หน้าเว็บ

วันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2568

อิบราฮิม ตราโอเร่ – คลองทังหิน และการปฏิวัติเขียวภายใต้ อิบราฮิม ตราโอเร่

 อิบราฮิม ตราโอเร่ – คลองทังหิน และการปฏิวัติเขียวภายใต้ อิบราฮิม ตราโอเร่

Tanghin Canal and the Green Revolution Under Ibrahim Traoré!!!

          https://youtu.be/d-kQGHUzCY8?si=3ccjWJUm_N3rmWoT

          ในตอนใจกลางของกรุงอัวกาดูกู, นครที่เสืยงหึ่ง ๆเซ็งแซร่ ด้วยการเติบโตอย่างมีพลวัตและพลังในวัยหนุ่มสาว.  การปฏิวัติเงียบกำลังแกะสกัดสลักหนทางของมันผ่านคอนกรีตและฝุ่น. แต่มันไม่ได้มีแค่ตึกสูงระฟ้ายืนตะหง่านหรือสะพานใหญ่โอ่อ่า. มันคือคลองลึกที่วิศวกรออกแบบอย่างพิถีพิถันรอบคอบ, โครงการโครงสร้างพื้นฐานการระบายน้ำที่เป็นความสำคัญระดับชาติอันลึกซึ้ง. นี้ไม่ใช่แค่การผันน้ำ. (In the heart of Ouagadougou1, a city buzzing with dynamic growth and youthful energy,  

            1 https://en.wikipedia.org/wiki/Ouagadougou

a silent revolution is carving its way through concrete and dust. It’s not a towering skyscraper or grand bridge. It’s a deep, meticulously engineered canal, a drainage infrastructure project of profound national importance. This isn’t just diverting water.)

ภายใต้วิสัยทัศน์ความเป็นผู้นำของประธานาธิบดี อิบราฮิม ตราโอเร่, คลองนี้กำลังมีชีวิตจากพิมพ์เขียวสำหรับความสามารถในการพร้อมรับมือของเมืองยุคปัจจุบัน, ตัวเร่งปฏิกิริยาสำหรับการฟื้นฟูทางเศรษฐกิจ และข้อพิสูจน์ชัดเจนต่อความสอดประสานกันทาวงนิเวศน์. มันเป็นแถลงการณ์อย่างห้าวหาญสะท้อนก้องไปทั่วอาฟริกาตะวันตก. บูกีร์นา ฟาโซ จะไม่รอคอยอย่างอดทนต่อความช่วยจากนานาประเทศอีกต่อไปแล้วที่จะมาบงการชะตากรรมของมัน. มันเป็นการสร้างแผนภูมิอย่างทรงพลังในวิถีอธิปไตยของตนเองไปสู่ข้างหน้า.  (Under the visionary leadership of President Ibrahim Traore, this canal is coming a living blueprint for modern urban resilience, a catalyst for economic revival and a testament to ecological harmony. It’s a bold declaration echoing across West Africa.  Burkina Faso will no longer passively await international aid to dictate its destiny. It is powerfully charting its own sovereign path forward.)

ในประชาชาติหนึ่ง, บ่อยครั้งมักจะถูกประเมินต่ำกว่าความเป็นจริงจากสื่อนานาประเทศและถูกละเลยในการประชุมอภิปรายกันในเรื่องการพัฒนาระดับโลก, บูร์กีนา ฟาโซได้เข้ายึดครองอย่างเงียบๆในหนึ่งของความทะเยอทะยานมากที่สุดของมันและเปลี่ยนแปลงรูปโครงการโครงสร้างพื้นฐานทั้งหลายสู่ปัจจุบัน. ที่หัวใจของการฟื้นฟูนี้ทอดแนวอยู่คือ โครงการคลองระบายน้ำ ทังหิน, ความริเริ่มการบริหารจัดการน้ำในขนาดระดับเมือง ที่อย่างรวดเร็วได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความทันสมัย, การพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนและวิสัยทัศน์ความเป็นผู้นำ ภายใต้ประธานาธิบดี อิบราฮิม ตราโอเร่. (In a nation often underestimated by international media and sidelined in global development discourse, Burkina Faso is quietly undertaking one of its most ambitious and transformative infrastructure projects to date. At the heart of this renewal lies the Tanghin Drainage Canal Project, an urban scale water management initiative that is rapidly becoming a symbol of modernity, environmental sustainability and visionary leadership under President Ibrahim Traore.)  

          โครงการระบายน้ำทังหินไม่ได้เป็นแค่บรรเทาอุทกภัยตามฤดูกาล หรือการกำกับทิศทางน้ำท่วมหลากออกไปจากถนนทั้งหลายของเมืองเท่านั้น. มันเป็นปฏิบัติการภารกิจโครงสร้างพื้นฐานหลายมิติ ที่ปรากฏเป็นรูปร่างให้กับสัญญาประชาคมของประธานาธิบดี ตราโอเร่ ที่จะองค์รวมการพัฒนาประสานเข้ากับวิศวกรรมโยธา, การผังเมือง, การรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม, และการฟื้นฟูเศรษฐกิจสังคม ให้เข้าไปสู่หนึ่งยุทธศาสตร์เดียวกัน.   (The Tanghin drainage project is not merely about mitigating seasonal floods or directing storm water away from city streets. It is the multi-dimensional infrastructure mission that embodies President Traore’s commitment to holistic development combining civil engineering, urban planning environmental stewardship, and socioeconomic revitalization into one unified strategy.)

          การได้เปิดตัวดังเป็นส่วนหนึ่งของความริเริ่ม ฟาโซ เอ็มโบ ของตราโอเร่, เรามาสร้างบ้านเกิดด้วยกัน, คลองนี้เสาะหาต่อ การกำหนดนิยามใหม่ว่าเมืองใหญ่ทั้งหลายทั่วประเทศจะจัดการรับมือกับน้ำฝนอย่างไร, พลเมืองควรมีประติสัมพันธ์อย่างไรกับสภาพแวดล้อมของพวกเขา, และเขตตำบลทั้งหลายที่ผ่านมาได้ถูกละเลย จะสามารถที่จะกลายเป็นความเจริญรุ่งเรืองได้อย่างไร ในศูนย์กลางของชีวิต, การพานิชย์, และอัตลักษณ์. (Launched as part of Traore’s broader Faso Embo initiative, let’s build together, this canal seeks to redefine how cities across the nation handle rainwater, how citizen interact with their environment, and how previously neglected districts can become thriving centers of life, commerce, and identity. Stretching across critical urban neighborhoods, the canal’s development is poised to deliver unprecedented benefits to over 150,000 residents in its first phase with many more to be impacted as phase 2 expands its reach.)

          จนกระทางถึงในตอนนี้, ฝนตามฤดูกาลทั้งหลายได้ก่อให้เกิดฝันร้ายประจำปีสำหรับเขตเมืองอัวกาดูกูเหมือนทังกาน. การปราศจากระบบระบายนทั้งหลายที่เพียงพอ, ถนนทั้งหลายได้เปลี่ยนรูปเป็นแม่น้ำโคลน. บ้านเรือนได้ถูกน้ำท่วมเป็นกิจวัตรและน้ำที่นิ่งทรงไม่ขึ้นไม่ลงได้กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สำหรับยุงและเชื้อโรคร้ายทั้งหลาย. ธุรกิจชะลอตัวช้าลง. เด็กนักเรียนได้รอคอยผ่านน้ำสกปรกเพื่อที่จะไปยังห้องเรียนของพวกเขา และการบริการสำคัญทางภาคพื้นดินที่ต้องหยุดลง. นั่นไม่ได้เป็นแค่เป็นความไม่สะดวกสบาย. พวกนี้ได้เป็นอปสรรคอย่างสำคัญต่อความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ, การศึกษา, และการสาธารณสุข. (Until now, seasonal rains have posed an annual nightmare for Ougodou’s urban districts like Tangan. Without adequate drainage systems, streets transformed into muddy rivers. Homes were routinely flooded and stagnant water became breeding grounds for mosquitoes and disease. Businesses slowed down. School children waited through filth to reach their classrooms and essential services ground to halt. These were not mere inconveniences. They were significant impediments to economic progress, education, and public health.)

