2032: พระไครสต์, องค์กาลกี, มาห์ดิ, และพระศรีอารยะเมตไตรย คือบุคคลเดียวกัน
2032: Christ,
Kalki, Mahdi, and Maitreya Are the Same Person
https://youtu.be/xzNLvgjqJok?si=xTQ96_Ikw7P32osq
กาลกี
อวตาร, เมตไตรย พุทธะ, การเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระไครสต์,
อิหม่าม มาห์ดิ – พระองค์ไม่ใช่ร่างกาย. พระองค์โพ้นเลยไปกว่าแสงสว่างและความมืด.
พระองค์คือจิตสำนึก/วิญญาณขันธ์. (Kalki Avatar1,
Maitreya Buddha2, the
Second Advent of Christ3, Imam
Mahdi4 – He is not the body. He is beyond light and darkness. He is
consciousness.)
1
กัลกิ อวตาร (Kalki Avatar) หรือ กัลกิน คืออวตารปางที่ 10 และปางสุดท้ายของพระวิษณุในศาสนาฮินดู ตามตำนานคืออวตารแห่งอนาคตที่จะปรากฏตัวในช่วงปลายของ
"กลียุค" (ยุคแห่งความเสื่อมทราม) เพื่อปราบปรามความชั่วร้าย
ขี่ม้าขาวถือดาบ เพื่อฟื้นฟูธรรมะและเริ่มต้น "สัตยยุค"
(ยุคทองแห่งความดีงาม)
2 พระเมตไตรย (Maitreya
Buddha) หรือ พระศรีอริยเมตไตรย (พระศรีอาริย์) คือพระโพธิสัตว์ผู้ที่จะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์ที่
5 และองค์สุดท้ายในภัทรกัปนี้ ปัจจุบันทรงประทับบนสวรรค์ชั้นดุสิต
เพื่อรอเวลาเสด็จลงมาตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอนาคตเมื่อพระพุทธศาสนาของพระโคตมพุทธเจ้าสิ้นสุดลง
3 การเสด็จกลับมาครั้งที่สอง (The Second Advent/Coming of Christ) คือความเชื่อหลักในศาสนาคริสต์ว่าพระเยซูคริสต์จะเสด็จกลับมายังโลกอีกครั้งในอนาคตอย่างมีสง่าราศี
เพื่อพิพากษาโลก สถาปนาราชอาณาจักรของพระเจ้า และรับผู้เชื่อขึ้นสวรรค์
เป็นจุดสูงสุดของแผนแห่งความรอดและเป็นความหวังใจของผู้เชื่อ
4 อิมามมะฮ์ดี (Imam Mahdi) คือบุคคลสำคัญในเทววิทยาอิสลาม
ผู้ได้รับการพยากรณ์ว่าจะปรากฏตัวในช่วงยุคสุดท้ายเพื่อปราบปรามความอธรรม
สถาปนาความยุติธรรม และรวมชาวมุสลิมให้เป็นหนึ่งเดียว ท่านได้รับการยกย่องว่าเป็น
"ผู้ทรงได้รับการชี้นำ"
ซึ่งจะนำศาสนาอิสลามกลับมาสู่ความรุ่งเรืองอีกครั้งก่อนวันพิพากษา
นี้คือปั
2025. กาลกี อวตาร ได้จุติขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว. เขาอยู่ในราวอายุ 14 ปี,
และอาศัยอยู่ที่หนึ่งในสองของเมืองสัมบาลปุระ. สัตยา ยุค, ในวัฏจักรเล็กของสัตยา
ยุคจะถูกยืนยันประกาศในปี 2032. มี 3 แนวทาง[ที่กำลังขับเคลื่อนโลกอยู่]. หนึ่งนั้นคือพระศิวะ, ที่คือการสำแดงปรากฏขององค์ศิวะในรูปปางต่างๆ,
เหมือนเช่นปางโยคีชีพ-โกรัคชา บาบาจี. สายที่สองนั้นคือ คือขององค์วิษณุ; ที่สำแดงปรากฏในปางต่างๆเป็นองค์กาลกี อวตารผู้ที่ได้มายังที่นี่.
