โถงวังของข้าหน่อยได้ไหม, ฟียด์?” ท่านบารอนถาม.

“ข้าเป็นของท่านตามบัญชา,” ฟียด์-เราธาพูด. เขาโค้งคำนับ, คิด: ข้าโดนจับแล้ว.

“เจ้านำไปก่อน,” บารอนพูด, และเขาชี้ไปที่ประตู.

ฟียด์-เราธาบ่งบอกถึงความกลัวของเขาโดยแต่เพียงการลังเลใจที่เปล้าเปลือยที่สุดเท่านั้น. ข้าได้ล้มเหลวอย่างที่สุดรึ? เขาถามตนเอง. เขาจะแทงมีดอาบยาพิษใส่ด้านหลังของข้า.....อย่างช้าๆผ่านโล่ห์นี้มั๊ย? เขามีผู้สืบทอดทางเลือกอื่นแล้วรึ?

ให้เขาได้มีประสบการณ์ชั่วขณะเช่นนี้ของความสยดสยอง, บารอนคิดขณะที่เขาเดินตามไปทางด้านหลังหลานของเขา. เขาจะสืบทอดจากข้า, แต่ก็ในเวลาที่ข้าเป็นผู้เลือก. ข้าจะไม่ให้เขาได้โยนข้าทิ้งไปจากสิ่งที่ข้าสร้างมันขึ้นมาเอง!

ฟียด์-เราธาพยายามที่จะไม่เดินซวนเซ. เขารู้สึกว่าผิวหนังมีขนลุกชันที่ด้านหลังของเขาราวกับว่าตัวมันเองก็กังขาใจว่าเมื่อไหร่การฟาดฟันจะหวดลงมา. กล้ามเนื้อของเขาต่างเขม็งตึงและคลายลงสลับกันไป.

“เจ้าได้ยินข่าวล่าสุดจากอาร์ราคิสแล้วหรือยัง?” ท่านบารอนถาม.

“ยังไม่, ขอรับ ท่านลุง.”

ฟียด์-เราธาบังคับตนเองไม่หันกลับทางด้านหลัง. เขาเลี้ยวลงไปตามโถงออกจากเขตปีกคนรับใช้.

“พวกนั้นมีผู้พยากรณ์คนใม่หรือผู้นำทางศาสนาของอะไรบางอย่างในกลุ่มของพวกฟรีเมน,” ท่านบารอนบอก. “พวกนั้นเรียกเขาว่า มวดดิบ. ตลกมาก, จริงนะ. มันมีความหมายว่า “หนู”. ข้าบอกกับแร็บบานให้ปล่อยพวกนั้นมีลัทธิศาสนานั่นไป. มันจะช่วยคอยทำให้พวกนั้นอาศัยอยู่ได้.”

“นั่นน่าสนใจมาก, ท่านลุง,” ฟียด์-เราธาพูด. เขาเลี้ยวเข้าไปสู่ระเบียงส่วนตัวยังเขตวังของลุงของเขา, กังขา: ทำไมเขาคุยถึงเรื่องลัทธิศาสนา? มีบางเล่ห์เหลี่ยมนัยยะอะรับข้ารึ?

“ใช่แล้ว, มันไม่ใช่รึ?” ท่านบารอนพูด.

พวกเขาเข้ามาในวังของบารอนผ่านส่วนต้อนรับสังสรรค์รับรองเข้าไปยังโถงนอน. ร่องรอยทั้งหลายของการดิ้นรนต่อสู้ได้ต้อนรับพวกเขาที่นี่—โคมแขวนลอยอยู่ผิดที่ทาง, ฟูกเตียงลงมาอยู่บนพื้น, ม้วน-คลายอารมณ์คลี่ไหลกระจายเปิดอยู่เหนือขาตั้งเตียง.

“มันเป็นแผนการที่ชาญฉลาด,” ท่านบารอนพูด. เขาคงร่างของตนให้อยู่ในโล่ห์ป้องกันเปิดทำงานขึ้นไปถึงระดับสูงสุด, หยุด, เผชิญหน้ากับหลานชายของตน. “แต่ไม่ฉลาดพอ. บอกข้าสิ, ฟียด์, ทำไมเจ้าไม่จู่โจมใส่ข้าให้ล้มลงไปด้วยตัวของเจ้าเอง? เจ้าได้มีโอกาสอยู่เพียงพอ.”

