หน้าเว็บ

วันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2568

ไบรอัน เบอร์เลติค - ไทย-กัมพูชา คุกคามความเสถียรภาพอาเซียน โดยถูกออกแบบมา (2)

ไบรอัน เบอร์เลติค - ไทย-กัมพูชา คุกคามความเสถียรภาพอาเซียน โดยถูกออกแบบมา (2)

...(ต่อจาก 1)

ดังนั้น, นี้จึงเป็นเรื่องจริงจังร้ายแรงและบอกต่อเราบางอย่างที่ได้กำลังบังเกิดขึ้นแล้วในตอนนี้. ไม่ใช่อะไรบางอย่างที่ถูกวางแผนสำหรับอนาคต. มันได้บังเกิดขึ้นแล้วในตอนนี้. การโจมตีเหล่านั้นที่ท่อส่งพลังงานในเมียนมาร์ได้เกิดขึ้นอีกหลายปีต่อจากนี้. มันดำเนินต่อไปและมันจะเลวร้ายมากขึ้น. เหมือนเช่นที่สหรัฐอเมริกาหนุนหลังการโจมตีที่กำลังเกิดเหตุขึ้นทั่วปากีสถานพุ่งเป้าไปที่โครงการ ขถร. โครงสร้างพื้นฐานที่นั่น   (So, this is very serious and thus us something that’s already happening now. Not something planned for the future. It’s already happening now. Those attacks on pipelines in Myanmar have been taking place for years now. It continues and it gets worse. Similar US-backed attacks are taking place across Pakistan targeting Chinese BRI infrastructure there.)

          ผมกำลังจะแสดงบทความหนึ่งให้คุณดูเกี่ยวกับเรื่องนั่น. อันนี้มาจากรอยเตอร์ส, “ประธานาธิบดี สีจองจีนกดดันปากีสถานที่จะปรับปรุงระบบความมั่นคงปลอดภัยเพื่อแรงงานทั้งหลายชาวจีน. บทความนี้เป็นของปีนี้. สิ่งนี้กำลังยังคงดำเนินอยู่. นี้ได้ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2011. และผมรู้สิ่งนั้นเพราะผมได้ติดตามเขียนครอบคลลุมมันมาตั้งแต่ 2011. มีการโจมตีทวีคูณในแต่ละปี ดำเนินการโดยกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการหนุนหลังจากสหรัฐอเมริกา ในปากีสถานกับแรงงานจีน กับคววามมั่นคงปลอดภัยของปากีสถานพยายามที่จะปกป้องพวกเขากับโครงสร้างพื้นฐานของมันเอง.  (I’m going to show you an article about that. This is from Reuters, ‘China’s Xi presses Pakistan to improve security for Chinese workers. This was this year. This’ s still going on. This has been going on since 2011. And I know that because I’ve been covering it since 2011. There are multiple attacks every single year carried out by US-backed militants in Pakistan on Chinese workers on Pakistani security trying to protect them on the infrastructure itself.)

          สหรัฐอเมริกากำลังจ้างคนทำสงครามสกปรกในตอนนี้ ในการต่อต้านโครงการริเริ่มเข็มขัดและถนนของจีน. ทั้งหมดเป็นดุจหนทางที่จะการประนีประนอมกับมัน เพื่อให้เมื่อมีการปิดกั้นทางทะเลได้ถูกจัดวางเข้าที่ทางของมัน, มันจะช่วยทำมันให้มีประสิทธิผลมากๆยิ่งขึ้น. มันจะไม่มีทางเลือกใดอื่น. และผู้คนจะพูดว่า, เอาละ, แล้วอะไรเกี่ยวข้องกับพรมแดนของรัสเซีย? เอาละ, คุณได้สังเกตเห็นไหมว่า สหรัฐอเมริกากำลังจ้างทำสงครามตัวแทนอยู่ในขณะนิ้เอากับรัสเซียในตอนนี้? และพวกเขาก็โจมตีโดยตรงไปที่การผลิตพลังงานของรัสเซีย. และในตอนนี้พวกเขากำลังโจมตีอย่างเพิ่มขึ้นในการขนส่งพลังงานทางเรือของรัสเซีย. และนั่นผมหวังว่าคุณสามารถซูมออกมา และดูว่าแอย่างไรที่นั่นกำลังเข้ากันได้พอดีด้วยกันกับที่ว่านี้. (The US is waging a dirty war right now against China’s Belt and Road Initiative. All as a means to compromise it so that when a maritime blockade is put into place, it will help make it that much more effective. There will be no alternative. And people will say, well, what about the border with Russia? Well, have you noticed the US is waging a proxy war on Russia right now? And they are directly attacking Russian energy production. And now they’re increasingly attacking Russian energy shipping. And that I hope you can zoom out and see how that all fits together.)

          ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การขยายไปสู่จีนนี้, สหรัฐได้ส่งทหารหลายหมื่นไปประจำการทั่วทั้งเกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, และอย่างเพิ่มขึ้นที่ฟิลิปปินสิ์. อีกทั้งยังคงกองทหารสหรัฐอเมริกาหลายร้อยอยู่บนเกาะทะเลจีนจังหวัดหนึ่งของไต้หวันเองด้วยเช่นกัน. และผมรู้ ผมได้ชี้เรื่องนี้ออกมาให้เห็นหลายครั้งแล้ว และมันก็มีค่าพอที่จะพูดซ้ำอีก. สหรัฐอเมริกาได้ส่งทหารหลายร้อยไปอยู่บนเกาะจังหวัดหนึ่งของไต้หวัน ทั้ง ๆที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาได้ประกาศยอมรับนโยบายจีนเดียวตามมติสหประชาชาติ และต้องตระหนักและยอมรับว่าไต้หวันนั้นเป็นส่วนหนึ่งของจีน.   (As the part of this strategy of extending China, the US has stationed tens of thousands of troops across South Korea, Japan, and increasingly Philippines. It also maintains hundreds of US troops on the Chinese island province of Taiwan itself. And I know I have pointed this out many times and it’s worth repeating. The US has hundreds of US troops on the island province of Taiwan despite the US State Department through its one China policy officially recognizing Taiwan as part of China.)

          นอกเหนือจ่ากการเป็นเจ้าบ้านให้กองทหารสหรัฐอเมริกาเข้ามาตั้งฐานทัพแล้ว, ประชาชาติทั้งหลายเหล่านี้ก็ยังได้ถูกเสริมสร้างความกล้าหาญโดยวอชิงตันในการที่จะแสดงท่าทีเป็นปฏิปักษ์ต่อเบ่ยจิง/ปักกิ่งมากยิ่งขึ้น แทนที่จะคำนึงถึงความเสียหายทางเศรษฐกิจของตนที่เกิดขึ้นจากกระบวนการที่ทำอยู่. และผมได้พูดถึงการระเบิดออกในท่าทีต่อต้านจีนของญี่ปุ่นเมื่อไม่นานมานี้ และอย่างไรที่เรื่องนี้ทำผลประโยชน์ของญี่ปุ่น อะไรเลยไม่ว่าจากรูปใดหรือหนทางใดๆทั้งสิ้น. แต่พวกเขาเป็นประชาติใต้อาฯติและถูกบีบบังคับโดยสหรัฐอเมริกาและนบายของพวกเขาคือรับใช้ให้บริการผลประโยชน์ต่อสหรัฐอเมริกาด้วยค่าใช้จ่ายของพวกเขาเอง และมันได้เป็นเช่นนี้มาหลายทศวรรษแล้ว.  (In addition to hosting US troops, these nations have been encouraged by Washington to adopt increasing hostile postures toward Beijing despite the economic damage caused in the pro process. And I talked about Japan’s recent outburst and threats against China and how this serves Japan’s interest in no shape, from or way. But they are an occupied nation coerced and captured by the US and their policy serves US interests at the expense of their own and it has been that way for decades.)

          กองทัพสหรัฐอเมริกาได้ปฏิบัติการอยู่ทั่วทะเลจีนใต้โดยถูกคาดว่าจะเป็นการรักษาอิสรภาพของการเดินเรือต่ออะไรที่มันถูกคาดเดาเอาว่าเป็นการคุกคามจากจีน. เมื่อในความเป็นจริงแล้ว, Think Tanks ที่รัฐบาลสนับสนุนเงินทุน ได้ยอมรับว่าการเดินเรือส่วนใหญ่ที่ผ่านน่านน้ำนี้ เป็นการเดินทางเข้าออกประเทศจีนเอง. นี้หมายความว่าสหรัฐอเมริกาแสวงหาที่จะคุกคามและในท้ายที่สุดรบกวรและบ่อนทำลายการเดินเรือผ่านทะเลจีนใต้, ไม่ใช่เพื่อปกป้องมัน. ดังนั้น, คุณเห็นมั้ย, มีหลายจุดทั้งหลายมากมายที่สหรัฐอเมริกากำลังใช้การกดดันจีนไปตามอาณาเขตพรมแดนของของมัน เป็นเช่นเดียวกันกับที่สหรัฐอเมริกาได้ทำมันต่อรัสเซีย ดังที่ได้อธิบายไว้ในเอกสารกายืดขยายไปยังรัสเซียของ Randดังกล่าวข้างต้น.   (The US military operates throughout the South China Sea supposedly to preserve freedom of navigation against what it depicts as a threat from China. When in reality, US government funded Think Tanks6 admit the majority of navigation through these waters are going from and going to China itself. This means the US seeks to threaten and eventually disrupt navigation through the South China Sea, not protected. So, you see, there’s many points the US is using to pressure China all along its periphery just as the US has done to Russia as explained in the Rand extending Russia paper.)

          6 Think Tank (คลังสมอง) คือ สถาบันวิจัยและวิเคราะห์นโยบายสาธารณะ ที่ทำหน้าที่ศึกษา วิจัย และเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนในด้านต่างๆ เช่น เศรษฐกิจ การเมือง สังคม สิ่งแวดล้อม เพื่อให้ข้อมูลแก่ผู้กำหนดนโยบายและสาธารณชน โดยมักมีผู้เชี่ยวชาญมารวมตัวกันเพื่อสร้างงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างภาควิชาการ ภาครัฐ และภาคประชาสังคม ให้เกิดการพัฒนาและสร้างการเปลี่ยนแปลงนโยบาย. 

ลักษณะสำคัญของ Think Tank:

  • วัตถุประสงค์หลัก: สร้างงานวิจัย วิเคราะห์ และเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาเชิงนโยบาย.
  • บทบาท: เป็นตัวกลางระหว่างนักวิชาการกับผู้กำหนดนโยบาย และทำให้งานวิจัยเข้าใจง่าย.
  • ความหลากหลาย: มีตั้งแต่สถาบันอิสระ สถาบันที่เชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัย หรือแม้แต่สถาบันที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองชัดเจน (ซ้าย กลาง ขวา).
  • การทำงาน: เผยแพร่ผลงานผ่านสื่อต่างๆ, สัมมนา, หรือติดต่อโดยตรงกับผู้นำเพื่อสร้างอิทธิพลต่อความคิดเห็นสาธารณะและนโยบาย.
  • แหล่งทุน: อาจมาจากองค์กรการกุศล, การบริจาค, หรือการรับทุนวิจัยจากบุคคลที่สาม. 