ของพวกเราคือองค์ศิวะ, สายที่สองคือองค์กาลกีและสายที่สามคือพระพรหม
– ผู้ใช้แรงงาน, การสำแดงปรากฏในการลงทำงาน ด้วยมือแลบะแรงงาน, เหมือนกองทหารเดินเท้าปฏิบัติการจริง.
องค์วิษณุคือปัญญาและยุทธศาสตร์ - ท่านนายพล. องค์ศิวะรูปลักษณ์คือพระราชาผู้แค่สาดส่องพลังอำนาจของพระองค์,
และเพราะแห่งพระองค์นั้น, ทุกสิ่งที่บังเกิดขึ้นจะบังเกิดและไม่บังเกิด. (This is 2025. The Kalki Avatar has
already taken birth. He is about 14 years old, and resides in one of the two Sambalpur’s5. Satya
Yoga, in a minor Satya Yuga cycle will be declared in 2032. There are three
lines [working in the world]. One is of Shiva, which are the manifestations of
Shiva, like Shiv-Goraksha Babaji6. The
second line is of Vishnu; the manifestation is Kalki Avatar who has come here. Ours
is Shiva, the second is Kalki and the third is Brahma – the workers, the
manifestation of doing the manual work, like the boots on ground. The Vishnu is
the intelligence and the strategy – the Generals. Shiva aspect is the King who
just projects His Power, and because of Him, everything happens that to happen
and not happen.)
5 Sambalpur (สัมบัลปุระ) คือเมืองศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ
5 ในรัฐโอริสสา
(Odisha) ทางตะวันออกของอินเดีย ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำมหานที มีชื่อเสียงด้านผ้าทอพื้นเมืองที่สวยงาม
เทศกาลท้องถิ่น และเป็นสถานที่ตั้งของเขื่อน Hirakud ซึ่งเป็นหนึ่งในเขื่อนที่ยาวที่สุดในโลก
ข้อมูลที่น่าสนใจของ
Sambalpur:
- สถานที่สำคัญ: วัด Maa Samaleswari (เทพเจ้าประจำเมือง),
เขื่อน Hirakud
- วัฒนธรรม: มีชื่อเสียงด้านผ้าทอ Sambalpuri Saree และการเต้นรำพื้นเมือง
- ภูมิอากาศ: ร้อนชื้น ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวคือช่วงฤดูหนาว
เดือนตุลาคม - มีนาคม
- ที่ตั้ง: รัฐโอริสสา
ประเทศอินเดีย
6 Shiv-Goraksha
Babaji (หรือ โกราคนัธ) คือมหาโยคีและคุรุผู้ยิ่งใหญ่ในศาสนาฮินดู ได้รับการยกย่องว่าเป็นอวตารของพระศิวะและผู้ก่อตั้งนิกาย Nath ผู้สอนแนวทางการบรรลุสมาธิผ่าน Kundalini
Kriya Yoga เพื่อยกระดับจิตวิญญาณและเผาผลาญกรรมเก่า
ท่านเป็นอมตะเหนือเวลาและเป็นครูผู้สืบทอดสายวิชาโยคะ
ความสำคัญและบทบาทของ
Shiv-Goraksha Babaji
- อวตารพระศิวะ: ได้รับการเคารพว่าเป็น "พระศิวะในร่างโยคี"
ที่ปรากฏเพื่อสอนมนุษย์
- ผู้ก่อตั้งนิกาย Nath: เป็นโยคีที่สำคัญที่สุดในประเพณี Navnath (นักบุญทั้งเก้า)
ซึ่งมีอิทธิพลสูงในอินเดียและเนปาล
- ผู้สอน Kundalini
Yoga: ส่งมอบวิชาการเล่นแร่แปรธาตุทางจิตวิญญาณ
(Shiva Shakti) เพื่อยกระดับสติปัญญาและทำลายกรรม
- ผู้เป็นอมตะ: ชีวประวัติบรรยายว่าเป็นบุคคลที่อยู่เหนือกฎแห่งเวลา
ไม่แก่ชราและไม่ตาย
องค์กาลกี อวตารก็ยังถูกเรียกว่า การเสด็จกลับมาจุติครั้งที่สอง,
หลักการของการเสด็จมาครั้งที่สอง ของพระไครสต์, พระศรีอารยะ เมตไตรย พุทธะ,
หมายถึงมิตรต่อโลกทั้งปวง. กาลกี อวตาร, เมตไตรย พุทธะ
การมาครั้งที่สองของพระไครสต์, อิหม่าม มาห์ดิ - พวกเขาทั้งหมดคือหนึ่งเดียวและบุคคลเดียวกัน.