ฟียด์-เราธาพบว่าเก้าอี้แขวนลอย, บรรลุผลในการข่มจิตใจขณะที่เขานั่งลงไปในมันโดยปราศจากการบอกสั่ง.

ข้าต้องกล้าหาญในตอนนี้, เขาคิด.

“ท่านสอนกับข้าเองว่ามือของตนเองนั้นต้องให้สะอาดไว้อยู่เสมอ,” เขาพูด.

“อ้า, ใช่,” ท่านบารอนพูด. “เมื่อเจ้าเผชิญหน้าต่อจักรพรรดิ, เจ้าต้องสามารถที่จะพูดความจริงได้อย่างเต็มที่ว่าเจ้าไม่ได้ทำกรรมอันใดนั้น. นังแม่มดที่ข้อศอกของจักรพรรดิจะได้ยินคำพูดของเจ้าและรู้ว่าถึงคำพูดนั้นของพวกเขาเป็นความจริงหรือเป็นความเท็จ. ใช่. ข้าได้เตือกเจ้าถึงในเรื่องนั้นแล้ว.”

“ทำไมท่านไม่เคยซื้อเบเน เกสเสอริตมาสักรายหนึ่งเลยล่ะ? ท่านลุง?” ฟียด์-เราธาถาม. “มีสัจวจนะกรอยู่ข้างกายท่าน---”

“เจ้ารู้รสนิยมของข้าดี!” ท่านบารอนสอดขัด.

ฟียด์-เราธาศึกษาลุงของตน, พูด: “กระนั้น, สักรายหนึ่งก็จะมีค่าได้สำหรับ---”

“ข้าไม่ไว้ใจพวกมัน!” ท่านบารอนกร่น. “และหยุดพยายามที่จะเป็นเรื่องซะที!

ฟียด์-เราธาพูดเสียงอ่อน: “ตามแต่ท่านปรารถนา, ท่านลุง.”

“ข้าจำได้ถึงตอนที่ในสนามสังเวียนเมื่อหลายปีก่อน,” ท่านบารอนพูด. “มันดูเหมือนว่าที่วันนั้นเจ้าทาสได้ถูกเตรียมมาเพื่อฆ่าเจ้า. นั่นเป็นความจริงอย่างที่มันเป็นหรือ?”

“มันผ่านมานานแล้ว, ท่านลุง. อย่างไรก็ตาม, ข้า---”

“อย่าได้บ่ายเบี่ยง, ได้โปรด,” บารอนบอก, และความเขม็งตึงในน้ำเสียงของเขาเผยถึงการบังคับตนกับความโกรธของเขา.

ฟียด์-เราธามองที่ลุงของเขา, คิด: เขารู้, มิเช่นนั้นเขาคงไม่ถาม.

“มันเป็นการแสร้งตบตา, ท่านลุง. ข้าได้เรียบเรียงมันเพื่อทำลายความเชื่อถือต่อนายกองทาสของท่าน.”

“ฉลาดมาก,” ท่านบารอนพูด. “กล้าหาญ, ด้วย. เจ้าทาสแกลดิเอเตอร์เกือบจัดการเจ้าได้, ไม่ใช่รึ?”

“ใช่.”

“ถ้าเจ้าได้มีไหวพริบและความละเอียดอ่อนที่เข้ากันได้กับความกล้าหาญเยี่ยงนั้น, เจ้าก็จะเป็นที่น่าเกรงขามอย่างแท้จริง.” ท่านบารอนส่ายศีรษะของเขาจากด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง. และดังเช่นที่เขาได้ทำมากมายครั้งตั้งแต่ตั้งแต่วันร้ายแรงมหันต์บนอาร์ราคิส, เขาพบว่าตัวเขาเองกำลังสำนึกเสียใจต่อการสูญเสียไปกับไพเตอร์, เมนทาตนั้น. ได้เคยมีชายผู้ประณีต, ละเอียดอ่อนอย่างโหดเหี้ยม. มันไม่ได้ช่วยชีวิตเขาได้, กระนั้น. อีกครั้ง, ท่านบารอนส่ายศีรษะของตน. โชคชะตาเป็นบางครั้งที่ไม่อาจหยั่งรู้ได้.

ฟียด์-เราธาชำเลืองมองไปรอบๆโถงนอนนี้, ศึกษาถึงสัญญาณของการต่อต่อสู้ดิ้นรน, สงสัยว่าลุงของเขาได้เอาชนะได้อย่างไรต่อเจ้าทาสนั้นที่พวกเขาได้จัดเตรียมมันมาอย่างระมัดระวังยิ่งนัก.