          -ภาพทั้งหลายของบ้านเรือนกำลังต่อสู้ทำสงครามกับน้ำท่วม, ทรัพย์สินถูกกวาดหายไป, และการแพร่ระบาดของโรคร้าย ทั้งหมดได้กลายเป็นสิ่งธรรมดาสามัญมากเกินไป, กัดกร่อนจิตวิญญาณและการฟื้นฟูสภาพจิตใจของชุมชน. ประธานาธิบดีตราโอเร่, ผู้นำทหารได้พันธสัญญาอย่างลึกต่อความมีเกียรติศักดิ์ศรีแห่งชีวิตพลเรือน, จดจำได้ถึงในตอนเริ่มต้นกับภัยพิบัติซ้ำซากเช่นนี้ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้. พวกมันคืออาการทั้งหลายของการไม่ลงทุนอย่างเพียงพอ, ความอ่อนแอของการวางแผน, และมรดกสืบทอดมาของลัทธิอาณานิคมซึ่งเมินเฉยต้องความจำเป็นต้องการของท้องถิ่น.  (Images of residents battling floodwaters, properties swept away, and disease outbreaks had become all too common, eroding the community’s spirit and resilience. President Traore, a military leader deeply committed to the dignity of civilian life, recognized early on that such recurrent disasters were not inevitable. They were symptoms of underinvestment, weak planning, and a colonial legacy that ignored local needs.)

          อัวกาดูกู, ด้วยการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วและไร้การควบคุมมากว่าหลายทศวรรษ, ขยายตัวออกไปโดยขาดยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างยั่งยืน. การตั้งถิ่นฐานใหม่กระโจนพรวดขึ้นในพื้นที่ลุ่มกว้างใหญ่ หรือพาดผ่านเส้นทางระบายน้ำตามธรรมชาติทั้งหลาย, ยิ่งเป็นการเร่งปัญหาน้ำท่วมมากขึ้น.  การตอบสนองของตราโอเร่คือการตัดวินใจสร้างระบบคลอง ที่ไม่ได้ทำหน้าที่ใช้ประโยชน์เพียงแค่นั้น แต่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นได้.  นี้เป็นการตัดสินใจที่กล้าหาญซึ่งต้องการอย่างสำคัญในทรัพยากรทั้งหลายและวิสัยทัศน์ซึ่งขยายออกไปโพ้นเลยกรอบเฉพาะหน้าที่ยึดถือกัน. (Ouagadougou, with its rapid and uncontrolled growth over decades, expanded without a sustainable storm water management strategy. New settlement sprang up in low-lying area or across natural drainage paths, exacerbating the flooding problem. His response was decisive to build the canal system that was not only functional but transformative. This was a bold decision demanding significant resources and a vision extending far beyond immediate fixes.)

          การก่อสร้างได้เริ่มต้นด้วยความเพ่งจุดไปที่ความเข้าร่วมเกี่ยวข้องของทั้ง ชุมชน, วิศวกรท้องถิ่น, ช่างฝีมือและแรงงานทั้งหลาย ได้ขับเคลื่อน , คอยคงรักษาไว้ซึ่งปรัชญาของตราโอเร่ ที่บูร์กีนา ฟาโซ ต้องก่อสร้างมันด้วยตนเอง, ด้วยมือทั้งหลายของตัวมันเอง. นักเทคนิควัยหนุ่มสาวทั้งหลายได้รับการฝึกปฏิบัติ, หนุ่มสาวว่างงานได้รับมอบงานทำ, และนักธุรกิจท้องถิ่นทั้งหลายได้เข้าร่วมในห่วงโซ่อุปทาน/จัดส่งวัสดุ/วัคถุดิบและสนับสนุนการกระจายแยกคัดสินค้า.  (Construction began with a focus on community engagement. Local engineers, artisans, and workers were mobilized, keeping with Traore’s philosophy that Burkina Faso must build it self with its own hands. Young technicians were trained, unemployed youth were given jobs, and local businesses were integrated into supply chains for raw materials and logistical support.)

          ไม่เหมือนกับรูปแบบโครงการใหญ่โตตามเงินทุนจากต่างชาติ, ที่บ่อยครั้งเต็มไปด้วยเงื่อนไขทั้งหลายและข้อกำหนดให้พึ่งพาที่ปรึกษาจากต่างประเทศ, คลองนี้เป็นของผู้คนและพวกเขาคือผู้ที่ก่อสร้างมันกัน.  ไม่เหมือนกับรูปแบบมาตรฐานของโครงการทั้งหลายจากเงินทุนต่างชาติ, ทังสินได้ก่อสร้างด้วยการใช้แหล่งทรัพยากรท้องถิ่น. วิศวกร, แรงงานทั้งหลายและเยาวชนของกีร์นา เบย์ ได้เป็นผู้ขับเคลื่อน, ได้ฝึกฝนปฏิบัติ, และเสริมพลังอำนาจที่จะยึดเอาความเป็นเจ้าของของโครงการนี้.  (Unlike typical foreign-funded mega projects, often laden with conditionalities and reliance on international consultants, this canal belongs to the people and they are the ones building it. Unlike typical foreign funded projects, Tanghin is built using local resources. Burkina Bay engineers, laborers and youth are mobilized, trained and empowered to take ownership of the project.)

          ผู้คนไม่ใช่เป็นแค่ผู้รับผลประโยชน์ทั้งหลาย; พวกเขาเป็นสถาปนิกของความเปลี่ยนแปลง. การเข้าถึงในลักษณะนี้ให้กำไรทั้งคู่, การแก้ไขการว่างงานในขณะที่ส่งเสริมสร้างความสามัคคีและศักดิ์ศรีของชาติ. คลองไม่ได้เป็นเพียงแค่ท่อสำหรับระบายน้ำ. มันคือการออกแบบอย่างมีปัญญาที่ยอมให้กักเก็บน้ำได้, ควบคุมการปล่อยน้ำ, ลดการกัดเซาะทำลายดิน, ควบคุมจัดการน้ำท่วม. ระบบดักตะกอน, แนวต้นไม้ชายตลิ่ง, ทางเดินเท้า, และพื้นที่ว่าสาธารณะของชุมชน . ได้เปลี่ยนแปลงรูปเช่นนี้โดยวิศวกรรมที่เป็นผลสำเร็จของการเป็นแหล่งรวมและกระจายออกที่สำคัญของเมือง.  (The people are not just beneficiaries; they are the architects of change. This approach offers a dual benefit, addressing unemployment while fostering national unity and pride. The canal is not merely a conduit for water. Its intelligent design allows for water storage, controlled release, erosion reduction, and flood regulation. Silt trap systems, treelined banks, pedestrian walkways, and community spaces Transformed this engineering feat into a vital urban hub.)

          ไกลยิ่งกว่านั้น, องค์ประกอบทางสิ่งแวดล้อมทั้งหลายเช่น ทะเลสาบ, ระเบียงสีเขียว, การปลูกต้นไม้อย่างเรียบง่ายไม่ซับซ้อน, และเขตพื้นที่กรองโดยธรรมชาติได้บูรณาการเข้าด้วยกัน, ทำให้คลองทังหินเป็นระบบผังเมืองอย่างยั่งยืน. โพ้นเลยไปจากการควบคุมน้ำท่วม, การบริหารจัดการน้ำฝนหลากด้วยเช่นกันทำอิสรภาพให้กับที่ดินสำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหลาย, สวนสาธารณะ, ที่อยู่อาศัย, ศูนย์กีฬาอเนกประสงค์, และตลาดทั้งหลาย. พื้นที่ซึ่งครั้งหนึ่งเป็นส่วนระบการระบายน้ำจะในตอนนี้กลายเป็นศูนย์กลางที่มีชีวิตชีวาของ ชีวิตชุมชน, กิจกรรมทางธุรกิจ, และการปฏิสัมพันธ์เชิงวัฒนธรรม.  (Furthermore, ecological elements loke green corridors, naïve tree planting, and natural filtration zones are integrated, making the Tanghin Canal a sustainable urban system. Beyond flood control, storm water management also frees up land for public amenities, parks, housing, sport complexes, and markets. Area once submerged will now become vibrant centers of community life, economic activity, and cultural engagement.)

          อย่างเป็นลำดับการณ์, ทังหินไม่ได้เพียงปรับปรุงคุณภาพชีวิตเท่านั้น, แต่ยังกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจด้วยเช่นกัน, เร่งหนุนมูลค่าอสังหาริมทรัพย์, และวางพื้นฐานการพัฒนาอย่างยั่งยืน. เมื่อสรุปได้ในระยะที่ 1 , รัฐบาลกำลังเตรียมการสำหรับ ระยะที่ 2, เพิ่มความยาวของคลองอีกเป็น 2 เท่าและการแผ่ขยายระยะเอื้อมไปถึงของมันยังพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมของตำบลรอบนอกทั้งหลาย. ส่วนประกอบใหม่ๆรวมทั้งอ่างเก็บน้ำใต้ดินสำหรับการควบคุมกำกับน้ำท่วม, อุปกรณ์ตรวจวัดน้ำฝนอัจฉริยะ, และระเบียงสีเขียวเทคโนโลยีชั้นสูงทั้งหลาย.  (Consequently, Tanghin not only improve quality of life, but also stimulates economic growth, boosts property values, and lays the groundwork for sustainable development. As phase 1 concludes, the government is preparing for phase 2, doubling the canal’s length and extending its reach to more flood prone peripheral districts. New components include underground reservoirs for flood regulation, smart storm water sensors, and high-tech green corridors.)