พวกเขากำลังมาเพื่อสถาปนาธรรมะ. (The
Kalki Avatar is also called the Second Advent, The Second Coming of the Christ
Principle, the Maitreya Buddha, means the friend to all the world. The Kalki
Avatar, the Maitreya Buddha, the Second Advent of Christ, Imam Mahdi – they are
all one and the same person. They are coming to establish the Dharma.)
อะไรคือการสถาปนาธรรมะ?
มันหมายถึงการจัดตั้งร่วมด้วยกัน, ความสมดุลอันไม่เสมอภาคของอิเล็คตรอน, โปรตอน
และนิวตรอน. นั้นคือ สัตตวา กุนะ - อิเล็คตรอน, ราโจ
กุนะ - โปรตอน และตะโม กุนะ - นิวตรอน
ที่ขาดความสมดุลอย่างสูงยิ่ง. เพราะเช่นนั้นเอง, จึงมีสงครามทั้งหลาย, และความคิดแง่ลบ,
และความวุ่นวาย/ไม่สงบขึ้นในโลกตอนนี้. (What
does ‘establish the Dharma’ means? It means setting together, unequal balance
of electrons, protons and neutrons. That is Sattva Guna – electrons, Rajo Guna
– protons and Tamo Guna – neutrons are highly imbalanced. Therefore, there are
wars, and negativity, and upheavals in this world.)
เมื่อองค์กาลกีมาในปี 2032, พระองค์จะประกาศยืนยันถึงการเปลี่ยนย้ายสู่สัตยา
ยุค จากยุคแม่เหล็กของราโจ กุนะ ไปสู่อิเล็กโทรนิกส์,
สัตตวา กุนะ. แน่นอนว่า, จะมีความสมดุลของสัดส่วน, มีมากยิ่งขึ้นของสัตตวา
กุนะ, แล้วน้อยลงไปของความเป็นแม่เหล็กราโจ กุนะ, และมีความเฉื่อยน้อยที่สุด
- ตะโม กุนะ. (When
the Kalki comes in 2032, he will declare the Satya Yuga shifting from the
magnetic age of Rajo Guna to the electronic, the Sattva Guna. Of course, there
will be a balance of proportion, more of Sattva Guna, then less of the magnetic
Rajo Guna, and the least of inertia – Tamo Guna.)
ดังนั้น, อย่างแน่นอนว่ามันต้องมีการเปลี่ยนแปลง,
ไม่เพียงแค่การเปลี่ยนย้ายจากความเป็นแม่เหล็กเท่านั้น, แต่มีการเปลี่ยนย้ายของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
– อิเล็กโตรแม็คเนติค - แรงเฉื่อย. ทั้งหมดทั้งสามนี้จะเปลี่ยนย้าย,
และพวกมันก็จะอยู่ในความสมดุลเยี่ยงนั้นที่มนุษยชาติจะเคลื่อนไปและแลกเปลี่ยนค้าขาย,
และปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันในอย่างสันติและกลมกลืน. (So, definitely it’s got a
change, not only a magnetic shift, but an electromagnetic – inertia shift. All
three will shift, and they will be in such a balance that humanity will move,
and trade, and interact with one another in peace and harmony.)
พวกเขาถามฉันอันหนึ่งว่า, “คุรุนาธ,
เมื่อองค์กาลกีเสด็จมา, เราจะสามารถจดจำพระองค์ได้อย่างไร?”
