หน้าเว็บ

วันอังคารที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2569

กฤษณะมูรติ - ทำไมความคิดจึงได้สร้างภาพทั้งหลาย?

กฤษณะมูรติ - ทำไมความคิดจึงได้สร้างภาพทั้งหลาย?

Why does thought create images? | Krishnamurti

          https://youtu.be/BFZXmbFLUOw?si=gqlAKDW9p2qe1HeC

          นั่นคือ, ผู้คนสองคนอาศัยอยู่ด้วยกันอย่างสนิทสนม, ได้ผูกพันกันที่จะสร้างสรรค์ภาพทั้งหลายเหล่านี้. ถูกไหม? ฉันได้มีชีวิตอยู่กับคุณ และฉันหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่วันแล้ววันเล่า, ฉันจะรู้สึกเบื่อหน่ายกับความซ้ำซากจำเจ, ความคุ้นเคย, ความทรงจำเหล่านั้น, ความเจ็บปวดทั้งหลาย, คำเยินยอ, คำส่งเสริมให้กำลังใจ – คุณก็รู้, ว่านั่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องสร้างสรรค์ภาพลักษณ์นั้นขึ้นมา, ถูกมั้ย?  (That is, two people living together intimately, are bound to create these images. Right? I have lived with you and I inevitably, day after day, the monotony of it, the familiarity, the remembrances, the hurts, the flatteries, the encouragements – you know, all that is going, that inevitably must create the image, right?)

          ดังนั้นแล้ว, ฉันสร้างสรรค์ภาพลักษณ์หนึ่งขึ้นมาเกี่ยวกับคุณ และคุณก็สร้างภาพลักษณ์หนึ่งขึ้นมาเกี่ยวกับฉัน. ดังนั้น, สัมพันธภาพนี้ก็คือระหว่างภาพลักษณ์ทั้งสองนั้น. เสีรยใจด้วยที่เป็นเช่นนั้น...และนี้คืออะไรที่เราเรียกสัมพันธภาพ. สัมพันธภาพอย่างแท้จริงไม่ได้มีอยู่. ฉันประหลาดใจว่าถ้าคุณกำลังติดตามเรื่องทั้งหมดนี้ทันหรือไม่. ดังนั้น, มันเป็นไปได้หรือที่ขะมีชีวิตอยู่ด้วยกันโดยปราศจากสักหนึ่งภาพลักษณ์อันเดียวได้? ตุณเข้าใจคำถามของฉันไหม?   (So, I create an image about you and you create an image about me. So, this relationship is between the two images. Sorry to be so…And this is what we call relationship. Actual relationship doesn’t exist. I wonder if you are following all this. So, is it possible to live together without a single image? You understand my question?)

          เราพูดว่ามันเป็น, แน่นอนว่ามันเป็น. มิเช่นนั้นแล้ว, ไม่มีความรัก, คุณตามทันไหม? แล้วก็มีความขัดแย้งกัน. ความแบ่งแยกย่อมนำมาซึ่งความขัดแย้งกันเสมอ – คนบริติช, คนฝรั่งเศส, คนเยอรมัน. ดังนั้นแล้ว, เครื่องจักรสร้างภาพลักษณ์นี้ สามารถหยุดได้หรือ? ดรากำลังลงทุนไปด้วยกัน. ในตอนนี้, ทำไมจิต, และความคิด, จึงสร้างภาพลักษณ์ขึ้น? คุณเข้าใจไหม?  (We say it is, of course it is. Otherwise, there is no love, you follow? Then there is conflict. Division invariably brings conflict – British and French, and German. So, can this image-making machinery stop? We are investigating together. Now, why does the mind, thought, create the image? You understand?)

          คุณมีภาพลักษณ์เกี่ยวกับสามีของคุณ, หรือภรรยาของคุณ, เพื่อนสาวหรืออะไรก็ตามที่มันเป็น, ทำไมคุณสร้างสรรค์ภาพลักษณ์นั้น? เป็นเพราะว่าในภาพลักษณ์นั้นมีเรื่องความปลอดภัยใช่หรือเปล่า? ไม่ใช่ในบุคคลนั้น, ถูกไหม? ผมสงสัยว่าคุณเห็นนั้นไหม. ฉันไม่ได้มองโลกในแง่ร้าย; ฉันแค่กำลังชี้ข้อจริงทั้งหลายออกมา. ดังนั้น. ช่างโง่เขลาอย่างไรในทั้งหมดอย่างนี้, ไม่ใช่หรือ? ทีนี้การสร้างทำภาพลักษณ์นั่นหยุดได้ไหม? แล้วก็สามารถเป็นความรักได้.  (You have an image about you husband, or your wife, girlfriend or whatever it is, why do you create an image? Is it because in the image there is security? Not in the person, right? I wonder if you see this. I am not being cynical; I am just pointing out facts. So. How stupid all this is, isn’t it? Now can that image-making stop? Then there can be love.)

          รูปภาพสองรูปที่มีความสัมพันธ์กันและเรียกสิ่งนั้นว่าความรัก, คุณสามารถมองเห็นได้ว่ามันคืออะไร – อย่างอิจฉาริษยา, อย่างวิตกกังวล, ทะเลาะเบาะแว้ง, ระคายเคืองใจ, ด่าทอหมิ่นแคลนกัน, ถือครองกันและกัน, ครอบงำกัน และอะไรต่ออะไรอีกมากมาย, และนั่นแหละที่เราเรียกว่าความรัก.  (Two images having relationship and calling that love, you can see what it is – jealously, anxiety, quarrels, irritations, bully each other, possessing each other, dominating and so on, so on, so on, and that is called love.)