เป้าหมายจำนวนผู้ได้รับประโยชน์ตรามโครงการฯคือ 400,000 ไม่รวมถึงผลกระทบเป็นระลอกต่อชุมชนเมืองรายรอบอยู่ทั้งหลาย. ประธานาธิบดี ตราโอเร่ กำลังบูรณาการโครงการฯนี้ด้วยการรณรงค์การเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบเศรษฐกิจและสังคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม. หลายพันของต้นไม้ได้ถูกเลือกเน้นในด้านความยืดหยุ่นปรับตัวได้และความสวยงามจะเป็นแนวไปตามริมตลิ่งของคลอง, ในการลดอุณหภูมิ, ปรับปรุงคุณภาพอากาศ, จัดสรรร่มเงา, และ ยึดดินให้เสถียร.  (The projected number of beneficiaries 400,000 not including the ripple effect on surrounding urban communes. President Traore is integrating the project with a massive greenification2 campaign. Thousand of trees chosen for resilience and beauty will line the canal banks, lowering temperatures, improving air quality, providing shade, and stabilizing soil.)

2 https://en.wikipedia.org/wiki/Green_economy

หญ้าพื้นเมืองและไม้พุ่มทั้งหลายจะช่วยกรองน้ำ, ป้องกันการกัดเซาะ, และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพของเมือง. คลองทังหินกำลังกลายเป็นแบบพิมพ์เขียวของ สภาพแวดล้อม, วัฒนธรรม, และความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชน. โครงการนี้ได้รับความสนใจจากชาวอาฟริกันทั้งหลาย ทั้งนักผังเมือง, นักวิชาการสิ่งแวดล้อม, และผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนา. (Native grasses and shrubs will filter water, prevent erosion, and restore urban biodiversity. Tanghin is becoming a blueprint for green development in Africa, integrating hard infrastructure with the soft benefits of environment, culture, and community well-being. The project has garnered attention from African urbanists, environmental scholars, and development experts.)

อะไรที่ทำให้มันแตกต่างแยกออกได้ก็คือคือคุณลักษณะท้ความเป็นองถิ่นของมัน. ถูกเงินทุนด้วยแหล่งทรัพยากรของชาติ, ถูกออกแบบโดยวิศวกรทั้งหลายของบูร์กีนา เบย์, และถูกสร้างผ่านเจตจำนงและการมีส่วมร่วมของประชาชน. มันไม่ได้พึ่งพาอยู่กับเงินกู้, เงินช่วยเหลือ, หรือที่ปรึกษาทั้งหลายจากต่างประเทศ.  มันคือการกระทำของการกำหนดชะตากรรมของชาติด้วยตนเอง,  การจัดแสดงถึงความเป็นผู้นำและวิสัยทัศน์ที่ถูกต้อง, แม้ว่าประเทศจะอยู่ภายใต้แรงกดดันทางเศรษฐกิจและความมั่นคงปลอดภัย ก็สามารถผลิตสร้างโครงสร้างพื้นฐานชั้นดีเยี่ยมระดับโลกได้.  (What sets it apart is its local character. Funded with national resources, designed by Burkina Bay engineers, and built through the will and participation of the people. It’s not dependent on loans, grants, or international consultants. It is an act of national self-determination, showcasing that with the right leadership and vision, even a country under economic and security pressure can produce worldclass infrastructure.)

ในหลายทศวรรษมา, ประชาชนของบูกีร์นา ฟาโซได้ถูกบอกในห้รอคอยผู้บริจาคทั้งหลาย, รอIMF, รอธนาคารโลก.  แต่คลองนี้คือข่าวสารอันกล้าหาญ. บูกีร์นา ฟาโซ จะไม่รอคอยอีกต่อไป, มันก่อสร้าง, มันเติบโต, และมันฝันอยู่ในแง่ความหมายทั้งหลายของตนเอง. โพ้นเลยไปจากด้านวิศวกรรมและการวางผังเมือง, แรงกระเทกของมนุษย์เป็นในบางทีน่าสัมผัสจิตใจได้มากที่สุด. จากหาบดเร่ทั้งหลายตามถนนสู่ครอบครัวที่ครั้งหนึ่งซึ่งได้อาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม, จากเด็กๆถึงผู้อาวุโสทั้งหลาย, หลายพันเรื่องราวยืนยันถึงความเปลรายนขั้นพื้นฐานของชีวิต. ไม่มีความหวาดกลัวว่าจะน้ำท่วม, เจ็บป่วย, หรือสูญเสียบ้านทั้งหลายหรือไม่อีกต่อไป.  (For decades, Burkina Bay’s citizens were told to wait for donors, for the IMF, for the World Bank. Burt this canal is a bold message. Burkina Faso will wait no more. It builds, it grows, and it dreams on its own terms. Beyond engineering and urban planning, the human impact is perhaps the most touching. From street vendors to families once living in flood zones, from children to elders, thousands of stories attest to fundamental changes in life. No more fear if floods, illness or losing homes.)

ในตอนนี้มีความเชื่อมั่น, ความหวัง, และความมีเสถียรภาพ. คลองทังหินเป็นมากไปกว่าความสำเร็จทางด้านวิศวกรรม. มันเป็นสัญลักษณ์ของการฟื้นฟูและศักดิ์ศรี. ในขณะที่ระยะที่ 2  ของโครงการฯเตรียมพร้อมที่จะทะยานออกไปด้วยช่องทางทั้งหลายที่ลึกขึ้น, ตลิ่งที่เขียวมากขึ้น, และระบบที่ชาญฉลาดมากขึ้น. โลกจะทำได้ดีไปกว่าการเฝ้าดู, ไม่แค่เป็นผู้อุปถัมภ์, แต่เป็นดุจประจักษ์พยานทั้งหลายต่อปาฏิหาริย์ซึ่งเผยออก. นี้ไม่ใช่แค่คลองระบายน้ำ. นี้ไม่ใช่แค่งานวอศวกรรมโยธา. นี้ไม่ใช่แค่บูกีร์นา ฟาโซ. นี้คือวิถีทางใหม่ของการก่อสร้างอาฟริกาจากรากทั้งหลายของความมีเกียรติศักดิ์ศรี, ด้วยเป้าประสงค์และด้วยพลังอำนาจ.  มันเป็นข้อพิสูจน์ว่า การพัฒนาอย่างยั่งยืนไม่ใช่โครงการทางกายภาพ, แต่เกี่ยวกับการสร้างความยืดหยุ่นปรับตนเอง, การกำหนด/ตัดสินใจด้วยตนเอง, และการศรัทธาในอนาคตของประชาชาติ.  (Now there is confidence, hope, and stability. The Tanghin Canal is more than just an engineering feat. It’s a symbol of restoration and dignity. As phase 2 prepares to launch with deeper channels, greener banks, and smarter systems. The world would do well to watch, not as Patrons, but as witnesses to unfolding miracle. This is not just a drainage canal. This is not just civil engineering. This is not just Burkina Faso. This is a new way of building Africa from the roots with dignity, with purpose and with power. It is a testament that sustainable development is not only physical projects, but also about building resilience, self-determination, and belief in a nation’s future.)

          คลองทังหินจะเป็นมรดกชั่วกาลนาน, สิ่งเตือนจำของความสามารถพิเศษทั้งหลายของมนุษยชาติ เมื่อถูฏเสริมเติมพลังอำนาจและถูกชี้นำโดยวิสัยทัศน์อันกระจ่าง.  (The Tanghin Canal will forever be a legacy, a reminder of humanity’s extraordinary capabilities when empowered and guided by a clear vision.)

          https://youtu.be/d-kQGHUzCY8?si=0nlVlbiQtMeZvKm9

วันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2568

อิบราฮิม ตราโอเร่ - บูกีร์นา ฟาโซ ถูกโจมตีโดย JNIM

อิบราฮิม ตราโอเร่ - บูกีร์นา ฟาโซ ถูกโจมตีโดย JNIM

Burkina Faso Attack: 50 Soldiers Killed | JNIM Terror Strike Shocks Sahel

          https://youtu.be/8_-Irwww1pc?si=Mu3FenaTEV1aldfI

บทนำ และ การมีส่วนร่วมของผู้ชม (Intro & Viewer Engagement)

          https://youtu.be/RvP16FsfcaY?si=52IufLbiQfljLWkp

          ในตอนนี้ขอให้เราหันความสนใจของเรามาที่บูร์กีน่า ฟาโซ. ประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลในอาฟริกาตะวันตก. มันถูกปกครองโดยเผด็จการทหารและมันได้ถูกพบเห็นว่าถูกโจมตี. กลุ่มติดอาวุธหนึ่งได้บุกเข้าโจมตีฐานทางทหารหนึ่ง. 100 ผู้บุกโจมตีได้เข้าถล่มฐานทหารนั้น. พวกเขาได้เผาและปลเนทรัพย์สินไปโดยทิ้งให้มีทหารเสียชีวิต 50 นาย. ผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีนี้? ได้รับรายงานว่าเป็นกลุ่ม JNIM. นี้คือกลุ่มอสลาม, กลุ่มอัล-กออิดาห์นอกประเทศ. และเมื่อหลายเดือนที่เพิ่งผ่านมา, มันได้กลายเป็นกลุ่มก่อการร้ายซึ่งอันตรายที่สุดในอาฟริกาตะวันตก.   (Now let’s turn our attention to Burkina Faso. This is a landlock country in West Africa. It is ruled by military hunta and it has witnessed an attack. An armed group has hit a military base. 100 attackers stormed the base. They burned and looted it leaving 50 soldiers dead. Who behind this attack? Reportedly JNIM. This is an Islamist group, an offshoot of Al-Qaeda. And on recent months, it has become the deadliest terror group in West Africa.)