เป้าหมาย: เพื่อให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจและประชาชนมีข้อมูลประกอบการพิจารณา เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจที่มีข้อมูลรอบด้านและสร้างประโยชน์ต่อสาธารณะ. 

          ในตอนนี้,พูดถึงเรื่องจีนกับทะเลจีนใต้, นี้คือ CSIS. สถาบันนี้ก็ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา. พวกเขาได้รับเงินทุนจากผู้ผลิตอาวุธขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกา, บริษัทที่และสถาบันการเงินใหญ่ที่สุดทั้งหลายในสหรัฐอเมริกา. พวกเขามีแผนที่ที่นี่. จุดขนาดยักษ์นั้นหมายถึงจีน ที่จนมาถึงในตอนนี้กำลังมีการขนส่งทางเรือทั้งหลายมากยิ่งขึ้นผ่านทะเลจีนใต้กว่าที่ใครอื่นใดบนโลกนี้.   (Now, regarding to China and the South China Sea, this is CSIS7. This is funded by the US government. It’s funded by the largest arms manufacturers in the US, the largest corporations and financial institutions in the US. They have a map here. This giant dot means China is by far sending more shipping through the South China Sea than anyone else on Earth.)  

          7 CSIS ย่อมาจากหลายสถาบัน แต่ที่รู้จักกันดีคือ Center for Strategic and International Studies (CSIS) ซึ่งเป็นองค์กรวิจัยนโยบายสาธารณะชั้นนำของสหรัฐฯ ที่ศึกษาประเด็นความมั่นคงและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และยังมี Canadian Security Intelligence Service (CSIS) หน่วยข่าวกรองความมั่นคงของแคนาดา และหลักสูตร Computer Science and Information Systems (CSIS) ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ด้วย. 

1. Center for Strategic and International Studies (CSIS) - สหรัฐอเมริกา

  • ประเภท: สถาบันวิจัยนโยบาย (Think Tank) ที่ไม่แสวงหาผลกำไร มีความเป็นกลางทางการเมืองและได้รับความร่วมมือจากสองพรรค.
  • ภารกิจ: ให้คำแนะนำเชิงปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหาระดับโลก โดยวิเคราะห์ประเด็นด้านความมั่นคง การเมือง เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และภูมิรัฐศาสตร์.
  • ผลงาน: เผยแพร่รายงานวิจัย จัดการประชุม และให้ความเห็นผ่านสื่อต่างๆ เพื่อสร้างความเข้าใจและความตระหนักรู้. 

 

          และจุดที่เล็กกว่าทั้งหลายเหล่านี้ในภูมิภาคนั้น, เหล่านี้คือบรรดาประเทศทั้งหมดที่ถือเอาว่าจีนคือหุ้นส่วนทางการค้าที่ใหญ่ที่สุดของตน. ดังนั้น, ทั้งหมดของการขนส่งทางเรืออย่างสำคัญกำลังผ่านเข้าออกไปยังจีน. และเอกสารนั้นก็ยังยอมรับด้วยว่า, ถ้าคุณได้อ่านมัน, และการเชื่อมต่อนี้จะอยู่ในวิดีโอที่อธิบายถึงที่ใต้ล่างนี้, มันกระทั่งยอมรับว่า นี่เป็นความเปราะบางขนาดมหึมาชองจีน. ดังนั้น, จีนกำลังไม่ได้ยินยอมให้มีการบ่อนทำลาย/ก่อกวนมันและทำร้ายตนเอง. กองทัพเรือสหรัฐอเมริกาเหล่านี้กำลังอวดโอ่เข้ามาแสดงอำนาจในทะเลจีนใต้, พวกเขาอยู่ที่นี่เพื่อที่ตะคุกคามข่มขู่การเดินเรือในทะเลจีนใต้ และแม้กระทั่งท้ายที่สุดได้ก่อกวนบ่อนทำลายนมัน. พวกเขาไม่มาอยู่ที่นี่เพื่อปกป้องมัน.  (And of these smaller dots in the region, these are all countries that count China as their largest trade partner. So, all of the shipping through is essentially going to and from China. And the paper even admits, if you read it, and the link will be in the video description below, it even admits a huge vulnerability for China. So, China is not going to disrupt it and harm itself. These US ships plying the waters of the South China Sea, they are here to threaten navigation in the South China Sea and eventually disrupt it. They’re not there to protect it.)

          ดังเช่นที่เอกสาร Rand ได้แสดงถึงการที่จะโค่นล้ม/ล้มล้างทั้งหลายบริเวณพรมแดน/ชายแดนอาณาเขตติดต่อกับรัสเซีย, สหรัฐอเมริกาได้ใช้เวลาหลายปีในการพยายามที่จะโค่นล้ม/ล้มล้างและยึดกุมทางการเมืองต่อประชาชาติทั้งหลายในหมู่ประชาชาติในเขตชายขอบพรมแดนของจีน ผ่านกลุ่มตรงข้ามทั้งหลายที่ได้ให้เงินทุนและกำกับดูแลโดยอำนาจอิทธิพลแบบนุ่มนวล/โดยอ้อมของสหรัฐอเมริกา. และเมื่อมานานมานี้เอกสารยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติได้กล่าวว่ากลุ่มIS ยังคงความสามารถทั้งหลายในอิทธิพลแบบนุ่มนวล/โดยอ้อมอยู่. นี้รวมไปถึง NADมูลนิธิเพื่อประชาธิปไตยแห่งชาติ (ของสหรัฐอเมริกา - ผู้แปล). เมื่อเร็วๆนี้เอง, สหรัฐอเมริกาได้ประสบสำเร็จในการล้มล้าง/ยึดครองรัฐบาลเนปาล ที่ติดกับพรมแดนจีนเลยทีเดียว. (โดยกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ได้รับเงินใน 4-5 ปีที่ผ่านมาจากNAD 600 ล้านเหรียญ - ผู้แปล) (Just as the Rand paper sought to overthrow nations along Russia’s periphery, the US has for years attempted to overthrow and politically capture nations among China’s periphery through opposition groups funded and directed by US soft power. And the recent National Security Strategy paper said the IS8 will maintain its soft power capabilities. This includes the National Endowment for Democracy or NAD9. Most recently, the US successfully overthrew the government of Nepal right on China’s border.)

          8 "IS" ย่อมาจาก Independent Study หรือ การศึกษาค้นคว้าอิสระ เป็นวิชาหรือโครงงานที่นักเรียน/นักศึกษาศึกษาหาความรู้ด้วยตนเองในหัวข้อที่สนใจ ฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ ตั้งคำถาม และสร้างองค์ความรู้ใหม่ โดยมีหลายระดับ เช่น IS1 (ตั้งคำถาม/สืบค้น), IS2 (สื่อสาร/นำเสนอ) และ IS3 (นำไปใช้บริการสังคม) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรในโรงเรียนหลายแห่ง. 

รายละเอียดของวิชา IS (Independent Study):

  • วัตถุประสงค์หลัก: พัฒนาทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self-Directed Learning) ให้ผู้เรียนสามารถระบุปัญหา ตั้งสมมติฐาน ศึกษาค้นคว้า และสรุปองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง.
  • ระดับในโรงเรียน (ตามหลักสูตร):
    • IS1 (Research & Knowledge Formation): การตั้งประเด็นคำถาม/สมมติฐาน และการสืบค้นข้อมูลเพื่อสร้างองค์ความรู้.
    • IS2 (Effective Communication): การนำความรู้ที่ได้มาสื่อสารและนำเสนออย่างมีประสิทธิภาพ.
    • IS3 (Social Service Activity): การนำความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์เพื่อบริการสังคม.
  • ความแตกต่างจาก Thesis (วิทยานิพนธ์): IS มักจะเน้นการรวบรวมและสังเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งที่มีอยู่แล้ว มีความยืดหยุ่นและขอบเขตจำกัดกว่าวิทยานิพนธ์ซึ่งเป็นการวิจัยเชิงลึกและต้องมีระเบียบวิธีวิจัยที่เข้มข้นกว่า.
  • รูปแบบ: อาจทำเป็นรูปเล่มรายงาน โครงงาน หรือชิ้นงานที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น. 

9 National Endowment for Democracy (NED) หรือ มูลนิธิเพื่อประชาธิปไตยแห่งชาติ คือ องค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหาผลกำไรจากสหรัฐอเมริกา ที่ได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อส่งเสริมประชาธิปไตยและสถาบันประชาธิปไตยทั่วโลก โดยการให้ทุนสนับสนุนองค์กรภาคประชาสังคม (NGOs) และกลุ่มต่างๆ ในต่างประเทศ ที่ทำงานด้านประชาธิปไตย การเสริมสร้างสิทธิพลเมือง การเลือกตั้ง เสรีภาพสื่อ และสิทธิมนุษยชน. 

ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ NED:

  • วัตถุประสงค์: เพื่อส่งเสริมการเติบโตและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับสถาบันประชาธิปไตยทั่วโลก.
  • การดำเนินงาน: ให้ทุนสนับสนุนโครงการมากกว่า 1,900 โครงการในกว่า 90 ประเทศต่อปี เพื่อสนับสนุนกลุ่มพัฒนาเอกชนที่ทำงานเพื่อประชาธิปไตย.
  • โครงสร้าง: เป็นองค์กรอิสระและสองพรรคการเมือง (Bipartisan) และเป็นมูลนิธิเอกชน ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐบาลโดยตรง.
  • ทุนสนับสนุน: เงินทุนหลักมาจากรัฐบาลสหรัฐฯ แต่มีการจัดสรรให้แก่องค์กรหลัก 4 แห่งในสหรัฐฯ (เช่น NDI, IRI) และองค์กรอื่นๆ ทั่วโลก.
  • ความเชื่อมโยง: มีความเกี่ยวข้องกับสถาบันต่างๆ เช่น National Democratic Institute (NDI) ซึ่งมุ่งเน้นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพลเมือง.
  • การวิพากษ์วิจารณ์: บางครั้งถูกวิจารณ์ว่ามีบทบาทในการแทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น หรือใช้เป็นเครื่องมือของนโยบายต่างประเทศสหรัฐฯ. 

โดยสรุป, NED เป็นกลไกสำคัญที่สนับสนุนการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยและการพัฒนาประชาธิปไตยในระดับนานาชาติ. 