“ข้าเอาชนะมันได้อย่างไรหรือ?” บารอนถาม. “อาห์-ห-ห, ที่นี้, ฟียด์---ให้ข้าได้เก็บงำอาวุธบางอย่างที่จะพิทักษ์ตัวข้าในอายุชราของข้านี้ไว้เถิด. มันดีกว่าที่เราใช้เวลานี้ที่จะทำการเคาะเจรจาต่อรองกัน.”

ฟียด์-เราธาจ้องมองเขา. การต่อรอง! เขาหมายถึงเก็บข้าไว้เป็นทายาทของเขาอย่างแน่นอน, งั้น. ไม่เช่นนั้นทำไมต้องเจรจาต่อรอง. หนึ่งเจรจาต่อรองกันด้วยความเท่าเทียมหรือเกือบจะเท่าเทียมกัน!

“ต่อรองอะไรหรือ, ท่านลุง?” และฟียด์-เราธาได้รู้สึกถึงความภาคภูมิใจที่น้ำเสียงของเขายังคงสงบและมีเหตุผล, การทรยศที่ไม่มีปีติยินดีอันใดที่ท่วมท้นตนเองอยู่.

ท่านบารอน, ด้วยเช่นกัน, สังเกตได้ถึงการควบคุมนั้น. เขาพยักหน้า. “เจาเป็นวัสดุที่ดี, ฟียด์. ข้าไม่ต้องการจะเสียเปล่าไปในวัสดุที่ดี. เจ้าดื้อรั้น, อย่างไรก็ตาม, ในการปฏิเสธที่จะเรียนรู้คุณค่าแท้จริงของข้าที่มีต่อเจ้า. เจ้ามีทิฐิมานะ. เจ้าไม่เห็นว่าทำไมข้าควรจะถูกถนอมรักษาเอาไว้ดุจใครบางคนของความเป็นสิ่งล้ำค่าสูงสุดต่อเจ้า. นี่.....” เขาแสดงท่าทางไปยังหลักฐานของการต่อสู้ในโถงนอนนั้น. “นี่เป็นความโง่เขลา. ข้าไม่ให้รางวัลต่อการโง่เขลาใด.”

เข้าไปถึงจุดนั่นเถอะ, เจ้าแก่โง่! ฟียด์-เราธาคิด.

“เจ้าคิดกับข้าว่าเป็นเช่นเจ้าแก่โง่,” ท่านบารอนพูด. “ข้าต้องตักเตือนเจ้าในเรื่องนั้น.”

“ท่านพูดถึงเจรจาต่อรอง.”

“อ้า, ความไม่อดทนของวัยหนุ่ม,” ท่านบารอนพูด. “เอาละ, นี่เป็นเนื้อหาสาระของมัน, งั้น: เจ้าจะหยุดการพยายามอันโง่เขลาเหล่านี้กับชีวิตของข้า. และข้า, เมื่อเจ้าพร้อมสำหรับมัน, จะก้าวออกไปด้านข้างตอบแทนความมีน้ำใจของเจ้า. ข้าจะเกษียณตนเองไปสู่ตำแหน่งที่ปรึกษา, ปล่อยให้เจ้าในที่นั่งของอำนาจ.”

“เกษียณหรือ, ท่านลุง?”

“เจ้ายังคงคิดว่าข้าเป็นเจ้าโง่,” บารอนพูด, “และนี้คือที่เป็นการยืนยันมัน, เอ๋? เจ้าคิดว่าข้ากำลังขอร้องเจ้า! ก้าวอย่างระมัดระวังไว้, ฟียด์. เจ้าแก่โง่ผู้นี้มองทะลุเห็นเข็มที่ซ่อนที่เจ้าได้ฝังเอาไว้ในขาอ่อนของเจ้าเด็กทาสนั่น. พอดีกับตรงที่ข้าจะเอามือของข้าวางลงไปบนมัน, เอ๋? แรงกดเล็กน้อยที่สุดและ---จึ๊ก! เข็มยาพิษจิ้มในฝ่ามือของเจ้าแก่โง่! อ้าห์-ห-ห-, ฟียด์.....”