          กรุณาใช้เวลาสักครู่ที่จะกด likeให้กับวิดีโอนี้ เพื่อที่ YouTube สามารถแนะนำมันไปยังผู้คนอีกมากมายทั่วทั้งอาฟริกาและโลก. อะไรที่พวกคุณกำลังจะได้ยินไม่ใช่แค่รายงานข่าว. มันเป็นการปรับให้ทันสถานการณ์ที่สำคัญจากหัวใจของอาฟริกาตะวันตก. ในช่วงเวลาของการสะท้อน/ทบทวน/ไตร่ตรอง, ของการเรียกร้องเพื่อความรวมเป็นหนึ่งเดียวด้วยกัน, เหนือกว่าอื่นใด, การสวดภาวนาเพื่อสันติ. ขอให้เราเริ่มต้นโดยให้เกียรติต่อวีรชนที่เสียชีพทั้งหลายในบูกีร์นา ฟาโซฺ. ขอให้การเสียสละอุทิศสักการะนี้ไม่เป็นที่สูญเปล่า. ขอให้ความกล้าหาญของพวกเขาเป็นสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างขันติและขอให้สันติคืนกลับมาสู่บูร์กีนา ฟาโซ และต่ออาฟริกาทั้งปวงด้วยเถิด. (Please take a moment to like this video so that YouTube can recommend it to many more people across Africa and the world. What you’re about to hear is not just a report. It is a critical update from the heart of West Africa. A moment of reflection, a call for unity, and above all, a prayer for peace. Let us begin by honoring the fallen heroes in Burkina Faso. May their sacrifice not be in vain. May their courage inspire resilience and may peace return to Burkina Faso and to all of Africa.)

บทสวดภาวนาแด่ทหารผู้สิ้นชีพไปทั้งหลาย (Prayers for the Fallen Soldiers)

บูกีร์นา ฟาโซ, ประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลกับมรดกอันภาคภูมิใจและประชากรกว่า 23 ล้านคน, อีกครั้งหนึ่งได้เผชิญหน้ากับการบุกโจมตีอย่างโหดเหี้ยมรุนแรงที่สะท้องฃนก้องไปทั่วภูมิภาคซาเฮลนี้. เมื่อสัปดาห์นี้อง, ประชาชาติได้ประสบรับรู้การโจมตีถึงตายต่อฐานทางทหารแห่งหนึ่ง ซึ่งผลของการนี้ทำให้มีการสูญเสียอันน่าเศร้าสลดของทหาริย่างน้อย 50 นาย. (Burkina Faso, landlocked with a proud heritage and a population of over 23 million, has once again faced a violent assault that echoes the entire Sahel region. This week, the nation experienced deadly attack on a military base that resulted in the tragic loss of at least 50 soldiers.)

อ้างอิงจากรายงานทั้งที่สามารถหาพบกันได้, ผู้บุกฎโจมตีทั้งหลายเป็นสมาชิกของกลุ่มติดอาวุธประมาณราว 100 คน. รายงานว่าทหารเหล่านี้บุกถล่มฐานที่ตั้งกองทหารและปล้นเสบียงทรัพย์สินทั้งหลายไปและจุดไฟเผาไหม้ลุกโชนส่วนหนึ่งของฐานนี้. เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุร้ายแรงที่สุดทางความมั่นคงอีกครั้งหนึ่งในหลายเดือนที่ผ่านมา และสะท้อนถึงการท้าทายทั้งหลายยังคงมีอยู่เผชิญหน้าต่อภูมิภาคนี้.  (According to available reports, the attackers were members of an armed group estimated to be about 100 strong. These militants reportedly stormed the military installation, looted supplies, and set parts of the base ablaze. This event marks one of the more severe security incidents in recent months and reflects the ongoing challenges faced by the region.)

การโจมตี: อะไรได้บังเกิดขึ้นที่ฐานกองทหารนั้น (The Attack: What Happened at the Military Base)

กลุ่มที่คาดว่าได้รวมตัวกันในการโจมตีนี้คือ จามาต-นาเซอร์ อัล-อิสลาม ขณะที่มุสลิมทั่วไปเอ่ยถึงว่าเป็นกลุ่มJNIM. องค์กรนี้ได้ก่อรูปรวมกันขึ้นในปี 2017 รู้จักกันคือกองกำลังผสมหลากหลายด้วยพวกหัวรุนแรงสุดโต่งปฏิบัติการไปทั่วแถบซาเฮล. มันได้ถูกเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้ายอัล-กออิดาห์ และได้กลายเป็นหนึ่งในกฃุ่มเคลื่อนไหวและอันตรายมากที่สุดในอาฟริกาตะวันตก. จากหลายปีที่ผ่านมา, JNIMได้แผ่ขยายปฏิบัติการของมันพาดผ่านทั่วพรมแดนทั้งหลายและได้เข้าไปเกี่ยวข้องในการโจมตีหลายครั้งที่ในมาลี, ไนเจอร์, และบูกีร์นา ฟาโซ.  (The group suspected of orchestrating this attack is Jamaat-Naser al-Islam while Muslim commonly referred to as JNIM. This organization formed in 2017 known as a coalition of several extremist factions operating across the Sahel. It is linked to al-Qaeda and has become one of the most active and deadly groups in West Africa. Over the years, JNIM has expanded its operations across borders and has been involved in numerous attacks in Mali, Niger, and Burkina Faso.)

เป้าหมายของกลุ่มนี้เล็งไปที่เพื่อทำลายเสถียรภาพของรัฐบาลประชาชาติทั้งหลายแผ่ขยายคามหวาดกลัวง, และเข้าไปควบคุมเหนือชนบทและพื้นที่แหล่งทรัพยากรมั่งคั่งทั้งหลาย. บูร์กีนา ฟาโซได้เป็นหนึ่งในประชาชาติที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการลุกฮือขึ้นมาของพวกหัวรุนแรงสุดโต่งนี้ในซาเฮล. รัฐบาลได้ทำความพยายามอย่างสำคัญทั้งหลายที่จะเผชิญหน้าด้วยปฏิบัติการทั้งทางทหารและผ่านการเข้าถึงต่อชุมชนทั้งหลายที่ได้รับผลกระทบ.  (The aim of such groups is to destabilize national governments spread fear, and gain control over rural and resource rich areas. Burkina Faso has been one of the nation’s most affected by the rise of violent extremism in Sahel. Government has made significant efforts to confront the threat both militarily and through outreach to affected communities.)

ในหลายปีที่ผ่านมา, สถานการณ์ความมั่นคงปลอดภัยได้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทั้งหลายทางการเมือง, รวมทั้งการเปลี่ยนถ่ายในความเป็นผู้นำได้มุ่งเล็งไปที่การฟื้นฟูความมีเสถียรภาพและระเบียบ. แทนการความพยายามทั้งหลายเหล่านั้น, การท้าทายทั้งหลายยังคงสลับซับซ้อมปมและหลากหลายหน้า. ภูมิภาคซาเฮล, ที่แผ่ระยะจากชายฝั่งตะวันตกของอาฟริกาพาดข้ามไปยังตะวันแออก, ได้ถูกมองว่ามีความเพิ่มขึ้นอย่างสำคัญในการบุกโจมตีที่รุนแรงทั้งหลาบโดยกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ. การบุกโจมตีเหล่านี้บ่อยครั้งมุ่งเล็งไปที่เพียงเป้าหมายทางทหารทั้งหลายเท่านั้น, แต่ก็ยังมีกับพลเรือนประชากรทั้งหลายด้วยเช่นกัน, รบกวนชีวิตประจำวันและขับไล่ผู้คนหลายล้านพลัดจากถิ่นฐานของตน.  (In recent years, the security situation has led to political changes, including transitions in leadership aimed at restoring stability and order. Despite these efforts, the challenges remain complex and multifaceted. The Sahel region, which spans from the west coast of Africa across to the east, has seen a significant increase in violent attacks by insurgent groups. These attacks are often aimed not only at military targets, but also at civilian populations, disrupting daily life and displacing millions.)