 

 

ผมได้ทำวิดีโอหนึ่งกับเรื่องนี้. ผมยังได้เขียนบทความหนึ่งให้กับ New Eastern เกี่ยวกับเรื่องนี้ และผมได้เพิ่มรวมเข้าไปในมันด้วยหลักฐานทั้งหมด. สิ่งนี้ทั้งหมดได้นำไปสู่ความหลอกลวง/แปลกปลอมของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้ให้ทุนสนับสนุน NOS’s เอ่อ นั่นทั้งหมดของผู้คนถูกดึงไปสู่รูปของรัฐบาลชายขอบที่มาจากทุนสนับสนุนโดย NED, ได้รับเงินทุนสนับสนุนด้วยความช่วยเหลือสหรัฐอเมริกา, ได้เงินสนับสนุนโดย Open Society, เป็น 100% สหรัฐอเมริกาได้ทำวิศวการปฏิวัติสีที่เนปาล ซึ่งอยู่คิดกับชายแดนจีนด้วยเลย.  (I did a video, several videos on this. I also wrote an article for New Eastern about this and I include in it all of the evidence. This all leads off to the fake US government funded NOS’s10 uh that all of the people pulled to form the interim government came from funded by the NED, funded by US aid, funded by Open Society11, is 100% a US engineered color revolution. Nepal is right on China’s border.)

 

10 ระบบปฏิบัติการเครือข่าย (Network Operating System - NOS) คือซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงในเครือข่ายสามารถสื่อสาร แชร์ทรัพยากร เช่น ไฟล์ เครื่องพิมพ์ และจัดการการทำงานของเครือข่ายโดยรวม ทำให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพในสภาพแวดล้อมเครือข่าย

หน้าที่หลักของ NOS

  • การจัดการทรัพยากร: ควบคุมการเข้าถึงและแบ่งปันทรัพยากร เช่น ไฟล์และเครื่องพิมพ์ระหว่างผู้ใช้ในเครือข่าย.
  • การสื่อสาร: อำนวยความสะดวกในการสื่อสารและการทำงานร่วมกันระหว่างอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกัน.
  • บริการเครือข่าย: ให้บริการพื้นฐานเช่น บริการไดเรกทอรี (Directory Services) และความปลอดภัย (Security).
  • การบริหารจัดการผู้ใช้: สร้างและจัดการบัญชีผู้ใช้ รวมถึงควบคุมการเข้าถึงทรัพยากร. 

ความแตกต่างจาก OS ทั่วไป

  • OS ทั่วไป (เช่น Windows, macOS, Linux) จัดการทรัพยากรสำหรับอุปกรณ์เครื่องเดียว แต่ NOS ขยายขีดความสามารถให้ครอบคลุมทั้งเครือข่าย. 

ตัวอย่างและการพัฒนาในปัจจุบัน

  • ในอดีต NOS เป็นซอฟต์แวร์เฉพาะทาง แต่ปัจจุบันระบบปฏิบัติการทั่วไปมีคุณสมบัติเครือข่ายในตัว.
  • ระบบปฏิบัติการสำหรับอุปกรณ์เครือข่ายเฉพาะทาง เช่น เราเตอร์ (Router), สวิตช์ (Switch) ยังคงใช้แนวคิด NOS อยู่ (เช่น Cisco IOSRouterOS).
  • ระบบปฏิบัติการบนเซิร์ฟเวอร์ (เช่น Windows Server) ทำหน้าที่เป็น NOS สมัยใหม่ในการจัดการเครือข่ายขนาดใหญ่. 

11  มูลนิธิ Open Society (Open Society Foundations - OSF): เป็นเครือข่ายองค์กรการกุศลขนาดใหญ่ที่ก่อตั้งโดยจอร์จ โซรอส เพื่อส่งเสริมค่านิยมของสังคมเปิดทั่วโลก โดยให้ทุนสนับสนุนด้านสิทธิมนุษยชน ธรรมาภิบาล ประชาธิปไตย และการปฏิรูปสังคมต่างๆ. 

ดังนั้น, ดังเช่นเอกสาร Rand Corporation ได้บอกไว้ว่า การโค่นล้มบารัสที่อยู่ตรงพรมแดนรัสเซีย, สหรัฐอเมริกาได้มีปีการโค่นล้มนี้กับเนปาลที่ตรงพรมแดนจีน. สหรัฐอเมริกาได้ยังมีเป้าหมายอย่างกว้างขวางและมุ่งเน้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการเข้าไปแทรกแซงทางการเมือง. ทุกแต่ละประเทศ, ในภูมิภาคที่นี่นี้, ได้ตกเป็นเป้าหมายของสหรัฐอเมริกาสำหรับการเปลี่ยนแปลงอำนาจการปกครอง, โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จะกำจัดรัฐบาลทั้งหลายที่เป็นมิตรต่อจีน และแทนที่ด้วยอำน่าจการปกครองที่เป็นลูกค้าของสหรัฐอเมริกา, รวมทั้งประเทศไทยนี้ด้วย. นี่คือที่ผมได้ตั้งไว้บนพื้นฐาน.    (So, just as the Rand Corporation paper said overthrow Barus right on Russia’s border, the US has this year overthrown Nepal right on China’s border. The US has also extensively targeted Southeast Asia with political interference. Every single country, here in the region has been targeted by the US for regime change, specifically to remove China friendly governments and replace them with US client regimes, including here in Thailand. This is where I’m based.) 

...(มีต่อ 3)

           https://youtu.be/VmOlsXEC6C8?si=ohV949F1UncS9Ip_

วันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2568

ไบรอัน เบอร์เลติค - ไทย-กัมพูชา คุกคามความเสถียรภาพอาเซียน โดยถูกออกแบบมา (1)

ไบรอัน เบอร์เลติค - ไทย-กัมพูชา คุกคามความเสถียรภาพอาเซียน โดยถูกออกแบบมา (1)

Thai-Cambodian Conflict Threatens Asian Stability by Design

          https://youtu.be/VmOlsXEC6C8?si=nN2YjnEc6doDbFGc

          ไบรอัน เบอร์เลติค ปักฐานอยู่ที่กรุงเทพมหานคร เป็นนักวิเคราะห์ภูมิรัฐศาสตร์, อดีตนาวิกโยธินสหรัฐอเมริกา. เขาเป็นที่รู้จักกันดีที่สุดในงานของเขาในฐานะเป็นเจ้าภาพของ เดอะ นิว แอตลาส ในช่องทางยูทูป, ที่เข้าได้จัดทำความคิดเห็นกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งหลาย, ด้วยการเพ่งจุดเน้นอยู่กับนโยบายต่างประเทศของสหรัฐ และความขัดแย้งในเอเชียและยุโรปตะวันออก.

          Brian Berletic is a Bangkok-based geopolitical analyst, author, and former U.S. Marine. He is best known for his work as the host of the The New Atlas YouTube channel, where he provides commentary on international relations, with a focus on U.S. foreign policy and conflicts in Asia and Eastern Europe. 

Background and Online Presence

  • Military Service: Berletic served as an electro-optical ordnance repairman in the United States Marine Corps.
  • Pseudonyms: For over a decade, he published articles under the pen name Tony Cartalucci.
  • Platforms: In addition to The New Atlas, he operates the website Land Destroyer and frequently contributes to state-affiliated media outlets such as RT and CGTN.

ผมได้เขียนบทความอื่นอีกอันหนึ่งให้กับนิว อีสเทิร์น เอ้าท์ลุค.  มันมีชื่อเรื่องว่า ไทย-กัมพูชา ความขัดแย้งที่คุกคามเสถียรภาพของอาเซียน โดยการออกแบบมา. ในตอนนี้ผมได้ทำ เอ่อ วิดีโอ เพิ่งเมื่อ 4 เดือนก่อน, กรกฎาคม, ในชื่อเรื่องว่า ความขัดแย้งระหว่าง ไทย-กัมพูชา ใครได้ผลประโยชน์จากความจนาจลวุ่นวายในภูมิภาคนี้. ดังนั้น, รายการนี้คือสิ่งที่เพิ่มเติมข้อมูลให้ทันวันเวลาขึ้น. (I have written another article for New Eastern Outlook. It is titled Thai-Cambodian conflict threatens Asian stability by design. Now I have done uh a video just 4 months ago July titled Thai-Cambodian conflict who benefits from regional chaos. So, this is a little bit of an update)

มีการใช้กำลังอาวุธปะทะกันเกิดขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม และแล้วพวกเขาก็สิ้นสุดมันลง. มีสันติภาพอันอึดอัดใจอย่างมากขึ้น, ผมเดาว่าพวกคุณสามารถเรียกมันเช่นนั้นได้, และในตอนนี้การปะทะกันด้วยอาวุธในสัดส่วนขนาดใหญ่โตกว่าครั้งก่อนได้ปะทุเกิดขึ้นอีกครั้งในเดือนนี้ เอ่อ ตลอดเดือนธันวาคม. ผมกำลังจะอ่านให้ฟังเกี่ยวกับมัน. ผมจะให้คุณทราบถึงปูมหลังข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งไทยและกัมพูชา และผลประโชน์ต่างชาติทั้งหลายที่ได้เกี่ยวข้องในความขัดแย้งนี้ ที่ถูกพุ่งเป้ากระทำต่อจีนในผลประโยชน์ต่างชาติอะไรเช่นเดียวกันกับที่ สหรัฐอเมริกาได้กระทำต่อรัสเซีย มาโดยตลอดในวงนอกโดยรอบของมัน.  (There were armed hostilities in July and then they ended it. There was a very uneasy peace, I guess you can call it, and now large-scale hostilities have broken out again this month uh throughout December. I’m going to read about it. I will give you the background information regarding both Thailand and Cambodia and the foreign interests involved in this conflict aimed at doing to China what the same foreign interest, the United States has been doing to Russia all along its periphery.)

สหรัฐอเมริกาได้มีเอกสารนโยบายเป็นทางการทั้งหลาย ที่พวกเขาได้อธิบายไว้อย่างเปิดเผยว่า อย่างไรที่พวกดเขาจะสร้างสรรค์ปัญหาทั้งหลายให้กับรัสเซียไปตลอดตามแนวพรมแดนทั้งหลายของมันและพื้นที่ใกล้เคียงรอบนอก. สหรัฐอเมริกากำลังทำอย่างชัดเจนสิ่งเดียวกันนี้ต่อจีน. นี่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์นั้น. ดังนั้น, แล้ว, ผมก็จะอธิบายทั้งหมดนั่น. ผมจะเข้าไปในรายละเอียดอย่างยิ่งสำหรับทั้งหมดของผู้ที่ยังกังขาใจสงสัยมัน. ผมจะอธิบายมันและผมจะแสดงให้พวกคุณเห็นทั้งหมดของแหล่งข้อมูลที่ผมได้อ้างอิง. มีแหล่งข้อมูลมากมายที่ผมได้อ้างถึงเพราะว่าผมรู้จักผู้คนที่ไม่คุ้นเคยกับหัวข้อนี้ และพวกเขาจะชอบที่จะมองหาหลักฐานบางอย่าง. ดังนั้น, ผมได้จัดหานั่นมาให้ในที่นี้แล้ว.  (The United States has policy papers where they openly explain how they will create problems for Russia all along its borders and near abroad. The US is doing the exact same thing to China. This is part of that strategy. So, so I will explain all of that. I will go into great detail for all of the skeptics. I will explain it and I will show you all of the sources that I cited. There are a lot of sources that I cited because I know people are not familiar with this topic and they will like to see some evidence. So, I have provided that.)