ท่านบารอนส่ายศีรษะของเขา, คิด: มันจะไม่ได้ผล, ด้วยเช่นกัน. ถ้าฮาวัตไม่ได้เตือนข้าก่อน. เอาละ, ปล่อยให้เจ้าหนุ่มนี้เชื่อว่าข้าได้เห็นแผนการร้ายนี้ด้วยตนเองไป. ในวิธีนี้, ข้าทำ. ข้าเป็นผู้ที่ช่วยชีวิตฮาวัตจากการพังพินาศของอาร์ราคิส. และเจ้าหนุ่มนี้จำเป็นที่ต้องเคารพนับถือมหาศาลยิ่งขึ้นต่อความสามารถที่เหนือกว่าของข้า.

ฟียด์-เราธายังคงนิ่งเงียบอยู่, ดิ้นรนต่อสู้อยู่กับตัวเอง. นี่เขากำลังแสดงความจริงใจอยู่รึ? นี่เขาตั้งใจที่จะเกษียณตนเองจริงๆรึ? ทำไมจะไม่ล่ะ? ข้าแน่นอนว่าจะได้สืบทอดต่อจากเขาในวันหนึ่งถ้าข้าเคลื่อนไปอย่างระมัดระวัง. เขาไม่สามารถอยู่ไปชั่วนิรันดร์ได้. บางทีมันเป็นการโง่เขลาที่จะพยายามไปรีบเร่งกระบวนการ.

“ท่านพูดถึงเจรจาต่อรอง,” ฟียด์-เราธาพูด. “อะไรคือข้อผูกมัดที่เราต้องทำเพื่อรัดยึดมันไว้?”

“เราจะสามารถไว้วางใจกันได้อย่างไร, เอ๋?” ท่านบารอนถาม. “เอาละ, ฟียด์, สำหรับเจ้า: ข้ากำลังจัดวางธูเฟอร์ ฮาวัตที่จะเฝ้าจับตามองต่อเจ้า. ข้าไว้วางใจความสามารถเมนทาตทั้งหลายของฮาวัตในเรื่องนี้. เจ้าเข้าใจข้าหรือไม่? และสำหรับตัวข้า, เจ้าจะต้องรับข้าเอาไว้ในความศรัทธา. แต่ข้าไม่สามารถมีชีวิตอยู่ไปชั่วนิรันดร์, ใช่ไหม, ฟียด์? และบางทีเจ้าควรจะเริ่มต้นที่จะระแวงในตอนนี้ว่ามีหลายสิ่งที่ข้ารู้ในสิ่งที่เจ้าควรจะรู้.”

“ข้าให้ท่านด้วยข้อผูกมัดของข้าและอะไรที่ท่านให้ต่อข้าหรือ?” ฟียด์-เราธาถาม.

“ข้าจะปล่อยให้เจ้ามีชีวิตอยู่ต่อไป,” ท่านบารอนพูด.

อีกครั้ง, ฟียด์-เราธาศึกษาลุงของตน. เขาตั้งฮาวัตมาคุมข้า! เขาจะพูดว่าอย่างไรถ้าข้าบอกกับเขาว่าฮาวัตเป็นผู้วางแผนเล่ห์กลกับแกลดิเอเตอร์นั้นที่มีราคาเป็นนายกองทาสของเขา? เน่าจะพูดว่าข้าได้กำลังโกหกในการพยายามนี้ที่จะลดความน่าเชื่อถือของฮาวัต. ไม่, ธูเฟอร์ผู้แสนดีเป็นเมนทาตและได้เข้ามามีส่วนในชั่วขณะนี้.

“เอาละ, เจ้าจะพูดว่าอย่างไรล่ะ?” ท่านบารอนถาม.

“ข้าจะพูดอะไรได้? ข้ายอมรับ, แน่นอน.”

และฟียด์-เราธาคิด: ฮาวัต! เขาเล่นทั้งสองปลายต่อต้านตรงกลาง.....มันเป็นเช่นนั้นรึ? เขาย้ายมาที่ค่ายของลุงข้าเพราะว่าข้าไม่ได้ปรึกษาหารือเขาในการพยายามเรื่องเจ้าเด็กทาสนี้รึ?

“เจ้าไม่ได้พูดสิ่งใดเลยเกี่ยวกับการจัดวางฮาวัตให้คอยเฝ้าดูเจ้า,” ท่านบารอนพูด.

ฟียด์-เราธาทรยศต่อความโกรธด้วยการพ่นลมหายใจจมูกบานออกมา. ชื่อฮาวัตได้เป็นสัญญาณอันตรายหนึ่งในครอบครัวฮาร์คอนเนนมานานหลายปีแล้ว.....และในตอนนี้มันได้มีความหมายใหม่: ยังคงอันตรายอยู่.