ผู้สังเกตการณ์ทั้งหลายของสหประชาชาติและนานาชาติ ได้อ้างอย่างเสมอต้นเสมอปลายถึงซาเฮลว่าเป็นหนึ่งในจุดร้อนอันตรายที่เกี่ยวข้องกับผู้ก่อการร้ายระดับโลก ด้วยภูมิภาคนี้ถูกนับว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ก่อการร้ายทั้งหมดได้เชื่อมโยงกับความรุนแรงไปทั่วโลก. มีปัจจัยสนับสนุนทั้งหลายอย่ากมายในการที่ทำให้วิกฤตการณ์ยังคงดำรงอยู่. เหล่านี้รวมทั้งตวามยากลำบากทางเศรษฐกิจ, การเข้าถึงของรัฐอันจำกัดในพื้นที่ห่างไกล, การแย่งชิงเหนือแหล่งทรัพยากรธรรมชาติทั้งหลาย, และผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ.  (The United Nations and international observers have consistently referred to the Sahel as one of the most concerning hotspots for global terrorism with the region now accounting for more than half of all terrorism related deaths worldwide. There are many contributing factors to the persistence of the crisis. These include economic hardship, limited state presence in remote areas, competition over natural resources, and the effects of the climate change.)

ในภูมิภาคทั้งหลายมากมาย, กลุ่มหัวรุนแรงสุดโต่งทั้งหลายใช้ประโยชน์จากความเปราะบางทั้งหลายเหล่านี้, เสนอให้บริการทั้งหลาย, การคุ้มครอง, หรือการจ้างงานต่อประชากรผู้สิ้นหวัง. ในทางกลับคืน, พวกเขาได้อาณาเขตการควบคุมแล้ะพื้นที่ทั้งหลายเหล่านี้เป็นฐานทั้งหลายในการปฏิบัติการ. พวกเขายังได้วางเป้าหมายไปยังโครงสร้างพื้นฐานอย่างเช่นถนน, หอสื่อสาร, และสาธารณูปการพลังงานทั้งหลาย, ในส่วนห่างไกลที่อิทธิพลรัฐบาลอ่อนแอ. แม้จะมีภัยคุกคามอย่างต่อเนื่อง, ผู้คนของบูร์กีนา ฟาโซยังคงดำเนินต่อไปที่จะแสดงให้เห็นถึงขันติอันน่าจดจำ. (In many regions, extremist groups exploit these vulnerabilities, offering services, protection, or employment to desperate populations. In return, they regain territorial control and use these areas as bases of operations. They also target infrastructure such as roads, communication towers, and energy facilities, further weakening government influence. Despite the persistent threat, the people of Burkina Faso continue to show remarkable resilience.)

ใครคือ JNIM? กลุ่มที่อยู่เบื้องหลังความรุนแรง (Who Is JNIM? The Group Behind the Violence)

ชุมชนท้องถิ่นทั้งหลาย, กลุ่มภาคประชาสังคม, และกองกำลังติดอาวุธทั้งหลาย ได้เล่นบทวิกฤตสำคัญในการต่อต้านการแผ่ขยายของผู้ก่อความรุนแรงสุดโต่งนี้. ภาวการณ์เป็นผู้นำของประเทศได้เรียกร้องซ้ำอีกครั้งถึงการร่วมมือกันของภูมิภาค, ความเข้าใจที่ว่าภัยคุกคามนั้นเป็นเรื่องข้ามชาติและต้องการความร่วมมือพยายามทั้งหลายในชาติเพื่อนบ้านทั้งหลาย. (Local communities, civil society groups, and the armed forces have all played critical roles in resisting the spread of violent extremism. The country’s leadership has repeatedly called for regional cooperation, understanding that the threat is transnational and requires joint efforts by neighboring states.)

บูกีร์นา ฟาโซได้ทำงานอย่างใกล้ชิดด้วยเช่นกันกับประดเทศทั้งหลายเช่น มาลี,และไนเจอร์ ในพันธมิตรความมั่นคงปลอดภัยที่เพิ่งผ่านมาในการจัดการต่อรากเหง้าของการก่อการร้ายและปรับปรุงกองกำลังร่วมทางทหารในการตอบโต้ทั้งหลาย. มันเป็นสิ่งสำคัญที่จะจดจำได้ถึงความพยายามทั้งหลายของบูร์กีนา ฟาโซ ในการฟื้นฟูสันติภาพที่กำลังเดินหน้าไปและอยู่ในหลากหลายมิติ. การทหารเพียงลำพังไม่สามารถคลี่คลายวิดฤติได้.  (Burkina Faso has also worked closely with countries like Mali and Niger in recent security alliances at addressing the root causes of terrorism and improving joint military responses. It’s important to recognize that Burkina Faso’s efforts to restore peace are ongoing and multi-dimensional. Military alone cannot resolve the crisis.)

รัฐบาลได้ลงทุนไปในการพยายามเจรจาระดับท้องถิ่น, ส่งเสริมการศึกษา, และการพัฒนาด้านเศรษฐกิจในพื้นที่อ่อนแอเปราะบาง. การส่งเสริมทั้งหลายเหล่านี้เล็งผลไปที่รื้อฟื้นสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างรัฐและชุมชนทั้งหลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคทั้งหลายซึ่งการปรากฏของหน่วยงานสาธารณะทั้งหลายที่ผ่านมาในอดีตนั้นมีอยู่อย่างจำกัด. มากไปกว่านั้น, หน่วยงานระดับชาติทั้งหลายได้เสริมสร้างกลุ่มป้องกันตนเองและอาสาสมัครทั้งหลายของท้องถิ่นขึ้นเพื่อที่จะสนับสนุนกองทัพในการปกป้องชุมชนทั้งหลายของพวกเขาโดยการฝีกอบรมและจัดหาทรัพยากรทั้งหลายเพื่อให้เกิดการประสานงานและมีวินัย. (The government has invested in local dialogue efforts, education initiatives, and economic development in vulnerable areas. These initiatives aim to rebuild trust between the state and communities particularly in regions where the presence of public institutions has been historically limited. Moreover, national authorities have encouraged local defense groups and volunteers to support the army in protecting their communities with training and resources provided to ensure coordination and discipline.)

ในขณะที่พลวัตภูมิภาคกำลังดำเนินต่อไปในการเปลี่ยนถ่าย,  ก็ได้มีความกังวลเติบโตขึ้นเกี่ยวกับความทะเยอทะยานทั้งหลายของกลุ่มหัวรุนแรงสุดฏโต่งที่จะแผ่ขยายมายังชายฝั่งอาฟริกาตะวันตกง ประชาชาติทั้งหลายอย่างเช่น เบนิน, โตโก, กานา, และคอต ดีวัวร์ ไม่นานมานี้ได้เพิ่มการเฝ้าระวัง/ตรวจการณ์ชายแดนและปฏิบัติการความมั่นคงภายในของพวกเขา ในการตอบสนองต่อข่าวกรอง, คำชี้แนะทั้งหลายที่เครือข่ายก่แอการร้ายอาจได้พยายามที่จะไกด้รับกาสรเข้าถึงชายฝั่งแอตแลนติค. (As regional dynamics1 continue to shift, there is growing concern about the ambitions of extremist groups to expand toward coastal West Africa. Nations such as Benin, Togo, Ghana, and Kot Devoir have recently increased their border surveillance and internal security operations in response to intelligence, suggesting that terrorist networks may be attempting to gain access to the Atlantic coast.)

1 https://en.wikipedia.org/wiki/Regional_power

การควบคุมเส้นทางชายฝั่งทั้งหลายจะทำให้กลุ่มทั้งหลายนี้ได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ในประพเด็นของการค้าอาวุธเถื่อน, ผู้คน, และสินค้าผิดกฎหมายทั้งหลาย. สิ่งนี้คือความพยายามอย่างสลัซับซ้อนอย่างสำคัญที่จะธำรงอิทธิพลและแหล่งทรัพยากรทั้งหลาย, นักแสดงนานาชาติทั้งหลายก็ได้เข้ามใดเกี่ยวข้องในการตอบโต้ต่อวิดฤตการณ์ซาเฮลนี้.  ประเทศหลากหลายในยุโรป, สหประชาชาติ, และหน่วยงานระดับภูมิภาคทั้งหลายได้จัดหาให้การอบรม, สนับสนุนด้านข่าวกรอง, และเงินทุนในการสร้างความแข็งกองกำลังนานาชาติและความจันติกำลังใจให้ชุมชนเข้มแข็ง.(Controlling coastal routes would offer these groups strategic advantages in terms of smuggling arms, people, and illicit goods. This would significantly complicate efforts to contain their influence and funding sources, international actors have also been involved in the response to the Sahel crisis. Various European countries, the United Nations, and regional bodies have provided training, intelligence support, and funding to strengthen national military forces and community resilience.)