การปะทะหลักด้วยอาวุธปะทุขึ้นอีกครั้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไปตามแนวพรมแดนของประเทศไทยและกัมพูชา. ผมคิดว่าผมน่าจะแสดงแผนที่ให้คุณดูว่าที่ไหนที่เรื่องนี้ได้บังเกิดขึ้น. นี้คือจีน. นี่คือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้. ที่นี่เราซูมเข้าไปอีก. ตรงกลางส่วนใหญ่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็คือประเทศไทย. และนี่คือกัมพูชา. นี่คือลาว, และลาวเองก็มีพรมแดนแบ่งปันกับจีน. ประเทศไทยนั้นค่อนข้าวงจะใกล้ชิดอย่างมาก, มาก แต่ไม่ได้มรพรมแดนติดกับจีน และแน่นอนว่า, มีเมียนมาร์อยู่ติดกันทางตะวันตก  (Major hostilities erupted once again in Southeast Asia along the borders of Thailand and Cambodia. I think I ought to show you a map of where this is taking place. This China. This is Southeast Asia. Here we zoom in. Pretty much in the middle of Southeast Asia is Thailand. Here is Cambodia. Here is Loas, and Loas shares a border with China. Thailand is very, very close but not quite bordering China and of course there’s Myanmar to the west.)   

          ตลอดตามความยาวของพรมแดนทั้งปวงนี้, ที่สำคัญในการปะทะกันด้วยอาวุธทั้งหลายนั้นเกิดขึ้นโดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนที่มีจ้อพิพาทอ้างสิทธิแถวๆนี้ และการปะทะกันอย่างหกนักเกิดขึ้นแถวชายแดนของจังหวัดตราดของไทย, ตามภูมิภาคชายฝั่งทะเลนี่.   (From the along the entire length of this border essentially there are hostilities taking place especially in disputed areas of border around here and there is also heavy fighting taking place around the Thai province of Trat, here in the coastal region.)

          และการต่อสู้นี้ได้ถูกผสมรวมไปด้วยกับการต่อสู้เชิงตั้งรับด้วยอาวุธขนาดเล็กไปตลอดแนวพนมแดน ไปกลับด้วยกันทั้งสองฝ่ายเหนือเขตแดนอ้างสิทธิ. และยังมีอาวุธพิสัยไกลได้ถูกใช้ทำการด้วยเช่นกัน. ผมจะอธิบายถึงอะไรเหล่านั้นในที่ตรงนี้กันในไม่ช้านี้. เอ่อ, แล้ว, ก็กำลังมีการสู้รบเกิดขึ้นระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา ซึ่งตามมาด้วยการหยุดยิงอันยุ่งยากที่รวมไปถึงเหตุการณ์และการยั่วยุทั้งหลายมาตลอดเดือนนั้นตั้งแต่รอบการต่อสู้หลักเมื่อครั้งที่แล้วที่ได้เกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2025.  (And the fighting is combined to positional fighting small arms uh all along the border and in back and forth over disputed territory. There are also longer-range weapons being used. I will explain what those are here in just a moment. Uh, so, there is fighting taking place between Thailand and Cambodia following a troubled ceasefire which includes incidents and provocations for month since the last round of major fighting took place in July 2025.)

          เราได้เห็นประธานาธิบดีทรัมป์ยึดเอาเครดิตสำหรับทั้งหมดของการตกลงสันติภาพเหล่านี้ไป ที่เข้าอ้างเอาว่าเขาได้ทำมันไปทั่วโลกนี้, รวมทั้งระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา. ผมคิดว่าเขาได้สับสนและได้พูดสว่าประเทศไทยกับอาเซอร์ไบจัน หรืออะไรสักอย่างประกลาดทำนองนั้น. ผมพนันได้เลยว่า เขาไม่สามารถหาที่แห่งหนเหล่านี้ได้จากแผนที่, เอ่อ แต่ว่ามันก็ไม่ได้มีสันติภาพ.   (We saw President Donald Trump taking credit for all of these peace deals that he claims he made all around the globe, including between Thailand and Cambodia. I think he got confused and said Thailand and Azerbaijan or something ridiculous like that. I bet he couldn’t find any of these places on a map. Uh but there was no peace.)

ได้มีการยั่วยุมาอย่างต่อเนื่องจากคนฝ่ายกัมพูชาอยู่ตลอดเวลา. พวกจะส่งเสริมหนุนกระตุ้นให้ชาวบ้านท้องถิ่นทั้งหลายให้บุกดเข้าไปในพื้นที่อ้างสิทธิพิพาทกัน และเคลื่อนย้ายรั้วลวดหนามที่ติดตั้งเอาไว้สำหรับคอยกันคนทั้งสองฝ่ายออกจากันและกัน. พวกเขาได้บีบบังคับทหารไทยที่จะต้องคอยยุ่งอยู่กับการควบคุมฝูงคนผู้ชุมนุมฝ่ายไทย ที่พยายามจะผลักดันกลุ่มคนกัมพูชาทั้งหลายนี้กลับไป. เอ่อ, และเช่นนั้นจึงมีการปะทะด้วยอาวุธอีกรอบไม่นานนี้ เอ่อ เริ่มต้นเพราะทุ่นระเบิดทั้งหลาย และการยิงอาวุธขนาดเล็กทั้งหลายจากฝ่ายกัมพูชาเมื่อต้นเช้าวันจันทร์, ที่ 8 ธันวาคม, และประเทศไทยเริ่มต้นทำการตอบโต้.  (There were constant provocations from the Cambodian side the entire time. They would encourage local villagers to go up to the disputed areas and remove razor wire that was keeping both sides apart from one another. They forced Thai troops to engage in crowd control to try to push these groups of people back. Uh, and thus recent round of hostilities uh began because of landmines and small arms fire from the Cambodian side early Monday morning, December 8th, and Thailand began retaliating.)

และอันที่จริงแล้ว, ถ้าคุณอ่านข่าวนั้น หรือคุณไปที่วิกิพีเดีย, พวกเขาจะบอกว่า ประเทศไทยแค่เหลืออดและเริ่มต้นลงมือโจมตีก่อน และบุกเข้าไปในกัมพูชา เอ่อ ตอนบ่ายวันจันทร์. แต่แน่นอน, ผมอยู่ที่นี่ในประเทศไทย และผมจำได้ได้ว่าเฝ้าดูรายงานทั้งหลายที่เข้ามา. เอ่อ ทั้งหมด ทั้งหมดในคืนวันอาทิตย์โดยพื้นฐานแล้วเข้าไปสู่รุ่งเช้าวันจันทร์และตลอดทั้งวันของวันจันทร์และแล้วมันได้เป็นในตอนค่ำของวันจันทร์, ทหารไทยทั้งหลายเพิ่งกำลังเริ่มต้นที่จะไป เอ่อ ข้ามพรมแดนเข้าไปในพื้นที่เหล่านี้เพื่อกวาดล้างพวก(กัมพูชา)นั้น.  (And as a matter of fact, if you read the news or you go to Wikipedia, they will say Thailand just out of the blue started attacking and invading Cambodia uh Monday afternoon. But of course, I’m here in Thailand and I remember watching the reports coming in. Uh all basically Sunday night into Monday morning and all day Monday and then it was late Monday, Thai troops were starting to go uh over the border into these areas to clear them.)

และดังนั้น, จากจุดมุมมองของกัมพูชา, ภายหลังจากหลายและหลายชั่วโมงของการสู้รบ. และนั่นอย่างไรที่คุณรู้ว่าพวกเขากำลังโกหก. และคุณต้องถรามตัวคุณเอง, ทำไมประเทศที่เล็กเช่นกัมพูชา ที่มีปีระชากร 17 ล้านคน – ทำไมพวกเขาถึงกำลังเลือกเอาการู้รบกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีขนาดใหญ่โตกว่าเหมือนประเทศไทย ที่มีประชากร 70 ล้านคน?, ใหญ่โตกว่าทั้งทางเศรษฐกิจ, ดีกว่าในการพัฒนาประชาชาติ, ดีกว่าในการพัฒนาทางทหาร, มากกว่าในพลังอำนาจทางทหาร.  (And so, from Cambodia’s point of view, after hours and hours of fighting. And that’s how you know they’re lying. And you have to ask yourself, why is a country as small as Cambodia 17 million people – why are they picking a fight with a much larger neighboring country like Thailand that has 70 million people? 70 million people, a much larger economy, a better developed nation, a much better developed military, more powerful military.)

ทำไมคุณเลือกเอาการสู้รบกับเพื่อนบ้านที่ใหญ่โตกว่า? และมันฟังดูแปลกปลอมอย่างมากว่าอะไรกำลังดำเนินไปที่ในนยุโรปตะวันออกในตอนนี้ ระหว่างยูเครนกับรัสเซึย. สงครามตัวแทนอย่างเป็นนัยยะสำคัญ, เกี่ยวกับสงครามตัวแทนระหว่างของใครรึ? เอาละ, เราจะคาดการณ์คิดกันในทั้งหมดนั้นออกมา.  (Why you pick a fight with a larger neighbor? And it sounds a lot fake what is going on in Eastern Europe right now between Ukraine and Russia. Essentially a proxy war, about a proxy war between whom? Well, we’ll figure all of that out.)

