หน้าเว็บ

วันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

ลอว์เรนซ์ หว่อง – ทำไมอาเซียนเป็นสิ่งสำคัญ

ลอว์เรนซ์ หว่อง – ทำไมอาเซียนเป็นสิ่งสำคัญ

Why ASEAN Matters

          https://youtu.be/du0UiWqgrrI?si=T6_MsK1IqoDYgSb1

            * Lawrence Wong Shyun Tsai  (เกิด 18 ธันวาคม 1972) เป็นนักการเมืองสิงคโปร์ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่สี่ของสิงคโปร์ตั้งแต่ปี 2024 และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังตั้งแต่ปี 2021 สมาชิกของพรรคPeople's Action Party (PAP) ที่เป็นรัฐบาล เขาเป็นสมาชิกรัฐสภา (MP) สำหรับเขต Limbang ของMarsiling–Yew Tee Group Representation Constituency (GRC) ตั้งแต่ปี 2015 ก่อนหน้านี้เขาเคยเป็นตัวแทนของเขต Boon Lay ของWest Coast GRCระหว่างปี 2011 ถึง 2015

เพื่อนชาวสิงคโปร์ทั้งหลายของผม, ผมเพิ่งเสร็จสิ้นการแนะนำตัวเยี่ยมเยือนยังเมืองหลวงทั้งหลายของอาเซียน – ด้วยขอยกเว้นกับเมียนมาร์, ที่ผมหวังว่าจะเยี่ยมเยือนเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวยมากยิ่งขึ้น. ทำไมผมถึงจัดลำดับความสำคัญเป็นเรื่องการเยี่ยมเยือนทั้งหลายนี้? เพราะว่า อาเซียน คือเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงของเรา. เรามีความสัมพันธ์ทวิภาคีที่ใกล้ชิดกับสมาชิกทั้งหมดขององค์กร. และมันอยู่ในผลประโยชน์ที่แบ่งปันกันของเราที่จะมีความแข็งแรงและเป็นเอกภาพของอาเซียน. (My fellow Singaporeans, I’ve just completed my inductor visit to ASEAN capitals – with the exception of Myanmar, which I hope to visit when the situation is more conducive. Why did I prioritize these visits? Because ASEAN is our immediate neighborhood. We have close bilateral ties with all its members. And it’s in our shared interest to have a strong and united ASEAN.)

          โลกนี้กำลังไปผ่านการเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้ง. ความตึงเครียดเชิงภูมิรัฐศาสตร์ทั้งหลายกำลังพุ่งสูงขึ้น. แต่มันไม่ได้เป็นครั้งแรกของภูมิภาคเราได้ถูกเผชิญหน้ากับความไม่แน่นอน. เมื่ออาเซียนได้ก่อตั้งในปี 1967, โลกได้อยู่ในภาวะปั่นป่วนวุ่นวาย - เต็มที่อยู่ในตรงกลางของสงครามเย็น. ผู้นำทั้งหลายที่ก่อตั้งได้ทราบดีว่าเราจะดีกว่าที่จะออกไปจากจากการเผชิญหน้าท้าทายทั้งหลายด้วยกัน มากกว่าที่จะอยู่ตามลำพัง. (The world is going through profound changes. Geopolitical tensions are rising. But it is not the first time our region has faced uncertainty. When ASEAN was formed in 1967, the world was also in turmoil – right in the middle of the Cold War. Our founding leaders knew we were better off facing challenges together rather than alone.)

 

ในขณะที่มร. เอส ราชารัตนัม, รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศรายแรกของเรา, กล่าวไว้ว่า, “ถ้าอาเซียนไม่ได้แขวนอยู่ด้วยกัน, เราจะแขวนอยู่แยกออกจากัน. ดังนั้น, เรามาอยู่ด้วยกัน เคารพต่ออธิปไตยผู้อื่นซึ่งกันและกัน และมุ้งเน้นความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน.”   (As Mr. S Rajaratnam, our first Foreign Minister, put it, if ASEAN does not hang together, we will hang separately. So, we came together – respecting each other’s sovereignty and focusing on mutually beneficial cooperation.)