อย่างไรก็ตาม, ก็ยังมีการถกเถียงเติบโตเพิ่มขึ้นเช่นกันไปทั่วอาฟริกา เกี่ยวกับความสำคัญของการของการพึ่งพาตนเองในเรื่องความมั่นคง. พลเมืองมากมายและผู้นำทั้งหลายโต้แย้งว่าเสถียรภาพในระยะยาวต้องมาก่อนภายในภาคพื้นทวีป ผ่านยุทธศาสตร์อาฟริกาทั้งหลายในการเป็นแกนนำข้อคลี่คลายทั้งหลาย ที่นำความเป็นจริงของท้องถิ่นมานับเข้าร่วมด้วย. การบุกโจมตีเมื่อไม่นานมานี้ในบูกีร์นา ฟาโซยังฟย้ำเตือนถุงความเร่งด่วนฉุกเฉินของวิกฤตการณ์นี้. การสูญเสียชีวิต, การพังทะเลายของโครงสร้างพื้นฐาน, และการพลัดถิ่นถูกขับไล่ที่ได้มีอยู่ต่อไปของผู้คน ต้องการการตอบสนองแบบรบวงจร. และขณะที่การท้าทายทั้งหลายมีอยู่มโหฬารกว้างขวาง, ก็ยังคงมีความหวังอยู่.   (However, there has also been growing discussion across Africa about the importance of self-reliance in security matters. Many citizens and leaders argue that long-term stability must come from within the continent through African-led strategies solutions that take local realities into account. The recent attack in Burkina Faso is yet another reminder of the urgency of this crisis. The loss of life, the destruction of infrastructure, and the continued displacement of people require a unified response. And while the challenges are immense, there is still hope.)

พาดผ่านไปทั่วบูร์กีนา ฟาโซและซาเฮล, คนหนุ่มสาวทั้งหลาย, นักการศึกษา, ผู้นำทางศาสนา, และพกลุ่มสตรี กำลังลงมือทำ, เสนอทางเลือกทั้งหลายต่อความรุนแรงและการที่จะยืนหยัดต่อสู้ความหวาดกลัว. พวกเขาทำงานอาจจะไม่ได้สร้างข่าวพาดหัวแอยู่เสมอ, แต่มันเป็นฐานรากของสันติภาพตลอดไป. เราได้ช่วงเวลานี้ให้เกียรติต่อทหารผู้ล่วงลับไปทั้งหลาย. การรับใช้แผ่นดินของพวกเขานี้เป็นที่แสดงแทนถึงการอุทิศสักการะในเหตุอันยิ่งใหญ่กว่า, ควสามปลอดภัยและความภาคภูมิใจของผู้คนของพวกเขา.   (Across Burkina Faso and the Sahel, young people, educators, religious leaders, and women’s groups are taking action, offering alternatives to violence, and standing up against fear. They work may not always make headlines, but it is the foundation of lasting peace. We take this moment honor the fallen soldiers. Their service represents a sacrifice for a greater cause, the safety and dignity of their people.)

ซาเฮล:  การก่อการร้ายเพิ่มขึ้นไปทั่วทั้งภูมิภาค (The Sahel: Rising Terrorism Across the Region)

ชอให้เราทั้งหมดได้สวดภาวนาใหกับดวง

วิญญาณของพวกเขาทั้งหลาย, ให้กับครอบครัวทั้งหลายของพวกเขา, และให้กับแผ่นดินที่พวกเขาได้รับใช้.  ขอให้สันติมีแพร่หลายสู่บูกีร์นา ฟาโซ. ขอให้มันจงแผ่ข้ามยัไปงมาลี, ไนเจอร์, และทั่วกมุมของอาฟริกาที่สันติได้เป็นที่จำเป็นต้องการ. มันยังเป็นความสำคัญด้วยเช่นกันสำหรับสหภาพอาฟริกัน และกลุ่มก้อนภูมิภาคทั้งหลายที่เป็นอย่างเช่น ECOWAS ที่จะดำเนินต่อไปใสความพยายามทางการทูตทั้งหลายของพวกเขา. ในขณะที่ยุทธศาสตร์ทางทหารทั้งหลายเป็นแก่นสาระสำคัญ, การเจรจา, การมีสมาธิ, และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ต้องยังคงอยู่ที่หัวใจของหนทางคลี่คลายแก่ไขใดในระยะยาวต่อไป.  (Let us all offer a prayer for their souls, for their families, and for the country they served. May peace prevails in Burkina Faso. May it spread across Mali, Niger, and every corner of Africa where peace is needed. It is also important for the African Union and regional blocks as ECOWAS to continue their diplomatic efforts. While military strategies are essential, dialogue, meditation, and sustained development must remain at the heart of any long-term solution.)

เส้นทางสู่สันติไม่ได้ผ่านทางการทหารเพียงลำพัง, แต่ผ่านการแจ้งตำแหน่งแห่งรากเหง้าสาเหตุความขัดแย้ง, ความไม่เสมอภาค, การถูกละเลย/ไม่ให้ความสำคัญ, การด้อยโอกาส, และการสึกกร่อนของความเชื่อมโยงทางจารีตประเพณีของสังคม. ในนครใหญ่ทั้งหลายเหมือนเช่นวากูดูกู, แทนที่ชีวิตจะได้ดำเนินไปกันอย่างยากลำบาก, ผู้คนไปทำงาน, เด็กๆไปโรงเรียน, ตลาดเปิดค้าขาย ในแต่ละตอนเช้า. นี้เป็นความแข็งแกร่งเงียบๆของผู้คนบูร์กีนา. และจิตวิญญาณอันทนทานที่ไม่ได้ยอมจำนนต่อความหวาดกลัว.  มันเป็นจิตวิญญาณนี้ที่ต้องได้รับการสนับสนุนและขยายเพิ่มขึ้นไป.   (The path to peace is not through force alone, but through addressing the root causes of conflict, inequality, marginalization, lack of opportunity, and the erosion of traditional social bonds. In cities like Wagadugu, life goes on despite the hardship, People go to work, Children attend school, Markets open each morning. This is the quiet strength of the Burkina people. An enduring spirit that does not surrender to fear. It is this spirit that must be supported and amplified.)

สื่อทมั้งหลายก็ยังเล่นบทบาทสำคัญนี้ด้วยเช่นกัน, การหนังสือพิมพ์ที่รับผิดชอบตนเอง,  วิทยุชุมชน, และแพลตฟอร์มดิจิตอลทั้งหลาย สามารถช่วยปะทะต่อสู้ประชิดกับข่าวสารข้อมูลซึ่งผิดพลาด, จัดสรรการเตือนภัยเริ่มต้นของการบุกโจมตีทั้งหลาย, และสร้างพื้นที่ว่างให้การเจรจา. นักสร้างสรรค์เนื้อหาสาระหนุ่มสาวทั้งหลาย, นักทำบล็อก, และผู้สื่อข่าวจากบูกีร์นา ฟาโซและทั่วซาเฮลกำลังเริ่มต้นที่จะเปลี่ยนถ่ายเรื่องราวจากการตกเป็นเหยื่อผู้ถูกกระทำหนึ่งไปเป็นหนึ่งในหน่วยงานองค์กรที่คือ, ความสร้างสรรค์, และความหวัง.  (Media also plays an important role, responsible journalism, community radio, and digital platforms can help combat misinformation, provide early warning of attacks, and create spaces for dialogue. Young content creators, bloggers, and journalists from Burkina Faso and across the Sahel are beginning to shift the narrative from one of victimhood to one of agency, creativity, and hope.)

ชุมชนนานาชาติควรที่จะดำเนินต่อไปในการสนับสนุนมัน แต่ด้วยมนุษยธรรมและความเคารพต่อผู้นำท้องถิ่น.  การแทรกแซงจากภายนอกต้องถูกตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นหุ้นส่วน, ไม่ใช่การมานำ และชนอาฟริกันทั้งหลายทุกแห่งหนต้องสนับสนุนซึ่งกันและกันในความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน. เมื่อประชาชาติหนึ่งหลั่งเลือด, ทั่วทั้งทวีปก็ต้องรู้สึกเจ็บปวด. เมื่อชุมชนหนึ่งลุกขึ้นมา, สันก็ช่วยยกพวกเราทั้งหมดขึ้นมาด้วย.  (The international community should continue its support but with humanity and respect for local leadership. Any external intervention must be based on partnership, not dominance. And Africans everywhere must support one another in solidarity. When one nation bleeds, the whole continent feels the pain. When one community rises, it uplifts all of us.)