ฉันได้บอกกับพวกคุณไปแล้วว่าอะไรที่งานของคุณคือเมื่อพระองค์เสด็จมา - คือการปฏิบัติสมาธิเพื่อสันติภาพโลก. (They asked me a question,
“Gurunath, when the Kalki comes, how can we recognize Him?” I have already told
you what your work is when He comes – the Earth Peace Meditation.)
คำถามที่สองคือ, “เราจะสามารถจดจำองค์กาลกี อวตารได้อย่างไร?”
เมื่อองค์กาลกี อวตารมา, อันนี้จะตอบคำถามของคุณรี้ได้อย่างตรงๆ, แต่เป็นคำบอบให้แก่พวกคุณที่ต้องอ้างอิงถึงฉันด้วยเช่นกัน.
คือคุณจะมองเห็นรายรอบองค์กาลกีคือแสงเรืองๆรอบศีรษะของพระองค์, กำลังเปลี่ยนไปเป็นรังสีที่จะพุ่งเข้ามากระแทกคุณ
แสงเรืองนั้นคุณจะถูกชนกระแทก, แล้วคุณก็จะถูกผลักให้ถอยหลังมา. (The
second question is, “How can we recognize the Kalki Avatar?” When the Kalki
Avatar comes, this is answering your question directly, but it’s answering your
question regarding Me also. You will see around the Kalki Avatar a translucent
Light around His head, turning to a Radiance which will be hitting you. The
translucent light you will be hitting you, so you will be pushed back.)
เมื่อองค์กาลกีเสด็จมาและคุณเห็นพระองค์, แสงนั้นจะผลักคุณถอยกลับมา.
ดังนั้น, จากพระเศียรของและตาที่ 3 ของพระองค์จะเป็นแสงเรืองที่ปรากฏมา,
มันจะเห็นได้-เห็นไม่ได้, เหมือนที่พวกคุณมองเห็นแสงเรืองๆของฉัน – เป็นแสงเห็นได้-เห็นไม่ได้.
ในเวลาเดียวกัน, จุดยอดปลายของแสงเรืองนั้นก็จะถูกผลักมาที่ศีรษะของคุณ,
แต่ในเวลาเดียวกันก็จะมีเกลียววนมืดดึงดูดคุณเข้าไปหาพระองค์ – เกลียววนของคลื่นแม่เหล็ก. (When the Kalki comes and you see
Him, that light will push you back. So, from His head and His Third Eye will be
the translucent Light which will be coming. It will be a visible-invisible
Light, like you see my translucent Light – so visible-invisible Light. At the
same time, the apex of the translucent Light will be pushing you from the head,
but at the same time there will be a dark vortex which would be pulling you
towards Him - the magnetic vortex.)
ดังนั้นเอง, เกลียววนนั้นก็จะดึงดูดคุณเข้าไปจากพระหทัยของพระองค์.
มันจะดึงคุณเข้าไป, และรังสีที่บางเบากว่าจะผลักคุณ. ดังนั้น, นั่นคืออย่างไรที่คุณจะเห็นซึ่งพระองค์.
นี้คือกายของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า, ดังนั้นพระองค์จะสิ่งที่มีชีวิตอันทรงพลังอำนาจมากอย่างยิ่ง,
ถ้าจะอธิบายได้แบบเชิงวิทยาศาสตร์. ดังนั้น, เมื่อคุณมองเห็นแสงเรืองๆอยู่รอบสัตคุรุ,
นั่นหมายถึงว่า – และความมืดมิดนั่นหมายถึงว่าพระองค์ไม่ใช่ร่างกาย,
พระองค์ไกลไปกว่าแสงสว่างและความมืด. ท่านคุรุ, สัตคุรุ,
ไม่ใช่ร่างกาย. พระองค์เป็นจิตสำนึก/วิญญาณขันธ์, แต่พระองค์มารับเอาร่างกายแห่งแสงหนึ่ง.