เอกภาพนั่นได้ช่วยทอดวางรากฐานสำหรับสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคของเรา. อาเซียนได้มองเห็นความขัดแย้งมาก่อน. เราครั้งหนึ่งได้เป็นสนามประชันให้กับสงครามตัวแทนของมหาอำนาจทั้งหลาย. เราไม่ได้ต้องการให้นั่นบังเกิดขึ้นอีกครั้ง. อีกทั้งเราก็ไม่สามารถรองรับที่จะมีการทะเลาะพิพาทแบ่งแยกเราออกจากกันได้.  (That unity helped lay the foundations for peace and stability in our region. ASEAN has seen conflict before. We were once an arena for proxy wars by the major powers. We do not want that to happen again. Neither can we afford to have disputes divide us.)

แทนที่จะเป็นเช่นนั้น, เราต้องทำงานด้วยกันที่จะธำรงรักษาไว้ซึ่งสันติภาพและเสถียรภาพ, และที่จะรักษาอาเซียนให้เปิดกว้างและครอบคลุม - ภูมิภาคหนึ่งที่ไม่ได้ถูกครอบงำโดยอำนาจใดเพียงหนึ่งเดียว, แต่คือที่ของอำนาจหลักใหญ่ทั้งหลายได้ถูกมีส่วนร่วมและถูกลงทุน. อย่างเอกเทศแล้ว, ในแต่ละประเทศอาเซียนอาจจะถูกจำกัดในขนาดสัดส่วน. แต่ด้วยการร่วมกันแล้วเราได้มีน้ำหนักที่ต้องพิจารณาขึ้นมาได้.  (Instead, we must work together to preserve peace and stability, and to keep ASEAN open and inclusive – a region that is not dominated by any single power, but where all the major powers are engaged and invested. Individually, each ASEAN country may be limited in scale. Burt together we have considerable weight.)

อาเซียนในทุกวันนี้ได้มีประชากรอยู่ในราว 700 ล้านผู้คน. เรามีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ห้าของโลก, รองจากอเมริกา, จีน, เยอรมนี, ญี่ปุ่น. เมื่อถึงปี 2030, เราได้ถูกคาดว่าจะเป็นใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสี่.   (ASEAN today has a population of some 700 people. We are the fifth largest economy in the world, after America, China, Germany and Japan. By 2030, we are projected to be the fourth largest.)

แต่เราเรายังคงที่จะสามารถทำอีกมากยิ่งขึ้นที่จะปลดล็อคศักยภาพเต็มเปี่ยมของเรา. โดยเฉพาะอย่างยิ่ง, ใตทศวรรษหน้าจะเป็นที่วิกฤติสำคัญ. การได้ดำเนินต่อไปในสันติภาพ, เสถียรภาพและการเติบโตในอาเซียน จะเปลี่ยนแปลงรูปธรรมทั้งภูมิภาคของเรา – และสิ่งนี้จะแปลความหมายไปเป็นงานอาชีพที่ดีขึ้น, โอกาสทั้งหลาย และมาตรฐานการดำรงชีพที่ดีสำหรับผู้คนทั้งหมดของเรา(But we can still do much more to unlock our full potential. In particular, the next decade will be critical. Continued peace, stability and growth in ASEAN will transform our entire region – and this is will translate to better jobs, opportunities and living standards for all our peoples.)

เราจะบรรลุสำเร็จนี้ได้อย่างไร? (How can we achieve this?)

กุยแจสำคัญวางนอนอยู่ในกาสรบูรณาการอย่างใกล้ชิดขึ้นในกลุ่มเศรษฐกิจทั้งหลายของประชาคมอาเซียน. ทุกวันนี้, ห่วงโซ่อุปทานของอาเซียนได้ขยายออกไปหลากหลายประเทศ, การใช้ประโยชน์จากจุดแข็งที่เสริมกันของเรา. ตัวอย่างเช่น, ฝ้ายจากฟิลิปปินสิ์อาจจะถูกโดยโรงงานทั้งหลายของไทย, ย้อมที่และทอเวียตนาม, และแล้วก็ได้ถูกส่งออกไปยังโลก. นี่คือประเภทของสหการความร่วมมือที่เราต้องสรเงความแข็งแรง.  (The key lies in closer integration amongst ASEAN economies. Today, ASEAN supply chains1 already span multiple countries, leveraging our complementary strengths. For example, cotton from the Philippines may be spun in Thai factories, dyed and sewn in Vietnam, and then exported to the world. This is the kind of cooperation we must strengthen.)