การสู้รบปะทุขึ้นหลังจากเรื่องทุ่นระเบิดทั้งหลายของกัมพูชา และการยิงของอาวุธขนาดเล็กที่ทหารไทยได้รับบาดเจ็บและตายในตอนต้นของวันที่ 8 ธันวาคม, นำไปสู่วังวนเกลียวม้วนของความรุนแรง, รวมทั้งอาวุธหนัก, เครื่องบินรบ, โดรนทั้งหลาย, และความเข้มข้นของการยิงของอาวุธเบาขนาดเล็กทั้งหลายที่ตำแหน่งที่ตั้งทั้งหลายนั้นตลอดแนวชายแดนไทย*-กัมพูชา, ที่ผมได้แสดงให้เห็นต่อคุณ เอ่อ ตามตลอดแนวที่ชัดเจนในแผนที่นั้น. กัมพูชาได้ยิงกระสุนจาก BM21หลายร้อยครั้ง ระบบยิงจรวดหลายลำกล้องแบบไร้วิถีเข้าสู่ประเทศไทย, ส่งผลให้กองทัพไทย ให้ตอบโต้ด้วยกำลังทางอากาศและโดรนทั้งหลายที่กำหนดเป้าหมายการโจมตีทั้งสองอย่างถล่มเข้าใส่พวกเขาและคลังเก็บกระสุนอาวุธทั้งหลายที่ใช้ในกายิงจรวดเหล่านั้น. (Fighting erupted after Cambodian landmines and small arms-fire left Thai troops injured and dead early December 8th, leading to spiraling violence, including heavy artillery, warplanes, drones, and intense small arms fire uh small arms-fir at the locations all along the Thai-Cambodian border, I showed you uh all along the border where that actually is on a map. Cambodian launched hundreds of BM21 unguided multiple launch rocket systems munitions into Thailand, prompting the Thai military to respond with air and drone strikes targeting both the launchers themselves as well as local ammunition depot used for starting rockets.)

จรวด M21 Grod สาระสำคัญอยู่ที่ไม่มีนำวิถี/ไร้วิถี. ดังนั้น, เมื่อคุณยิงพวกมัน, ก็จะมีพื้นที่เป็นวงกว้างที่ได้รับผลบกระทบจากพวกมัน. พวกมันจะปะทะเข้ากับทุกอย่างในพื้นที่ที่กำหนดไว้. พวกมันไม่สามารถถูกใช้ให้โจมตีปะทะเป้าหมากำหนดเฉพาะในสนามรบได้. ดังนั้น, เมื่อคุณกำลังยิงปล่อยพวกมันไปยังพื้นที่เขตที่อยู่อาศัย, คุณก็รู้ดีว่า, คุณกำลังจะฆ่าผู้คนในที่นั้น. นั่นเป็นอาชญากรรมสงคราม. คุณไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้เช่นนั้น. คุณไม่ได้ถูกอนุญาตให้กระทำโดยไม่เลือกปฏิบัติต่อพลเรือนเกินไปขนาดนั้น. คุณไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้อาวุธทั้งหลายที่ไม่มีการกำหนดเป้าหมายกระทำการทำลายสิ่งทั้งหลายเหนือพื้นที่โดยทั้งหมดเช่นนั้น. คุณจำเป็นต้องใช้อาวุธที่มีการนำวิถีในลักษณะจำกัด.  (The M21 Grod rockets essentially are unguided. So, when you fire them, they’re an area effect weapon. They will hit everything in a specific area. They cannot be used to hit specific targets on the battlefield. So, when you’re launching them at a residential area, you know, you’re going to kill people in there. That is a war crime. You’re not allowed to use that. You’re not allowed too indiscriminately. You’re not allowed to use weapons to that just indiscriminately destroy things over the entire area. You need to precision guided weapons.)

แต่พวกเขาไม่ได้ทำเช่นนั้น. พวกเขากำลังใช้จรวดไร้วิถีทั้งหลายเหล่านี้ และมันบรบบังคับปนะเทศไทยต้องอพยพผู้คนทั้งหมดออกจากพื้นที่ชายแดนทั้งหมด. ผู้คนหลายล้านจบลงโดยการออกจากที่อยู่อาศับด้วยกันทั้งสองฝ่าย เพราะการสู้รบ. และอะไรที่ประเทศไทยกำลังทำในการตอบโต้คือการพยายามที่จะโจมตีต่อเครื่องยิงจรวดทั้งหลาย และโจมตีพื้นที่ทั้งหลายซึ่งจรวดทั้งหลายนั้นถูกเก็บสะสมไว้ เพราะพวกมันมีเป็นจำนวนใหญ่โตของขจรวดและได้ขนนำพวกมันมาจากโกดังคลังเก็บนั้นนำมาใช้ต่อไปอีก เอ่อ ในอาณาเขตของกัมพูชา(But they’re not doing that. They’re using these unguided rockets and it forces Thailand to evacuate the whole border area. Millions of people end up displaced on both sides because of the fighting. And what Thailand is doing in response is attempting to hit the launchers and hit the areas where the rockets are being staged because they go through huge numbers of the rockets and have to bring them up from warehouses further uh within Cambodian territory.)

คุณต้องนำพวกมันออกมาเข้าใกล้สนามรบมากขึ้น. คุณเก็บพวกมันไว้ในพื้นที่เหล่านี้แล้วก็เคลื่อนย้ายมันค่อยๆเข้าใกล้สนามรบมากขึ้นเรื่อย ๆเพื่อที่พยายาม  เพื่อปล่อยลดจำนวนใหญ่โตของพวกมันไปทำลายพื้นที่ทั้งหมดในทันที. ดังนั้น, การทำของประเทศไทยเป็นการดีที่สุแล้วของพวกเขาที่จะไล่ตามกำจัดจรวดทั้งหลายเหล่านี้. (You have to bring them up closer to the battlefield. You storage them in these areas and then move them incrementally closer to the battlefield to try to mitigate huge numbers of them being destroyed all at once. So, Thailand’s doing their best to go after these rockets.)

เรามาว่ากันต่อไปอีก. ดังนั้น, ตำแหน่งการสู้รบ เอ่อ ส่งผลให้ดินแดนพิพาทเปลี่ยนมือไปได้ทุกวัน แค่ดังที่มันได้เป้นไปเมื่อครั้งที่แล้วของการสู้รบในเดือนกรกฎาคม. ดังนั้น, เช่นเดิมเดียวกันเป็นอย่างมากดังที่เราได้มองย้อนกลับไปในเดือนกรกฎาคมที่เรื่องนี้เริ่มต้น. และนี่คือบางอย่างที่คือเรื่องใหม่. ท่ามกลางการสู้รบนี้, ภาพเหตุการณ์และแถลงการณ์กองทัพไทยได้บ่งชี้ว่ากัมพูชาได้กำลังใช้รูปแบบยูเครนด้วยเช่นกันใน FPV โดรนรบทั้งหลาย หรือ โดรนที่บินโดยมีผู้ควบคุมมองเห็นภาพได้. (Let’s continue. So, positional fighting uh resulting in disputed territory changing hands day-to-day just as it had during previous fighting in July. So, a lot of the same as we saw back in July when this began. Here’s something that is new. Amid the fighting, footage and Thai military statements indicated Cambodia was also using Ukrainian style FPV drones1 or firsters on view drones.)

1 FPV Drone (First-Person View Drone คือโดรนที่ให้นักบินได้ประสบการณ์การบินเสมือนนั่งอยู่บนโดรนจริง โดยส่งภาพจากกล้องของโดรนแบบสดๆ (เรียลไทม์) ผ่านแว่นตา FPV หรือหน้าจอไปยังผู้ควบคุม ทำให้สามารถบังคับได้อย่างแม่นยำและสมจริงกว่าโดรนทั่วไปที่มองจากภายนอก เน้นความเร็ว, การบินผาดโผน (Freestyle), การแข่งขัน (Racing) และการถ่ายทำมุมมองใหม่ๆ.  

หัวใจหลักของ FPV Drone:

  • มุมมองบุคคลที่หนึ่ง (First-Person View): 

ผู้บินจะสวมแว่นตาพิเศษที่แสดงภาพจากกล้องโดรน ทำให้รู้สึกเหมือนเป็นผู้บินที่อยู่บนตัวโดรนจริงๆ. 

  • การควบคุมที่สมจริง: 

โดรน FPV ตอบสนองทันทีต่อการควบคุม ให้ความรู้สึกอิสระในการบินสูง แตกต่างจากโดรนถ่ายภาพทั่วไปที่เน้นระบบอัตโนมัติ. 

  • อุปกรณ์สำคัญ: 

ประกอบด้วยตัวโดรน, กล้อง FPV, เครื่องส่งสัญญาณวิดีโอ (VTX), แว่นตา FPV (พร้อมตัวรับสัญญาณ) และเสาอากาศ. 

การใช้งาน:

  • การแข่งขัน (Racing): 

บินผ่านสนามแข่งที่มีสิ่งกีดขวางด้วยความเร็วสูง. 

  • การบินผาดโผน (Freestyle): 

แสดงทักษะการบินซับซ้อน เช่น การตีลังกา, การบินลอดช่อง. 

  • การถ่ายทำ: 

สร้างสรรค์วิดีโอมุมมองใหม่ๆ ที่น่าตื่นตาตื่นใจ (Cinematic FPV) โดยการบินผ่านสถานที่ต่างๆ เช่น ป่า, อาคาร. 

ความแตกต่างจากโดรนทั่วไป:

  • โดรนทั่วไป (เช่น DJI Mavic): 

เน้นความเสถียร, ระบบ GPS, การถ่ายภาพทางอากาศคุณภาพสูง, ใช้งานง่าย (บินอัตโนมัติได้). 

  • FPV Drone: 

เน้นความเร็ว, การควบคุมด้วยตนเอง, ประสบการณ์การบินที่เข้มข้น, เกณฑ์การเข้าถึงสูงกว่า แต่ให้มุมมองที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง. 

เหล่านี้คือโดรนทั้งหลายที่มีผู้ปฏิบัติการกำลังควบคุมการใช้สัญญาณวิทยุ. พวกเขากำลังสวมชุดอุปกรณ์ครอบศีรษะ. พวกเขาสามารถมองเห็นอะไรที่โดรนมองและนี้คืออย่างไรที่พวกเขานำทางโดรนไปที่เป้าหมายของมัน. นี่ไม่ได้เป็นอะไรบางอย่างที่คุฯสามารถแค่ทำได้ง่ายๆด้วยตนเองจากการเรียนรู้หลักสูตรอย่างรวดเร็วในเวลาแค่สองสามเดือน. ได้มีบางคนก้าวเข่ามาและช่วยกัมพูชาพัฒนาสมรรถภาพนี้. พวกเขาไม่ได้ทำเรื่องนี้ด้วยตนเอง. ประเทศไทย, มที่มีขนาดใหญ่โตกว่า, ปนะชาชาติที่มั่งคั่งมากกว่าด้วยกองทัพขนาดโตและก้าวหน้ามากยิ่งกว่า, ก็ยังไม่ได้มีจำนวนโดรนรบมากมายใหญ่โตขนาดนี้เลย.  ไทยอาจจะมีภายหลังจากเรื่องนี้, แต่พวกเขาไม่ใช่ขึ้นนำไปใช้ส่วนใหญ่ในการปะทะที่ผ่านมาก่อนนี้. อีกทั้งไทยได้มีการสกัดกั้น/ดักสัญญาณการสื่อสารที่พูดเป็นภาษาอังกฤษของผู้ควบคุมโดรนรบทั้งหลายนี้. นั่นน่าสนใจมั้ย?  (These are drones that an operator is controlling using a radio signal. They’re wearing a headset. They can see what the drone sees and this is how they guide the drone to its target. This is not something you can just whip up on your own over the course of a couple of months. Somebody came in and helped Cambodia develop this capability. They did not do this on their own. Thailand, a much larger, wealthier nation with a bigger, more advanced military, does not have large numbers of FPVs. They probably will after this, but they didn’t lead up to this most recent clash. There were also intercepted communications featuring English speaking drone operators. Isn’t that interesting?)