          และเรากำลังถามว่า: เป็นไปได้ไหมที่จะจบสิ้นการก่อสร้างแห่งภาพลักษณ์เหล่านี้? นั่นคือ, ทำไมสมองนั้นได้ยอมรับ/ลงทะเบียนมัน? คุณเข้าใจไหม? เมื่อมันไม่มีความเป็นไปได้ที่จะถูกยอมรับ/ลงทะเบียนรับรอง ก็ไม่มีการสร้างภาพลักษณ์ นั่น? คุณตามนี่ทันไหม? เรื่องนี้กลายเป็นมากปัญญาต้องบรรลุธรรมกันเกินไปไหม?  ผู้พูดไม่ได้ชอบที่จะพล่ามอะไรกับเรื่องปัญญาธรรมอะไรๆไปตามลำพังตนเองนะ, นั่นมันโง่ดเขลามาก.  (And we are asking: is it possible to end the building of these images? That is, why does the brain register? You understand? When it is not possible to register there is no image-making? You follow this? Is this becoming too intellectual? The speaker doesn’t like to play around with the intellect alone, it is stupid.)

          ดังนั้น, ทำไมสมองถึงได้ยอมรับลงทะเบียนความระคายเคืองใดๆ –  คุณเข้าใจไหม? --  ความรู้สึกวิตกกังวลในความสัมพันธ์นี้ ความหึงหวง และอื่นๆ? คุณได้เข้าใจคำถามนั้นไหม? มันเป็นไปได้ไหมสำหรับสมองที่จะไม่ต้องยอมรับลงทะเบียนนั่น? คุณกำลังจะค้นพบอย่างไร?  คุณสรรเสริญเยินยอฉัน, หรือดูหมิ่นเหยียดหยามฉัน, ที่ได้บังเกิดขึ้น, ทั้งคู่. และทำไมสมองจึงจะลงทะเบียนยอมรับการดูหมิ่น, หรือการสรรเสริญนั้น? ถ้าคนผู้หนึ่งได้ถูกเรียกว่าแญญาอ่อน, ในทันทีนั้นมันก็จะถูกยอมรับลงทะเบียน.  (So, why does the brain register any irritation – you understand? –any sense of anxiety within this relationship, jealousy and so on? Is it possible for the brain not to register? You’ve understood the question? How are you going to find out? You flatter me, or insult me, which has happened, both. And why should the brain register the insult, or the flattery? If one is called an idiot, immediately it is registered.)

          การลงทะเบียนยอมรับจะเกิดขึ้นมีผลก็แต่เพียงเมื่อคุณได้มีภาพลักษณ์เกี่ยวกับตัวคุณเอง. ฉันสงสัยใจว่าถ้าคุณจับเรื่องทั้งหมดนี่ได้ทันไหม! นี้เป็นญาณทัศน์ภายในนะ, คุณเข้าใจไหม? ดังนั้นแล้ว, มองลึกเข้าไปในคำถามทั้งปวงของสัมพันธภาพที่ได้ถูกตั้งอยู่บนภาพลักษณ์ทั้งหลาย – ภาพลักษณ์ทั้งหลายเหล่านั้นได้ถูกละลายไปแล้ว. ญาณทัศน์ละลายพวกมันไป, ๆไม่ได้โต้ค้าน, วิเคราะห์และปฏิกิริยาทางอารมณ์รูสึกทั้งหลาย. พวกคุณได้พูดคุยมันด้วยกัน, เจาะลึกเข้าไปในเรื่องนี้, คุณได้ละลายยุติมันไหม? ไม่เช่นนั้นแล้ว, ก็ไม่มีประเด็นอันใดในการที่มาสนใจเข้าร่วมการพูดคุยทั้งหลายเหล่านี้. นี่เป็นสิ่งจริงจังนะ.  (The registration takes places only when you have an image about yourself. I wonder if you capture all this! This is insight, you understand? So, that insight into the whole question of relationship which is based on images – those images are dissolved. Insight dissolved them, not argument, analysis and emotional reactions. Have you in talking over together, going into this, have you dissolved it? Otherwise, there is no point attending these talks. These is very serious.)

          และอย่างที่เราได้พูดไป นี่คือหนึ่งในปัจจัยในชีวิตของเรา – สัมพันธภาพ, ที่ได้ถูกตั้งอยู่บนพื้นฐานกับความหวาดกลัว, ฯลฯ, ความอิจฉาริษยา. ในตอนนี้, เมื่อคนผู้หนึ่งมองเห็นทั้งหมดของสิ่งนั้นและญาณทัศน์ภายในที่เปลี่ยนรูปความเคลื่อนไหวทั้งปวงของสิ่งนั้น, พลังงานทั้งหมดของเรื่องนั้น, แลแล้วก็มีความเป็นไปได้ของการมีสัมพันธภาพที่แท้จริงกับผู้อื่น. ไม่มีอีกแล้วนะ ประเภทที่คุณต้องออกไปทำงานที่ออฟฟิศ, ค่อยๆ ไต่เต้าขึ้นไปด้วยความทะเยอทะยาน, แล้วพอกลับมาบ้านก็กลายเป็นคนว่าง่าย, คอยมอบความรัก, และทำเรื่องพรรค์นั้นทั้งหมด ซึ่งมันไม่มีความหมายอะไรเลย.   (And as we said this is one of our factors in life – relationship, which is based on fear, etc., jealously. Now, when one sees the whole of that and the insight that transforms the whole movement of that, the energy of all that, then there is a possibility of having an actual relationship with another. There is no you going off to your office, working yourself step by step in ambition and coming home and being docile and loving and all that business, which has no meaning.)

          คุณเข้าในสิ่งนี้ทั้งหมดไหม? (You understand all this?)

          https://youtu.be/BFZXmbFLUOw?si=koIFOiVI_U9SprrJ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น