1 "Supply chains" แปลว่า ห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งหมายถึงกระบวนการทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการนำสินค้าหรือบริการจากต้นทางไปจนถึงมือผู้บริโภค ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การผลิต การจัดเก็บ ไปจนถึงการขนส่งและการจัดจำหน่าย 

  • ความหมายโดยละเอียด: ห่วงโซ่อุปทานเป็นเครือข่ายของกระบวนการที่เชื่อมโยงกัน ตั้งแต่ผู้ผลิต วัตถุดิบ ไปจนถึงผู้บริโภค
  • กระบวนการหลัก: ครอบคลุมตั้งแต่การจัดซื้อจัดจ้าง การผลิต การจัดเก็บสินค้า การกระจายสินค้า และการขนส่ง
  • ความสำคัญ: การจัดการห่วงโซ่อุปทานที่ดีช่วยให้ธุรกิจสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการใดกระบวนการหนึ่ง

 

เราต้องทำอาเซียนให้มากยิ่งขึ้นในความไร้รอยต่อและการเป็นตลาดหนึ่งเดียวกันในการแข่งขันกับนานาประเทศ – หนึ่งที่เดียวกันดึงดูดธุรกิจและการลงทุนซึ่งมองหาทางเลือกทั้งหลายในขณะที่เศรษฐกิจของโลกกำลังแตกหกระจายเป้นชิ้นเล็กชิ้นน้อย. ที่จะได้ไปถึงที่นั้น, เราจำเป็นต้องการการปฏิรูปทั้งหลายที่โกดดเด่นชัดเจนยิ่งขึ้น. นั่นหมายความว่า: ลดทอนกำแพงกีดกันทั้งหลายทางการค้าและการลงทุน. ทำความง่ายมากขึ้นสำหรับบริษัททั้งหลายที่จะปฏิบัติ/ดำเนินกิจการข้ามพรมแดนทั้งหลาย.(We must make ASEAN a more seamless and competitive single market – one that attracts business and investments looking for alternatives in a more fragmented global economy. To get there, we need bolder reforms. That means: reducing trade and investment barriers. Making easier for companies to operate across borders.)

การเจราต่อรองกันใน ข้อตกลงอาเซียนเรื่องเศรษฐกิจดิจิตอล. การเชื่อมต่อเข้าด้วยกันถึงระบบการชำระเงินทั้งหลายแบบตามเวลาทันที 24 ชั่วโมง, เหมือนที่เราได้ทำกันไปแล้วระหว่างสิงคโปร์, มาเลเซีย และประเทศไทย. และเสริมเติมโครงสร้างพื้นฐานด้านกายภาพของเรา – รวมทั้งทางรถไฟและการเชื่อมต่อโครงข่ายระบบไฟฟ้า.   (Negotiating an ASEAN Digital Economy Agreement. Linking up our real time payment systems, like we have already done between Singapore, Malaysia and Thailand. And enhancing our physical infrastructure – including rail and power grid connectivity.)

โพ้นเลยออกไปจากความบูรณาการภายใน, อาเซียนต้องลงลึกในความเป็นหุ้นส่วนทั้งหลายของมันกับส่วนที่เหลือของโลก. เราได้มีเจ็ดข้อตกลงการค้าเสรีกับหุ้นส่วนภายนอก, รวมทั้ง the Regional Comprehensive Economic Partnership  - ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือ RECEP, ที่เป็นกลุ่มการค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก.  (Beyond internal integration, ASEAN must deepen its partnerships with the rest of the world. We already have seven Free Trade Agreements with external partners, including the Regional Comprehensive Economic Partnership2 or RECEP, which is the world’s largest trading bloc.)