ฮาวัตคือของเล่นที่เป็นอันตราย,” ฟียด์-เราธาพูด.

“ของเล่น! อย่าทำเป็นโง่. ข้ารู้ว่าอะไรที่ข้ามีในฮาวัตและวิธีที่จะควบคุมมันอย่างไร. ฮาวัตมีอารมณ์อย่างลึกทั้งหลาย, ฟียด์. ชายผู้ที่ปราศจากอารมณ์ทั้งหลายนั้นเป็นผู้ที่ต้องน่ากลัว. แต่อารมณ์อย่างลึก.....อาห์, ตอนนี้, คนเหล่านั้นสามารถถูกดัดลงมาหาความจำเป็นต้องการของเจ้าได้.”

ท่านลุง, เข้าไม่เข้าใจท่าน.”

“ใช่, นั่นกระจ่างพอ.”

เพียงหนังตาที่กระตุกวูบวาบเท่านั้นที่ทรยศต่อช่องทางของความขุ่นเคืองผ่านฟียด์-เราธา.

“และเจ้าก็ไม่ได้เข้าใจฮาวัต,” ท่านบารอนพูด.

หรือไม่ก็เจ้าด้วยเช่นกัน! ฟียด์-เราธาคิด.

“ใครกันที่ฮาวัตกล่าวโทษสำหรับสถานการณ์ปัจจุบันของเขานี้?” ท่านบารอนถาม. “ข้ารึ? อย่างแน่นอนละ. แต่เขาเป็นเครื่องมือของอะไทรดิสและเอาชนะข้ามาหลายปีจนกระทั่งจักรวรรดิยื่นมือเข้ามา. นั่นคืออย่างไรที่เขาเห็นมัน. ความเกลียดของเขาต่อข้าคือสิ่งไม่น่าสนใจในตอนนี้. เขาเชื่อว่าเขาสามารถเอาชนะข้าเมื่อไรก็ได้. การเชื่อเช่นนี้, เขาก็ถูกเอาชนะ. สำหรับข้าที่กำกับความสนใจของเขาไปที่ซึ่งข้าต้องการมัน---ต่อต้านจักรวรรดิ.”

ความตึงเครียดของการได้รู้สิ่งใหม่ขีดเส้นตรงแน่นข้ามผ่านหน้าผากของฟียด์-เราธา, บีบเรียวริมฝีปากของเขา. “ต่อต้านจักรพรรดิรึ?”

ปล่อยให้หลานรักของข้าได้ลองลิ้มรสชาติของการนั้น, ท่านบารอนคิด. ปล่อยให้เขาพูดกับตัวเขาเอง. “จักรพรรดิ ยด์-เราธา ฮาร์คอนเนน!” ให้เขาถามตัวเขาเองว่านั่นมีมูลค่ามากเท่าไร. อย่างแน่นอนที่มันต้องเป็นมูลค่าคุ้มกับชีวิตของหนึ่งลุงเฒ่าผู้สามารถทำความฝันนั้นได้ผ่านมา!

อย่างช้าๆ, ฟียด์-เราธาเลียริมฝีปากตนเองด้วยลิ้นของเขา. มันสามารถเป็นความจริงในอะไรที่เจ้าเฒ่าโง่กำลังพูดอยู่รึ? ได้มีอะไรมากกว่าที่นี้ที่ได้ดูเหมือนจะเป็น.

“และอะไรที่ฮาวัตต้องจะทับเรื่องนี้?” ฟียด์-เราธาถาม.

“เขาคิดว่าเขาใช้เราที่จะทำลายล้างของการล้างแค้นของเขาเอากับองค์จักรพรรดิ.”

“และเมื่อนั่นสัมฤทธิ์ผลแล้วล่ะ?”

“เขาไม่ได้คิดโพ้นเลยไปกว่าการล้างแค้นของเขา. ฮาวัตคือชายผู้ที่ต้องรับใช้ผู้อื่น, และไม่ได้กระทั่งรู้เรื่องนี้เกี่ยวกับตัวเขา.”

“ข้าได้เรียนรู้อย่างมากจากฮาวัต,” ฟียด์-เราธาเห็นด้วย, และรู้สึกถึงสัจในคำนั้นขณะที่เขาพูดพวกมันออกไป. “แต่ยิ่งข้าเรียนรู้มากเท่าไร, ข้าก็ยิ่งรู้สึกว่าเราควรจัดการเขา.....โดยเร็วด้วย.”