(So, the vortex will pull you in
from His heart. It will pull you in, and the lighter Radiance will be pushing
you. So, that how you will see Him. This is an electromagnetic body, so He will
be a very, very powerful Being, described scientifically. So, when you see the
luminescence around the Sat Guru, that means - and the darkness that means He
is not a Body, He is beyond light and darkness. The Guru, Sat Guru, is not a
body. He is Consciousness, but He takes a body of Light.)
ภายหลังจากบางครั้ง, ผู้คนมากมายเป็น – ฉันกำลังปฏิบัติสมาธิ. ฉันหายไป/เห็นและฉันก็ปรากฏเห็น.
หลายพันของผู้คนได้มองเหก็นมัน. แต่ถ้าคุณไม่ใช่ร่างกาย,
คุณไม่สามารถคงอยู่ในร่างกายรนี้ได้นานนัก. ถ้าคุณเพ่งสนใจ, คุณจะเห็นถังความสัจจริง. (After sometimes, many people see –
I am meditating. I disappear and I appear. Thousands of people have seen it.
But if you not a body, you can’t remain a body for long. If you focus, you will
see the Truth.)
บทบาทขององค์กาลกี
อวตาร นั้นคือบทบาททางจิตวิญาณ อย่างล้วน ๆ, นั่นเมื่อพระองค์เสด็จมา,
แม้ว่าจะก่อนปี 2032. พระองค์กำลังกระทำอย่างเงียบๆผ่านการปฏิบัติสมาธิเพื่อสันติภาพโลกทั้งหลาย,
และในหลายหนทางอื่นทั้งหมดของการเจรจาทั้งหลายทางการเมือง. พระองค์กำลังพยายามจะนำมาซึ่งสันติภาพและระเบียบ,
แต่มันเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเกิดสถานการณ์คล้ายสงครามโลก, ความโกลาหลวุ่นวายและความนองเลือด.
และสิ่งทั้งหลายทั้งปวงเหกล่านี้อยู่ในการพยายามที่จะสร้างสมดุลให้กับระเบียบโลก.
การที่จะสร้างสมดุลให้กับระเบียบโลก หมายถึงที่จะสร้างสมดุลใน กุนะทั้งสามของโรโจ,
โตมะ, และสัตตวา – โปรตอน, นิวตรอน, และอิเล็คตรอน.
(The role of the Kalki Avatar is purely a Spiritual role, that when
He comes, even before 2032, He’s acting silently through the Earth Peace meditations,
and all other means of political negotiations. He is trying to bring about
peace and order, but there is bound to be world war like situations, upheavals,
bloodshed, and all these things in an effort to balance the world order. To
balance the world order means to balance the three Gunas of Rajas, Tamas, and
Sattva – electron, proton and neutron.)
ตอนนี้เราต้องคอยฝึกฝนปฏิบัติกริยา
โยคะของเรา และการปฏิบัติสมาธิเพื่อสันติภาพโลกของเรา, และความเงียบสงัดนั่นภายหลังสันติภาพโลกก็จะนำมาซึ่งการฟื้นฟูสันติภาพความสงบเรียบร้อยบนโลกนี้. มันจะมีส่วนร่วมและช่วยองค์กาลกีในงานของพระองค์ของการสร้างสมดุลกุนะทั้งหลาย, การสร้างสมดุลให้พื้นฐานทางอารมณ์/ธาตุเจ้าเรือนทั้งหลายบของมนุษยชาติ. พื้นฐานทางอารมณ์/ธาตุเจ้าเรือนของประชาชาติทั้งหลาย. ดังนั้น,
นี้เป็นสิ่งสำคัญมากๆ, และงสานของเขาที่ระดับละเอียดนี้เป็นความสำคัญมากที่สุด. พระองค์จะทำมันที่ระดับพุทธิปัญญา และแห่งระดับของความรู้แจ้ง.
เรากำลังทำมันที่ระดับพลังอำนาจ.
(Now we have to keep practicing our Kriya Yoga7 and
our Earth Peace meditations, and the that silence after the Earth Peace will
bring about a lot of restorative peace and order on this earth. It will
contribute and help the Kalki in His work of balancing the Gunas, balancing the
temperaments of humanity, the temperaments of nations. So, this is very, very
important, and our work at this subtle level is most important. He will do it
at the Intellectual level and of the Knowingness level. We are doing it at the
Power level.)