2https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84

 

เรากำลังยกระดับ FTAs – ข้อตกลงการค้าเสรีทั้งหลายเหล่านี้ที่มีอยู่, และกำลังสำรวจค้นหาสิ่งใหม่ทั้งหลาน, อย่างเช่น สภาความร่วมมืออ่าวอาหรับ และสหภาพยุโรป. ข้อตกลงทั้งหลายเหล่านี้ได้เปิดประตูทั้งหลายสำหรับธุรกิจทั้งหลายของเราและทำให้อาเซียนเชื่อมต่อมากยิ่งขึ้นกับตลาดทั่วโลกทั้งหลาย.  (We are upgrading these existing FTAs, and exploring new ones, such as the Gulf Cooperation Council3 and the European Union. These agreements open doors for our businesses and make ASEAN more connected to global markets.)

3 "The Gulf Cooperation Council" แปลเป็นภาษาไทยว่า "คณะมนตรีความร่วมมือแห่งรัฐอ่าวอาหรับ" หรือ "สภาความร่วมมืออ่าวอาหรับ" ซึ่งเป็นองค์กรระดับภูมิภาคที่ตั้งขึ้นโดย 6 ประเทศสมาชิก ได้แก่ บาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 

  • ความหมาย: เป็นองค์กรที่รวม 6 ประเทศอาหรับในแถบอ่าวเปอร์เซีย เพื่อเสริมสร้างการประสานงานและการบูรณาการนโยบายด้านต่างๆ เช่น การเมือง เศรษฐกิจ และความมั่นคง
  • ชื่อย่อ: ชื่อย่อในภาษาอังกฤษคือ GCC (Gulf Cooperation Council) ซึ่งนิยมใช้กันทั่วไป
  • ชื่อเต็ม: ชื่อเต็มที่ใช้ในภาษาไทยคือ "คณะมนตรีความร่วมมือแห่งรัฐอ่าวอาหรับ"
  • ชื่ออื่น: อาจพบชื่ออื่นเช่น "สภาความร่วมมืออ่าวเปอร์เซีย" หรือ "คณะมนตรีความร่วมมือเพื่อรัฐอาหรับในภูมิภาคอ่าว" 

 

มาเลเซีย, ในฐานะเป็นประธานของอาเซียนในปีนี้, ได้ถูกผลักดันสำหรับการปฏิรูปทั้งหลายเหล่านี้. สิงคโปริ์ได้สนับสนุนอย่างเต็มที่กับความพยายามทั้งหลายนี้. แรงเหวี่ยงส่งนี้จะดำเนินต่อไปยังฟิลิปปินสิ์ในฐานะประธานของปีหน้า, และเมื่อสิงคโปร์เข้ารับช่วงต่อในฐานะประธานในปี 2027 - หลักหมุดหมายสำคัญของวาระการครบรอบ 60 ปีของอาเซียน. สิงคโปร์จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับหุ้นส่วนอาเซียนทั้งหลายของเรา, และเพื่อนทั้งหลายรอบโลก, ที่จะรักษาอาเซียนให้แข็งแกร่ง, มีประสิทธิภาพ, และสัมพันธ์เกี่ยวโยงต่ออนาคต.  (Malaysia, as the Chair for ASEAN this year, has been pushing for these reforms. Singapore fully supports these efforts. The momentum will continue with Philippines as Chair next year, and when Singapore takes over as Chair in 2027 – a milestone year marking ASEAN’s  60th anniversary. Singapore will work closely with our ASEAN partners, and friends around the world, to keep ASEAN strong, effective, and relevant for the future.)

ข้าพเจ้าขอให้กำลังใจสนับสนุนชาวสิงคโปร์ทั้งหมดที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางนี้. เรียนรู้ยิ่งขึ้นเกี่ยวกับภูมิภาคของเรา. เข้าใจถึงเพื่อนบ้านทั้งหลายของเรา. สร้างการเชื่อมต่อทั้งหลาย. เพราะอนาคตของอาเซียน คืออนาคตของเรา – และทุกคนก็มีบทบาทที่ต้องกระทำ(I encourage all Singaporeans to be part of this journey. Learn more about our region. Understand our neighbors. Build connections. Because ASEAN’s future is our future – and everyone has a role to play.)

 https://youtu.be/du0UiWqgrrI?si=2MbtEsyMTYcB5DN2

                

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น