          นี่อ้างอิงจากสื่อไทย. เอ่อ, พวกเขากำลังแสดงให้เห็นแก่คุณเป็นภาพทั้งหลายของโดรนทั้งหลาย. ผมได้เห็นภาพถ่ายของพวกโดรนเหล่านี้กำลังพยายามที่จะฆ่าทหารไทยทั้งหลาย. ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 สงสัยว่าโดรนพลีชีพ พูดภาษาอังกฤษต่างด้าวปฏิบัติการให้กับกองกำลังกัมพูชา. ถ้าเรื่องนี้ฟังดูคุ้นเคยกับพวกคุณ. มันน่าจะเป็นเพราะสหรัฐอเมริกา ได้ทำเช่นนี้ในที่อื่นมาแล้ว. ไม่ใช่เพียงแค่พวกเขาได้ทำเช่นนี้จริงๆในยูเครนและการช่วยยูเครนพัฒนาและขยายสมรรถภาพที่นั่นต่อรัสเซีย, พวกเขาด้วยเช่นกันได้ใช้เทคนิคเดียวกันนี้อย่างชัดเจนของการกำลังปฏิบัติการอยู่ในยูเครน และกำลังใช้มันในสงครามตัวแทนของสหรัฐอเมริกาในที่อื่นด้วยเช่นกัน. (This is according to Thai media. Uh, they’re showing you pictures of the drones. I’ve seen footage of these drones trying to kill Thai soldiers. Second Army area suspects English-speaking foreigners flying suicide drones for Cambodian troops. If this sounds familiar to you, it should because the United States has done this elsewhere. Not only are they actually doing it in Ukraine and helping Ukraine develop and expand the capability there against Russia, they also used this exact same technique of taking what’s going on in Ukraine and using it in another US proxy war elsewhere.)

          พวกเขาทำเช่นนี้ที่ในซีเรียเมื่อตอนสิ้นปีที่แล้ว. มีบทความของรอยเตอร์อยู่ในเรื่องนี้, เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการยูเครนชาวยเหลือกลุ่มกบถในซีเรียด้วยโดรนทั้งหลาย. ทางวอชิงตัน โพสต์เองก็ได้รายงานข่าวว่ามีโดรนหลายร้อยลำและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหลายโหลได้เข้าไปยังซีเรียเพื่อช่วยเหลือกลุ่มติดอาวุธ HPS ทั้งหลายที่คือ Al-Qaeda โดยเนื้อแท้. และมันก็ไม่ใช่ยูเครนแค่ทำเรื่องนี้ทั้งหมดด้วยตนเอง. ย่างชัดเจนเลยว่า CIA ได้อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ เพราะว่าพวกเขาอยู่เบื้องหลังทั้งหมดของการสู้รบที่เกิดขึ้นในยูเครนมันเองอยู่แล้ว. ดังนั้น, คุณคิดว่าเป็นใครล่ะที่กำลังสนับสนุนอำนวยความสะดวกให้กลุ่มการเคลื่อนไหวของผู้เชี่ยวชาญและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการทั้งหลายจากยูเครนไปที่ซีเรีย? ก็คือ CIA นั่นเอง.   (They did this in Syria at the end of last year. There’s even Reuters article, Ukrainian operatives aided Syrian rebels with drones. Washington Post report hundreds of drones and dozens of operators went to Syria to help HPS militants who are Al-Qaeda essentially. And it wasn’t Ukraine just doing this all on their own. The CIA obviously was behind this because they’re behind all of the fighting taking place inside Ukraine itself. So, who do you think is going to facilitate the movement of the experts and operators from Ukraine to Syria? The CIA.)

อย่างชัดเจนเลยว่า, สิ่งนี้บ่งชี้ถึงว่าสหรัฐอเมริกา, ไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อมผ่านหนึ่งในบรรดาตัวแทน ผู้รับใช้ทำการแทนมากมายทั้งหลาย, ได้เข้าไปช่วยเหลือกัมพูชาในลักษณะท่าทีที่ประสบสำเร็จมาแล้วในการล้มล้างการปกครองของรัฐบาลซีเรีนยเมื่อปลายปีที่แล้วที่ผ่านมา. มันเป็นเป็นที่ยอมรับกันว่านี่คือ การใช้ FPV โดรน รูปแบบวิธียูเครนและเจ่าหน้าที่ปฏิบัติการควบคุมโดยต่างชาติทั้งหลายสนับสนุนกองกำลังทหาร ในการผลักดันตอบโต้และท้ายที่สุดเอาชนะเหนือกว่ากองกำลังสนับสนุนฺซีเรียทั้งหลายของรัสเซียและอิหร่าน.   (Obviously, this indicates that the US, either directly or through one of its many proxies, has aided Cambodia in similar manner to its successful overthrow of the Syrian government late last year. It was admitted then that similar Ukraine style FPV drones and Western operators aided militants in pushing back and eventually overrunning Russian and Iranian backed Syrian forces.)

ผมจำได้ว่า เอ่อ เฝ้าดูเรื่องทั้งหมดนั่นเปิดเผยออกมาเห็นกันเมื่อตอนปลายสิ้นสุดปีที่แล้ว. ผู้คนมากมายกล่าวหาว่ากองกำลังทหารซีเรียได้ทรยศและขี้ขลาดและวิ่งหนีโดยไม่ต่อสู้. ผมได้เฝ้าดูตั้งแต่ตอนเริ่มเหกตุการณ์ของการสู้รบ. พวกเขายืนหยัดและต่อสู้และก็ไม่มีอะไรที่พวกเขาจะทำได้ไปมากกว่านั้นอีกกับFVP โดรนทั้งหลายเหล่านี้, รัสเซียได้เพ่งเน้นสนใจติดอยู่ที่การรบในยูเครนไปทั้งสิ้น. พวกเขาไม่เคยได้มีเวลาและความสามารถที่จะพัฒนายกระดับการทหารซีเรีย และความสามารถของมันที่จะสู้รบกับสงครามในรูปแบบที่กำลังเกิดขึ้นกันอยู่ในตอนนี้. กองกำลังซีเรียนั่นคือกองกำลังที่ได้ถูกเตรียมการพร้อมมาที่จะสู้รบกับความขัดแย้ง ที่เริ่มต้นย้อนกลับไปในปี 2011, ไม่ใช่ความขัดแย้งที่เป็นอยู่ในตอนนี้ซึ่งได้บังเกิดขึ้นมาในปี 2014. และสหรัฐอเมริกาได้สามารถที่จะเอาชนะได้สำเร็จต่อรัฐบาลซีเรีย โดยตัวแทนรับใช้ทำการ ในการแบบชนิดของอาวุธและยุทธวิธีทั้งหลายนี้.  (And I remember uh watching all of that unfold late last year. A lot of people accused the Syrian military of being traitors and cowards and running without fighting. I was watching the early stages of the fighting. They stood and they fought and there was just nothing they could do about these FPV drones. Russia was completely focused on Ukraine. They never had the time and the ability to upgrade the Syrian military and its capabilities to fight the type of warfare that is taking place now. The Syrian force was a force that was prepared to continue fighting the conflict that started back in 2011, not the conflict that was now taking place in 2014. And the US was able to successfully overthrow the Syrian government by proxy using these types of weapons and tactics.)

เพิ่มเติมไกลขึ้นไปอีกต่อข้อสงสัยถึงบทบาทสหรัฐอเมริกา ในความรุนแรงที่เพิ่งผ่านมาคือ เสียงจากทางฝ่ายกัมพูชาเองที่ทวนซ้ำอ้อนวอนขอให้สหรัฐอเมริกาเข้ามาเกี่ยวข้อง เอ่อ ในฐานะตัวกลางในการปะทะประเทศไทยที่ได้ปฏิเสธซ้ำๆที่จะยอมรับการกำกับทั้งหลายซึ่งถูกส่งมาจากวอชิงตัน. ดังนั้น, นี่คืออีกบทความหนึ่ง และโอเค, นี่เป็นของไทย, นี้เป็นของสื่อ เดอะ เนชั่น. มันเป็นสื่อของคนไทยที่ข่าวใช้ภาษาอังกฤษเป็นพื้นฐานที่ตั้ง แต่คุณสามารถไปที่ขแมร์ ไทมสิ์ก็ได้และก็สามารถเห็นว่าสื่อของคนกัมพูชาเองก็พูดชัดเจนในสิ่งเดียวกันในสิ่งที่เรากำลังคุยถึงนี้. “เราได้ร้องขอไปที่ประธานาธิบดีทรัมป์และท่านได้บอกว่าให้หยุดยิงและข้อผูกพันทั้งหลายก็เป็น, กำลังสร้างความรำคาญท่านประธานาธิบดี. เพราะเขา(ไทย)กล้าดียังไงนัก?”  (Adding further to suspicions of a US role in the recent violence is Cambodia’s own vocal repeated appeals to US involvement uh as a mediator versus Thailand’s repeated refusal to accept directives delivered from Washington. So, here’s another article and okay, this is Thai, this is the Nation. It is a Thai based English language news site but you can go to Khmer Times and you can see the Cambodian media saying the exact same thing talking about, ‘we asked President Trump and he said ceasefire and the ties are, are ignoring President. How dare they?’)

ดังนั้น, นี้คืออะไรในท่าทีที่กัมพูชาได้ถูกนำมาใช้แล้ว. พวกเขาไม่ได้กำลังพูดถึงจีนและขอให้จีนเข้ามาแทรกแซงและหยุดเรื่องนี้หรือเป็นคนกลาง. พวกเขากำลังไปที่ประธานาธิบดีทรัมป์. และผมจะอธิบายถึง กัมพูชา-อเมริกา คอนเนคชั่น/ กระบวนการโยงใยสัมพันธ์กันของ กัมพูชากับอเมริกา. มันจะกลายเป็นความชัดเจนอย่างมากและไม่สว่ามารถปฏิเสธได้อีกต่อไป เอ่อ ผมจะเข้าไปในบทความนี้. ไกลยิ่งขึ้นเท่าไนที่ผมเข้าไปในบทความนี้, การขยายไปถึงจีน. ดังนั้น, เรามาคุยกันเลย, คุยกันถึงกระบวนการนี้ของการใช้ความขัดแย้งทั้งหลายเหมือนเช่นนี้ที่จะขยายนไปให้ถึงจีน เช่นเดียวกับที่สหรัฐอเมริกากำลังขยายทำการไปถึงรัสเซีย (โดยยูเครน - ผู้แปล)   (So, this is the kind of tone that this is taking and this is the kind of tone that Cambodia has adopted. They’re not talking about China and asking China to intervene and stop this or to mediate. They’re going to president Trump. And I will explain the Cambodian US connection. It’ll become very obvious and undeniable the longer uh I go into this article. The further I go into this article, extending China. So, let’s talk, talk about this process of using conflicts like this to extend China just like the US is extending Russia.)