ขณะที่เราสรุปรายงานนี้, เราอีกครั้งขอร้องต่อท่านให้กดlikeวิดีโอนี้เพื่อที่มันสามารถไปถึงมากขึ้นยังผู้คนที่ห่วงใยถึงสันติภาพ, อนาคต, และอธิปไตยของอาฟริกา. ขอให้สิ่วนี้เป็นแพลตฟอร์มไม่เพียงแต่ข้อมูลข่าวสาร, แต่เพื่อความเป็นหนึ่งเดียวกัน. ขอให้เรื่องราวของบูกีร์นา ฟาโซไม่ถูกอธิบายถึงแต่เพียงความรุนแรง, แต่ด้วยความขันติจิตใจแข็งแกร่งของผู้คนของมัน และความหวังที่ไม่มีวันตาย. ขอให้การนำเสนอข่าวทันเหตุการณ์ครั้งหน้าจากภูมิภาคนี้จะเป็นข่าวที่ดีกว่า. ข่าวขอการได้ความมั่นคงปลอดภัยเจริญรุ่งเรืองคืนกลับมาสู่โรงเรียนทั้งหลาย, ได้สร้างบ้านทั้งหลายกลับคืนมาอีกครั้ง, และรอยยิ้มของเด็กๆกลับคืนมา. จนกว่าจะถึงเช่นนั้น, ขอให้เราดำเนินต่อไปในการสวดภาวนา. ขอให้เราดำเนินต่อไปในการพูดบอก. ขอให้เราดำเนินต่อไปในการกระทำ.  (As we conclude this report, we once again ask you to like this video so it can reach more people who care about Africa’s peace, future, and sovereignty. Let this be a platform not just for information, but for unity. Let the story of Burkina Faso not be defined by violence, but by the resilience of its people and the hope that never dies. May the next update from this region bring better news. News of regained security thriving schools, rebuilt homes, and smiling children. Until then, let us continue to pray. Let us continue to speak. Let us continue to act.)

บูร์กีนา ฟาโซไม่ได้แตกหัก. มันทนทาน. และจากความทนทานนี้, ความสามัคคีของอาฟริกาอันแข็งแกร่งยิ่งก้สามารถผุดขึ้นมาได้.  ขอบคุณสำรับการรับชมChronicle Updatesนี้. ได้โปรดกดติดตาม, แบ่งปันข่าวสารนี้, และทิ้งความคิดทั้งหลายของคุณไว้ที่ช่องความคิดเห็น. ขอให้โลกรู้ว่าอาฟริกากำลังเฝ้าดู. อาฟริกากำลังลุกขึ้น.   (Burkina Faso is not broken. It is enduring. And from this endurance, a stronger, more united Africa can emerge. Thank you for watching Chronicle Updates. Please subscribe, share this message, and leave your thoughts in the comments. Let the world know that Africa is not silent. Africa is watching. Africa is rising.)

 https://youtu.be/8_-Irwww1pc?si=ageZK-CUIJvBAp_5

วันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2568

อิบริม ตราโอเร่ – ECOWAS แค่เดินเข้าไปติดกับ

 อิบริม ตราโอเร่ – ECOWAS แค่เดินเข้าไปติดกับ

Traoré Saw It Coming — ECOWAS Just Walked Into a Trap

          https://youtu.be/DqEvVB_X4nk?si=1hltmojTNKWzd9J_

TRAORE:        คุณสามารถต้องการที่จะบังคับใช้ประชาธิปไตยให้โดยการฆ่าหลายล้านผู้คนได้อย่างไรรึ? นั่นคือเผด็จการ นั่นไม่ใช่ประชาธิปไตย.”  (“How can you want to impose democracy by killing millions of people? That’s dictatorship that’s not democracy.”)

Africa Wire:    อิบราฮิม ตราโอเร่ ไม่ได้พูดปาฐกถา แต่เมื่อพูด, ดาวเทียมทั้งหลายย้ายที่, รัฐบาลทั้งหลายตัวแข็ง, และทหารทั้งหลายทั่วอาฟริกาตะวันตกกุมอาวุธแน่นแน่นขึ้นกว่าเดิม. เพราะว่าในคำพูดที่ซึ่งคำทั้งหลายนั้นว่างเปล่า, ความเงียบนี้ได้กลายเป็นภัยคุกคามที่เสียงดังที่สุด. เมื่อ ECOWAS - Economic Community of West African States/ ประชาคมเศรษฐกิจแห่งรัฐอาฟริกาตะวันตก, ได้พยายามจะต้อนเขาเข้ามุม, พวกเขาได้ลืมไปหนึ่งอย่าง. นี่ไม่ใช่แค่ชายชาติทหารอีกรายหนึ่ง. นี้คือพายุพรางตัว. และมันได้เกือบที่จะเขย่าฐานรากทั้งหลายของทางการทูต (Ibrahim Traore doesn’t speak on but when he does speak on but when he does, satellites shift, governments freeze, and soldiers across West Africa grip their weapons tighter. Because in a word where words are empty, this silence has become the loudest threats. When ECOWAS1 tried to corner him, they forgot one thing. This wasn’t just another military man. This was a storm in camouflage. And it was about to shake the foundations of diplomacy.)

          1 https://en.wikipedia.org/wiki/ECOWAS

เรามาย้อนกลับไปดูกัน. สิงหาคม 2003. ECOWAS ได้ยืนตระหง่านควันพวยพุ่งปารราชสีห์ติดสัด. คำบัญชาเรียกร้องได้ปลิวว่อนกับความสงบเรียบร้อยตามรัฐธรรมนูญที่ในไนเจอร์. พูดกันถึงการแทรกแซงทางทหาร. และคำโกหกที่บังอาจที่สุดก็คือ, “ถ้าทางการทูตล้มเหลว, เราจะลงมือ.” แต่ขณะที่นักการทูตทั้งหลายดื่มไวน์กันอยู่ที่อาบูจา, ตราโอเรผูกเชือกรองเท้าบู้ต. ไนเจอร์เพิ่งถูกยึดโดยกองทัพของตนเองที่นำโดย อับดูราฮามาเน ทชิอานี และทันทีนั้นเส้นใหม่ได้ถูกขีดลาก. (Let’s rewind. August 2003. ECOWAS stood tall puffed like a lion in heat. Demands flew for constitutional order in Niger. Talks of military intervention. And boldest lie, “If diplomacy fails, we will act.” But while diplomats drank wine in Abuja2, Traore laced his boots. Niger had just been taken by its own military led by Abdourahamane Tchiani3 and instantly a new was drawn.)

2 https://en.wikipedia.org/wiki/Abuja

3 https://en.wikipedia.org/wiki/Abdourahamane_Tchiani

บนด้านหนึ่ง, ฝรั่งเศส, ECOWAS, วอชิงตัน, บนอีกด้านหนึ่งคือ ตราโอเร่, ทชิอานี, โกอิตา และการต้านทานชนิดใหม่, ดิบ, ไม่ขัดเงา, ไม่เกรงกลัว. หัวข่าวพาดกันกรีดร้องกันนอุตลุดจลาจล แต่ภายใต้กลุ่มควันของการรวมตัวกัน. กลุ่มพันธมิตรของซาเฮลได้กำเนิดขึ้น. บูร์กีนา ฟาโซ, มาลี, ไนเจอร์, รวมกันเป็นหนึ่งเดียวโดยเจ็บปวด, ต่อต้าน, และวิสัยทัศน์. (On one side, France, ECOWAS, Washington, on the other Traore, Tchiani, Goita and a new kind of resistance raw, unpolished, unafraid. The headlines screamed chaos but beneath the smoke coordination. The alliance of Sahel States was born. Burkina Faso, Mali, Niger, united by pain, resistance, and vision.)

ดังนั้น, เมื่อ ECOWASได้ข่มขู่ที่จะส่งกองทหารเข้ามา, ตราโอเร่ก็ตอบสนองด้วยคำเตือนเยือกเย็น. (So, when EXOWAS threatened to send troops, Traore responded with a chilling warning.)

ก็ยกตัวอย่างทั้งหลายกันได้อยู่เสมอๆ. พวกเขาจะบอกเราเช่นนี้, คุณรู้จักมั้ย, โธมัส ซังการา ได้พยายามจะทำมันเหมือนเช่นนี้, แต่ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนรึ? เขาตายไปแล้ว.”  (“I was always taking examples. They will us, you know, Thomas Sankara tried to do it like this, but where is he? He is dead.”)