“เจ้าไม่ชอบความคิดในการเฝ้าดูของเขาต่อเจ้าหรือ?”

ฮาวัตเฝ้าดูทุกคนอยู่แล้ว.”

“และเขาอาจเอาเจ้าขึ้นสู่บัลลังก์. ฮาวัตเป็นคนฉลาดหลักแหลม. เขาเป็นสิ่งอันตราย, หลอกลวง. แต่ข้าจะยังไม่ระงับการให้ยาแก้พิษจากเขา. ดาบนั้นอันตราย, ด้วยเช่นกัน, ฟียด์. เรมีฝักดาบสำหรับรายนี้, ด้วย. ยาพิษในตัวเขา. เมื่อเราเพิกถอนยาแก้พิษ, ความตายก็จะสวมฝักลงใส่เขา.

“ในทางหนึ่ง, มันเหมือนกับสนามสังเวียน,” ฟียด์-เราธาพูด. “กลลวงภายในกลลวงภายในกลลวงทั้งหลาย. ท่านเฝ้าดูที่ได้เห็นหนทางที่เจ้าแกลดิเอเตอร์เรียนรู้, หนทางซึ่งเขามอง, วิธีที่เขาถือมีดของเขาอย่างไร.”

เขาพยักหน้าให้กับตนเอง, มองเห็นว่าคำพูเหล่านี้ทำความพอใจให้กับลุงของเขา, แต่ก็คิด: ใช่! เหมือนในสนามสังเวียน! และที่ล้ำหน้าไปก็คือจิตใจ!

         “ตอนนี้เจ้ามองเห็นแล้วสินะว่าเจ้าจำเป็นต้องการข้าอย่างไร,” ท่านบารอนพูด. “ข้ายังไม่หมดการใช้ประโยชน์, ฟียด์.”

         ดาบที่ต้องถูกไร้คมจนกว่าเขาจะทื่อเกินไปที่จะใช้งาน, ฟียด์-เราธาคิด.

         “ใช่, ท่านลุง,” เขาพูด.

         “และตอนนี้,” ท่านบารอนพูด, “เราจะลงไปที่เขตพักพวกทาส, เราสองคน. และข้าจะเฝ้าดูตอนที่เจ้า, ด้วยมือของเจ้าเอง, ฆ่าผู้หญิงทุกคนในปีกรื่นรมย์ใจนั้น.”

         “ท่านลุง!

         “ยังมีผู้หญิงอื่นอีก, ฟียด์. แต่อย่างทีข้าได้บอกไว้ว่า เจ้าจะทำผิดพลาดอย่างม่ใส่ใจกับข้าไม่ได้.”

         ใบหน้าของฟียด์-เราธาดำคล้ำ. “ท่านลุง, ท่าน---”

         “เจ้าจะยอมรับโทษทัณฑ์ของเจ้าและเรียนรู้บางอย่างจากมัน.” ท่านบารอนพูด.

         ฟียด์-เราธาพบกับการจ้อมองอย่างอิ่มอกอิ่มใจในแววตาของลุงของตน. และข้าต้องจดจำไว้กับคืนนี้, เขาคิด. และการจดจำมัน, ข้าต้องจำถึงคืนอื่นๆอีก.

         “เจ้าจะไม่ปฏิเสธ,” บารอนบอก.

         เจ้าสามารถทำอะไรได้ถ้าข้าปฏิเสธ, เจ้าแก่? ฟียด์-เราธาถามตนเอง. แต่เขารู้ว่าอาจจะเป็นการลงทัณฑ์บางอย่างอื่นอีก, บางทีจะฉลาดยิ่งกว่าอันนี้, ไม้คานโหดเหี้ยมอย่างยิ่งที่จะดัดงอเขา.

         “ข้ารู้เจ้าดี, ฟียด์,” ท่านบารอนพูด. “ว่าเจ้าจะไม่ปฏิเสธ.”

         เอาละ, ฟียด์-เราธาคิด. ข้าจำเป็นต้องการเจ้าในตอนนี้. ข้าเห็นนั่น. การเจรจาต่อรองได้ทำลงไปแล้ว. แต่ข้าจะไม่จำเป็นต้องมีเจ้าตลอดไปเสมอ. และ.....สักวันหนึ่ง.