7 กริยาโยคะ (Kriya
Yoga) คือศาสตร์แห่งสมาธิโบราณที่มุ่งเน้นการควบคุมพลังชีวิต
(ปราณายามะ) ควบคู่กับการทำสมาธิ
เพื่อยกระดับจิตวิญญาณสู่การตื่นรู้และการเชื่อมต่อกับพระเจ้า เทคนิคนี้สอนโดยปรมหังสา โยคานันทะ
ซึ่งเชื่อว่าช่วยเร่งพัฒนาการทางจิต ช่วยให้จิตสงบ
และเปลี่ยนพลังงานให้เป็นการรู้แจ้งได้เร็วขึ้น
หลักการและประโยชน์ของกริยาโยคะ:
- นิยาม: "กริยา" หมายถึง การกระทำ หรือพิธีกรรม ส่วน "โยคะ"
คือการรวมเป็นหนึ่ง ดังนั้นคือกริยาโยคะคือการกระทำที่นำไปสู่การรวมเป็นหนึ่ง
- การปฏิบัติ: เน้นเทคนิคการหายใจและการใช้พลังงานภายใน (ปราณายามะ)
เพื่อจัดการกับจิตที่แส่ส่าย ทำให้นิ่งสงบ
- ประโยชน์:
- การทำสมาธิขั้นสูง: ช่วยให้เข้าสู่สมาธิได้ง่ายขึ้นและลึกซึ้งยิ่งขึ้น
- สมดุลชีวิต: ส่งเสริมการใช้ชีวิตที่ถูกต้องและสมดุลทั้งร่างกายและจิตวิญญาณ
- ลดความวุ่นวายใจ: เปลี่ยนจิตที่ฟุ้งซ่านให้เกิดความสงบภายในได้อย่างรวดเร็ว
- ความแตกต่าง: ไม่ใช่ศาสนา
แต่เป็นวิถีปฏิบัติทางจิตวิญญาณที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้
กริยาโยคะมักถูกกล่าวถึงว่าเป็น
"วิถีโยคี" ที่ส่งผ่านจากอาจารย์สู่ศิษย์
โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือความสุขนิรันดร์และการตื่นรู้
ในกรณีขององค์กาลกี, พระองค์จะนำสันติภาพและระเบียบมาสู่โลกนี้.
จะมีซึ่งสัตย ยุค. มันจะเริ่มต้นภายหลังปี 2032. แต่ก่อนนั่นมันก็จะมีความโกลาหลวุ่นวาย
สงคราม และความนองเลือดทั้งหลาย. เราจะกระโดดเข้าไปสู่สงครามความวุ่นวาย,
และความนองเลือดทั้งหลาย, และในนั้นเราจะพยายามที่จะนำสันติภาพโลกผ่านออกมาจากสันติภาพในตนเอง. (In the case of the Kalki, he will
bring peace and order to this earth. There will be the Satya Yuga. It will
start after 2032. But before that there will be upheavals wars, bloodshed. We
will jump into the upheaval wars, and bloodshed, and in that we will try to
bring Earth Peace through Self Peace.)
ดังนั้นแล้ว, เราคือนักรบผู้กล้าหาญทั้งหลาย
เรากำลังกระโดดลงไปกลางปล่องภูเขาไฟ, ภูเขาไฟที่กำลังมีชีวิต,
และกำลังพยายามที่จะเทน้ำลงไปบนมัน. เราจะเป็นที่สำเร็จสมบูรณ์ได้ถ้ามันเป็นพระประสงค์ของพระเจ้า.
ภายหลังปี 2032 สัญญาณทันทีนั้นทั้งหลายของสันติ-ภาพและระเบียบบนโลกยี้ก็จะติดตามมา. (So, we are the valiant warriors we
are jumping in the middle of the volcano, a live volcano, and trying to pouring
water on it. We will be successful if it is the Good Lord’s Will. After the
2032, immediate signs of peace and order on this earth will follow.)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น