การปะทะสู้รบกันแบบเปิดๆปิดๆนี้ บ่อนทำลายสันติภาพและเสถียรภาพ คุกคามการเติบโตอย่างรวดเร็ว ไม่เพียงแต่กับจีน แต่คือทั้งภูมิภาคที่เหลือเอเชีย ไปกับมัน. ผมอาศัยอยู่ที่นี่. ผมได้มาอาศัยอยู่ที่นี่เกือบทั้งหมดตลอดชีวิตวัยผู้ใหญ่ของผม. ผมได้เฝ้ามองเอเชียเจริญเติบโตขึ้นมาด้วยกันกับจีน; ในหนทางที่ผ่านมาเปซึ่งตะวันตกเป็นผู้นำของภูมิภาค ที่ไม่ได้เคยเอื้ออำนวยสนับสนุนให้เป็นเช่นนี้เลยแต่อย่างใด. แต่ผมได้เฝ้ามองมันและผมสามารถบอกคุณได้ด้วยเช่นกันว่า ผมได้เฝ้ามองสหรัฐอ เมริกาอย่างสิ้นหวัง พยายามที่จะหยุดยั้งและกระทั่งพยายามพลิกมันกลับไปและตัดจบมัน. ดังนั้น,การสู้รบแนวพรมแดนแบบลักปิดลักเปิดนี้กำลังบ่อนทำลายสันติภาพและเสถียรภาพ, คุกคามการเจริญเติบโตขึ้นมาอย่างรวดเร็วไม่พียงแค่ต่อจีนเท่านั้น แต่ต่อส่วนที่เหลือของภูมิภาคเอเชียไปด้วย, รวมทั้งหุ้นส่วนของจีนทั้งหลายเหมือนเช่นประเทศไทยและอย่างแน่ชัดว่าตัวกัมพูชาเองด้วย.  (The on-and-off border fighting disrupts peace and stability threatening the rapid rise of not only China but the rest of Asia with it. I live here. I’ve lived here my entire adult life. I have watched Asia rise together with China; in way the previous Western domination of the region just never would ever have facilitated. But I’ve watched it and I can also tell you I’ve watched the US desperately try to stop and even reverse it including close. So, the on-and-off border fighting is disrupting peace and stability threatening the rapid rise of not only China but the rest of Asia with it, including close Chinese partners like Thailand and obviously Cambodia itself.)

และผู้คนกำลังไปในจิตใจของพวกเขา, ผมได้พวกเขากำลังคิดโต้ค้านกับผมว่า, “ไบรอัน, ประเทศไทย ไม่ได้เป็นพันธมิตรใกล้ชิดกับจีน. แต่เป็นครับ. ประเทศนี้มีความสำคัญมากมายอย่างยิ่ง, มีคุณค่ามากมายอย่างกว้างไกลต่อจีนยิ่งไปกว่ากัมพูชาเป็น. และผมจะ, จะแสดงให้พวกคุณเห็นเป็นตัวเลขทั้งหลาย. ผมจะอธิบายมันทั้งหมดแก่คุณในขณะเลย.    (And people are going to in their minds I already know they’re arguing with me. ‘Brian, Thailand is not a close Chinese ally. It is. It is much more important, more valuable vastly uh partner to China than Cambodia is. And I will, I will show you the numbers. I will explain it all to you in just a moment.)

ความขัดแย้งนี้แสดงให้เห็นแทนถึงส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ ที่ได้มีการออกเอกสารจัดวางแผนการไปแล้ว และได้ถูกประยุกต์ใช้กับรัสเซีย ถูกหมายเอาว่าจะโดนปิดล้อมและกดดันไว้ทางเศรษฐกิจเอาไว้และสร้างสรรค์และขยายความขัดแย้งหลายอย่างที่เกิดขึ้นพร้อมกันไปตามแนวชายแดนเหล่านั้น. ยุทธศาสตร์นั้นได้ถูกวางไว้ลงรายละเอียดอย่างชัดเจนปี 2019 ในเอกสาร Rand Corporation ในชื่อว่า”การยืดขยายรัสเซีย”. ใช่, ชื่อเรื่องบอกว่า เป็นการขยายของรัสเซีย, แต่มันเป็นหนังสือคู่มือการเล่นเกมอันหนึ่ง ที่สหรัฐอเมริกาประยุกต์มาใช้อย่างสัมบูรณ์สุดกับทุกประชาชาติไปทั่วโลกที่เป็นเป้าหมายของอเมริกา. (The conflict represents part of a strategy already documented and being applied to Russia meant to encircle and contain it through economic pressure and the creation and expansion of multiple simultaneous conflicts along its periphery. The strategy was laid out in detail in the 2019 Rand Corporation paper titled Extending Russia. Yes, the title says extending Russia, but it is a playbook the US applies to absolutely every nation it targets around the globe.)

ยุทธศาสตร์นี้ได้ถูกวางออกมาในรายละเอียดในปี 2019  เอกสาร Rand Corporation ชื่อเรื่อง การยืดขยายรัสเซีย. ผมด้แสดงมันต่อคุณไปแล้วหลายครั้ง. ผมกำลังที่จะแสดงมันยต่อคุณซ้ำแล้ว, ซ้ำอีกบนจอในตอนนี้ ดังที่ผมดำเนินต่อไปในการอ่านสิ่วงนี้. และนั่นประกอบด้วยแผนการทั้งหลายที่จะยุแยงให้เกิดสงครามตัวแทนอันน้ายแนงถึงชีวิตขึ้นด้วยรัสเซียกับยูเครน ที่ไปต่อในการติดอาวุธให้กบถซีเรียผู้ซึ่งได้ปราบสำเร็จในการเอาชนะะรัฐบาลซึ่งรัสเซียหนุนหลังในซีเรียน เพราะการพยายามทั้งหลายที่จะเปลี่ยนอำนาจการปกครองในเบราลุสที่จะแสวงหาประโยชน์จากความขัดแย้งในเอเชียกลางและที่จะท้าทาย/คานอำนาจที่มีอยู่ของรัสเซียในทรานสนิสเตรีย ที่พวกเขาอ้างว่าเป็นมัลโดวาในสารบัญของเอกสาร.  (This strategy was laid out in detail in the 2019 Rand Corporation paper2 titled Extending Russia. I’ve shown it to you many times. I’m going to show it to you on, on the screen right now as I continue reading this. And includes plans to provoke a deadly proxy war with Russia and Ukraine to continue arming Syrian rebels who have since overthrown the Russian-backed government in Syrian for attempted regime change in Belarus to exploit tensions in the South Caucus to reduce Russian influence in Central Asia and to challenge Russia’s presence in Transnistria which they refer to as Moldova in the table of contents.)

2 Rand Corporation Paper คือเอกสารเผยแพร่ทางวิชาการและผลงานวิจัยจาก RAND Corporation ซึ่งเป็นสถาบันคลังสมอง (Think Tank) ระดับโลกที่ไม่แสวงหาผลกำไรจากสหรัฐอเมริกา เอกสารเหล่านี้ครอบคลุมหัวข้อหลากหลาย ตั้งแต่ความมั่นคงระดับชาติ นโยบายสาธารณะ สุขภาพ การศึกษา ไปจนถึงเทคโนโลยีอย่างปัญญาประดิษฐ์ 

ประเภทของเอกสารที่สำคัญ

1.       Papers (ชุดเอกสาร P-series): เป็นงานเขียนเชิงวิชาการที่จัดทำโดยนักวิจัยของ RAND ระหว่างปี 1948–2003 เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ในแวดวงวิชาชีพ มีความเป็นทางการน้อยกว่ารายงานวิจัยหลักและมักไม่ได้ผ่านการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) อย่างเข้มงวด

2.       Research Reports: รายงานวิจัยฉบับเต็มที่นำเสนอผลการวิเคราะห์ปัญหาเชิงนโยบายอย่างเป็นระบบ ซึ่งผ่านกระบวนการ Peer Review เพื่อความถูกต้องและเป็นกลาง

3.     Working Papers: เอกสารร่างเพื่อแบ่งปันผลการค้นพบล่าสุดและขอรับข้อเสนอแนะเบื้องต้นจากผู้เชี่ยวชาญก่อนจะจัดทำเป็นรายงานฉบับสมบูรณ์

4.       Research Briefs: สรุปย่อประเด็นสำคัญจากงานวิจัยขนาดใหญ่เพื่อให้ผู้กำหนดนโยบายเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็ว 

บทบาทและความสำคัญ

  • สนับสนุนการตัดสินใจ: งานเขียนของ RAND มุ่งเป้าไปที่การช่วยเหลือรัฐบาลและภาคเอกชนในการแก้ปัญหาซับซ้อนด้วยข้อมูลเชิงปริมาณและการวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ
  • ความน่าเชื่อถือ: RAND ได้รับการยอมรับในด้านความเป็นกลาง (Nonpartisan) โดยผลงานวิจัยส่วนใหญ่เปิดให้สาธารณชนเข้าถึงได้ฟรีผ่านทางเว็บไซต์ RAND's Official Website
  • นวัตกรรมทางความคิด: ในอดีตงานของ RAND มีส่วนสำคัญในการพัฒนาแนวคิดเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต, ระบบดาวเทียม และการวิเคราะห์ระบบ (Systems Analysis)

มันควรถูกเอ่ยถึงด้วยว่าทั้งหมดของทางเลือกทั้งหลายเหล่านี้มีไม่ว่าได้ถูกนำไปปฏิบัติหรือว่าเป็นอยู่ในกระบวนการของการถูกนำไปปฏิบัติ และนั่นคือ สหรัฐอเมริกากำลังแสวงหาที่จะนำกลยุทธ์เดียวกับนี้มาใช้กับจีนด้วยเช่นกัน. ผมได้ใช้ดเวลาหลายปีครอบคลุมเรื่องทั้งหมดนี้ในสิ่งทั้งหลายที่สหรัฐอเมริกากำลังทำต่อจีน, เป็นไปตามแผนการเหมือนเช่นเดียวกันนี้อย่างชัดเจน, ทั้งคู่มือวิธีเล่นเดียวกัน, แม่แบบเดียวกัน, อะไรก็ตามที่คุณชอบที่จะเรียกมัน.  (It should be mentioned that all of these options have either been implemented or are in the process of being implemented and that the US is pursuing an identical strategy in regards to China as well. I’ve spent years covering all the things the US is doing to China, following this exact same plan, the same playbook, template, whatever you prefer to call it.)