การแทรกแซงทางทหารใดในไนเจอร์จะถูกถือเอาว่าเป็นการประกาศสงครามต่อบูกีร์นา ฟาโซและมาลี.  นั่นไม่ใช่การทูต. นั่นเป็นคำสั่งสอน. ตอนนี้ถามตัวคุณเองว่าทหารยศกัปตันอายุ 36 ปีกลายมาเป็นปัญหาใหญ่โตที่สุดของ ECOWAS ได้อย่างไร? ง่ายๆ. เขาได้มองเห็นสายเส้นชักใยทั้งหลาย. เขาได้รู้ว่าเกมนี้ได้ถูกควบคุมไว้. และที่สำคัญมากไปกว่านั้นคือเขาได้พูดว่า ไม่. ในชณะที่ ECOWASมีวาระประเด็นต้องแถลงข่าวทั้งหลาย, ตราโอเร่ก็ได้ถูกเตะออกไปจากกองทัพฝรั่งเศส, ตัดสายสัมพันธ์กับปารีส, เปิดอ้าทางเดินอาวุธทั้งหลายและวางฐานรากทั้งหลายให้กับประชาติใหม่. ใครนั้นต้องไม่สร้างด้วยหนี้, แต่สร้างด้วยศักดิ์ศรี.  (Any military intervention in Niger will be considered a declaration of war against Burkina Faso and Mali. That wasn’t diplomacy. That was doctrine. Now ask yourself how did a 36-year-old-captain become ECOWAS’s biggest problem? Simple. He saw the strings. He knew the game was rigged. And more importantly he said NO. While ECOWAS issued press statements, Traore was kicking out of France troops, cutting ties with Paris, opening up arms corridors and laying the foundations of a new nation. One not built on loans, but on pride.)

กลับมาในกรุงอาบูจา,  ECOWASได้ตื่นตระหนกใหญ่โต. ฝรั่งเศสเตือนระวังภัย. สหประชาชาติเปิดประชุมวาระปรารถนาดีตามปกติเพื่อสันติภาพ. แต่ความเสียหายได้เสร็จไปแล้ว. ในเดือนกันยายน พันธมิตรนั้นก็แข็งแกร่งขึ้นแต่ติดอาวุธขึ้น. มีการลาดตระเวนร่วมกัน, แบ่งปันข่าวกรอง, และหนึ่งเป้าหมาย, ไม่ปล่อยให้มือตจากต่างชาติเข้ามาเลือกผู้นำทั้งหลายให้คนอาฟริกันอีก. ในขณะเดียวกัน, การแตกร้าวก็มีขึ้นข้างในของ ECOWAS.  (Back in Abuja, ECOWAS panicked. France grew cautious. The UN issued its usual plea for peace. But the damage was done. By September the alliance was solidified and armed. Joint patrol, shared intelligence, and one goal, never again let foreign hands pick African leaders. Meanwhile, cracks formed inside ECOWAS.)

บูกีร์นา ฟาโซและไนเจอร์ ที่จะถอนตัวออกจาก ECOOWAS ว่าเป็นการพัฒนาที่น่าเสียดาย. วุฒิสภาไนจีเรียคัดค้านต่อประธานาธิบดีลา ตินูบู. โตโกยังอยู่เงียบ. ที่เรียกว่ากองทัพแห่งภูมิภาคในตอนนี้ดูท่าทางตัวสั่นเทา. ทำไมรึ? เพราะว่าตราโอเร่ได้เล่นมันอย่างฉลาดเท่. เขาไม่เคยตะโกนโวยวาย, ไม่เคยร้องขอ. เขายืนนิ่งแล้วปล่แอยให้ECOWASพ่ายแพ้ไปในสงครามทางจริยธรรม. (Burkina Faso and Niger to withdraw from ECOWAS is a regrettable development. Nigeria’s Senate opposed to Tinubu. Togo stayed silent. The so-called regional army now looked shaky. Why? Because Traore played it smart. He never shouted, never begged. He stood still and let ECOWAS lose the moral war.)

ที่ในอัวกาดูกู, บางอย่างอื่นได้บังเกิดขึ้น.  ธงรัสเซียนทั้งหลายโบกสะบัดปลิว. ฝูงชนสวดภาวนาชื่อของเขา. แผ่นปิดทั้งหลายอ่านได้ว่า ไม่เอาฝรั่งเศส. เอาอิสรภาพ. “กัปตันของประชาชน.  (In Ouagadougou4, something else happened. Russian flags flew. Crowds chanted his name. Posters read no to France. Yes, to freedom. “Captain of the people.”     

4https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%B9

          ตราโอเร่กำลังสร้างลัทธิ. เขาได้กลายเป็นสัญลักษณ์หนึ่ง. และสัญลักษณ์ทั้งหลายนั้นยากที่จะฆ่าได้กว่าคน. ในปารีสความตื่นตระหนกแพร่กระจาย. EXOWASได้อ่อนลง. ไม่มีการข่มขู่ทั้งหลายอีก, มีเพียงชั้นเชิงทางการทูตและการท้อแท้. แต่ตราโอเร่ยังไม่จบสิ้น. ตอนปลายปี 2023, เขาได้อนุมัติโรงงานปูนซีเมนต์ของรัฐ. เงินทุนมาจากภายในประเทศ. ไม่มีBIMF, ไม่มีการขอทาน, แค่หบาดเหงื่อและอธิปไตย.  (Traore wasn’t building a cult. He was becoming a symbol. And symbols are harder to kill than men. In Paris panic spread. ECOWAS softened. No more threats, only diplomacy and desperation. But Traore wasn’t done. Late 2023, he approved a state-owned cement factory. Funded from within. No IMF, no begging, just sweat and sovereignty.)

          ECIWAS ได้พยายามอีกครั้งด้วยแถลงการณ์, แต่ไม่มีใครฟัง. ถนนทั้งหลายได้ถูกเลือกไปแล้ว. ดังนั้น, ตราโอเร่เอาชนะECOWASได้อย่างไรหรือ? ไม่ใช่ด้วยปืน, ไม่ใช่ด้วยสุนทรพจน์ทั้งหลาย, แต่ด้วยคสวามคิดที่ว่าอาฟริกาไม่ได้จำเป็นต้องการความช่วยเหลือ. มันจำเป็นต้องการปลดโซ่ตรวน. ที่ไม่มีการปิดกั้นภูมิภาค, ไม่มีผู้บริจาคของตะวันตกสามารถเอาชนะผู้คนที่จดจำถึงคุณค่าของตนได้.  (ECOWAS tried again with statements, but no one listened. The streets had chosen. So, how did Traore beat ECOWAS? Not with guns, not with speeches, but with an idea that Africa doesn’t need saving. It needs unshackling. That no regional block, no western donor can defeat a people who’ve remember their worth.)

ตราโอเร่ไม่ได้แค่ต่อต้านขัดขืน, เขาได้เปิดโปง. เขาได้แสดงให้เห็นว่า EXOWAS ได้กลายเป็นน้อยลงในความเป็นผู้คุ้มครอง และมากกว่าในความเป็นผู้รับเหมาความมั่นคงปลอดภัยของตะวันกตก. เขาไม่ได้พูดเช่นนั้น, เขาไม่จำเป็นต้องพูด.  (Traore didn’t just resist, he exposed. He showed that ECOWAS has become less a protector and more a security contractor for the West He didn’t say it, he didn’t need to.)

ทุกถนนได้ถูกสร้างขึ้นโดยปราศจากความช่วยเหลือของฝรั่งเศส, ทุกอาวุธมาจากแหล่งที่ไม่ต้องผ่านการเห็นชอบของอเมริกา, ทุกพันธมิตรได้ก่อรูปขึ้นโดยปราศจากการอนุมัติของยูโรเปียน ได้เป็นนิ้วกลางตะโกนดังลั่นชูขึ้นให้กับระบบนั้น. และนี่คือเราในตอนนี้. ตราโอเร่ยังคงยืนหยัดอยู่. ECOWASได้แตกกระจาย. และซาเฮลนั้น, มันไม่ได้เป็นแค่ภูมิศาสตร์อีกต่อไป. มันคือสาส์นที่บอกให้รู้กันว่า อาฟริกาจะไม่ถูกบริหารจัดการอีกต่อไป, ไม่มีการถูกปลดปล่อยอีกต่อไป, และไม่มีการโกหกกันอีกต่อไป.   (Every road built without French aid, every weapon sourced without US approval, every alliance formed without European permission was a loud middle finger to the system. And here we are now. Traore still stands. ECOWAS is fractured. And the Sahel, it’s no longer just geography. It’s a message that Africa will no longer be managed, no longer be released and no longer be lied to.)

คุณกำลังชมรายการของ Africa Wire. ถ้าพวกนี้ไม่ได้แสดงเสนอในสิ่งคุณได้พบเห็นตามปกติ. กรุณากดติดตามด้วย. (You’re watching Africa Wire. Things they don’t do usually show you. Kindly subscribe.)

https://youtu.be/DqEvVB_X4nk?si=1WJ0GkZi5DSqRPCy