ในตอนต้นของเดือนฺธันวาคม,ต้นของเดือนนี้, ที่มูลนิธิสถาบัน โรนัลด์ เรแกน ฟาวน์เดชั่น แอนด์ อินสติติวท์, แล้ว, มันไม่ได้เป็นมูลนิธิ, และก็ไม่ได้เป็นสถาบันด้วยเช่นกัน, ได้เป็นเจ้าภาพเชิญประธานคณะดเสนาธิการร่วมสหรัฐอเมริกาคนปัจจุบัน, นายพลเอกแดน คายนิ์. เขามีตำแหน่งสูงสุดของเจ้าหน้าที่กองทัพบกสหรัฐอเมริกา ในปัจจุบัน. ในการพูดนั้น, เขาได้เอ่ยถึงเป็นพิเศษเฉพาะถึงยุทธศาสตร์สหรัฐอเมริกาที่กำลังดำเนินอยู่ในการที่จะยังคงรักษาความเป็นผู้นำโลกและเผชิญต่อการก้าวขึ้นมาของจีน. แล้ว, เขาก็ไม่ต้องอ่านอะไรในยุทธศาสตร์ความมั่นคงของชาติอีก. ทุกคนอื่นๆต่างอ้าง เอ่อ ประหกาศว่าสหรัฐอเมริกาได้ยอมแพ้ยกเลิกการแสวงหาความเป็นผู้นำโลกของตนไปแล้ว. ไม่เลย. ไม่มีใครได้บอกกับท่านนายพลคายนิ์, เขายังคงดูเหมือนว่า, คิดว่าสหรัฐอเมริกา มี เอ่อ พรมแดนไปทั้งทั่วโลกใบนี้. ถ้าคุณอ่านนโยบายความมั่นคงของชาติกันอย่างละเอียดระมัดระวังและอย่างเป็นกลาง, คุณจะเห็นได้ว่ามันตามความเป็นจริงได้พูดถึงเกี่ยวกับการธำรงวรักษาไว้ถึงความเป็นผู้นำโลกของ สหรัฐอเมริกาแบบโลกานุวัฒน์/ครอบคลุมไปทั่วโลก. อย่างง่ายๆในการทำมันผ่านทุกวิถีทางทั้งหลายที่แตกต่างกันไป. ปู  (Earlier in December, earlier this month, the Ronald Reagan Foundation and Institute, so it’s not the foundation, it’s also an institute, hosted current US chairman of the Joint Chiefs of Staff, General Dan Kaine. He is the highest-ranking US military officer in the US armed forces currently. In the talk, he specifically mentioned the ongoing US strategy to maintain global primacy and to confront a rising China. So, he must not have read the national security strategy. Everybody else claims uh declares the US is giving up its pursuit of primacy. No, nobody told General Kaine, he still seems to think the US is uh primacy around the globe. If you read the national security carefully and objectively, you will see that it is actually talking about maintaining actually expanding US primacy all around the globe. Simply doing it through different means.)

ในระหว่างการพูดนั้น, เขาได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนกว่า, “...และดังนั้นเมื่อเรามองที่การเพิ่มขึ้นมาของกองทัพจีน อะไรที่เป็นเป้าหมายของเราในกองกำลังผสมนี้ก็คือ การสร้างสรรค์สถานการณ์ยุ่งยากในการตัดสินใจขึ้นพร้อมๆกันหลายประการเป็นภาวะกลืนไม้เข้าคายไม่ออกให้กับฝ่ายตรงข้ามของเราทั่วทั้งโลก เอ่อ เพื่อที่ว่าพวกเขา เอ่อ ต้องระมัดระวังและเป็นกังวลอย่างมากเกี่ยวกับการทำบางอย่างที่จะนำ เอ่อ ความรู้สึกคุกคามใดๆมาสู่ประชาชนชาวอเมริกัน.”  (During the talk, he explicitly stated, “…and so when we look at the rise of the Chinese military what our goal in the joint force is to create multiple simultaneous dilemmas for all of the adversaries around the world uh so that they are uh very cautious and concerned about doing something that would bring uh any sense of threat to the American people.”)

ในขณะที่มันสามารถถูกโต้ค้านได้ว่าท่านนายพลคายนิ์ ได้หมายถึงขีดความสามารถทั้งหลายที่กองทัพสหรัฐอเมริกาจะสร้างสถานการณ์เช่นนั้นได้ เมื่ออยู่ในสมมติฐานท่ามกลางความขัดแย้งกับจีน, ผ่านการพูดย้ำซ้ำทวนของเขานี้ได้ไปเชื่อมโยงกับแนวความคิดของการสน้างสถานการณ์ความยุ่งยากวุ่นวาย เพื่อที่จะธำรงอำนาจความเป็นผู้นำทั้งหลายต่อทั่วทั้งโลกนั้น, ประกอบด้วยการแข่งขันทางปัญญาประดิษฐ์ที่ดำเนินอยู่อย่าวงดีทาวภายนอกอะไรก็คามที่เป็นความขัดแย้งของสหรัฐอเมริกากับจีนที่มีอยู่ในขณะที่สหรัฐอเมริกาได้กระทำต่อรัเซียมาหลายปี.  (While it could be argued that General Kaine meant dilemmas created by US military capabilities amid a hypothetical conflict with China, throughout the talk he repeatedly linked the concept of creating dilemmas to all domains of US geopolitical power, including the ongoing AI race well outside any ongoing US China conflict as the US has been doing to Russia for years.)

ดังนั้น, สหรัฐอเมริกาไม่ได้รอคอยที่จะสร้างสรรค์อะไรเหล่านี้ของสถานการณ์ยุ่งยากสำหรับรัสเซีย. พวกเขาไม่ได้รอให้มีความขัดแย้งบางอย่างกับรัสเซียเกิดขึ้นก่อน ที่ทำเรื่องนี้ต่อรัสเซีย. พวกเขาได้กำลังทำมันไปแล้ว. พวกเขาได้มีเอกสารนโยบายทั้งหมดวางออกมาตลอดทั้งหนทางทั้งหลายที่พวกเขาสามารถทำมันได้. และถ้าคุณได้ให้ความสนใจ, ตลอดทั้งหลายปีทั้งหมดที่พวกเขาได้ทำมันไปแล้ว. พวกเขากำลังทำสิ่งเดียวกันอย่างชัดเจนเดียวกันต่อจีน. และนี้คืออะไรที่ท่านนายพลคายนิ์กำลังพูดว่า, แม้ว่าถ้าเขาต้องการที่จะพยายามจะหมุนปั้นมันไปนหนทางที่ดูเหมือนว่าเขากำลังพูดถึงเรื่องอื่น.   (So, the US hasn’t waited to create these sorts of dilemmas for Russia. They haven’t waited for some conflict with Russia to do this to Russia. They are already doing it. They have an entire policy paper laying out all the ways they could do it. And if you have been paying attention, all the ways for years they have already done it. They are doing the same the exact same thing to China. And this is what General Kaine is saying, even if he wants to try to spin it in a way that seems like he’s talking about something else.)

ในหนทางมากมายทั้งหลาย, สหรัฐอเมริกาได้แสวงหานโยบายการยืดขยายไปหาจีนดังเช่นที่ระบุเผยเอาไว้ในเอกสารของ Rand ต่อรัสเซีย, แต่กำลังเล็งเป้าหมายจีนไปตามพรมแดนอาณาเขตของมัน. เอ่อ, อีกครั้ง, ผมได้ครอบคลุมในเรื่องนี้มานานหลายปีแล้ว ผมจะไปผ่านในบางตัวอย่าง.  (In many ways, the US is already pursuing an extending China policy as laid out in the Rand paper against Russia, but targeting China along its periphery. Uh, and again, I have covered this for years and I will go through some examples.)

สหรัฐอเมริกาได้หนุนหลังความขัดแย้งด้วยอาวุธทางด้านตะวันตกของประเทศไทยในเมียนมาร์, ที่ได้สนับกองกำลังทหารติดอาวุธเข้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน โครงการริเริ่มเข็มขัดและถนนของจีนที่ แบกนำไฮโดรคาร์บอนทั้งหลายจากชายฝั่งทะเลเมียนมาร์ไปยังพรมแดนจีนตอนใต้โดยทางท่อส่งทั้งหลาย. โครงสร้างพื้นฐานนี้ทำให้จีนได้ลัดผ่านช่องแคบมะละกา. สหรัฐอเมริกาได้วางแผนมามากมายหลายๆปีถึงตอนนี้, ที่จะปิดกั้นช่องแคบนี้เมื่อมีเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนเกิดขึ้น.  (The US already backs armed conflict to Thailand’s west in Myanmar, where it supports armed militants attacking Chinese Belt and Road Initiative infrastructure carrying hydrocarbons3 from Myanmar’s coast to China’s southern border composed of pipelines. The infrastructure allows China to bypass the straight of Malaga. The US has planned for many, many years now, to blockade in the event of an open US-China conflict.)

4 ฮโดรคาร์บอน (Hydrocarbon) คือ สารประกอบอินทรีย์ที่ประกอบด้วยธาตุคาร์บอน (C) และไฮโดรเจน (H) เพียงสองชนิด ซึ่งเป็นพื้นฐานของเคมีอินทรีย์ มีหลากหลายรูปแบบตั้งแต่แก๊ส ของเหลว ไปจนถึงของแข็ง (เช่น มีเทน, น้ำมันเบนซิน, พาราฟินแว็กซ์) เป็นส่วนประกอบสำคัญในเชื้อเพลิงฟอสซิล (น้ำมันดิบ, ก๊าซธรรมชาติ) และเป็นวัตถุดิบสำหรับพลาสติกและสารเคมีอื่นๆ  

ลักษณะสำคัญ:

  • องค์ประกอบ: 

มีเพียงคาร์บอน (C) และไฮโดรเจน (H) เท่านั้น. 

  • โครงสร้าง: 

อะตอมคาร์บอนเชื่อมต่อกันเป็นโซ่หรือวงแหวน มีพันธะเดี่ยว (อิ่มตัว) หรือพันธะคู่/สาม (ไม่อิ่มตัว) และมีไฮโดรเจนเกาะอยู่. 

  • แหล่งกำเนิด: 

พบมากในธรรมชาติ เช่น น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน. 

  • ประโยชน์: 

เป็นแหล่งพลังงานหลัก (เชื้อเพลิง) และเป็นวัตถุดิบผลิตสารเคมีต่างๆ เช่น ตัวทำละลาย พลาสติก. 

ประเภทหลัก (แบ่งตามพันธะ):

1.       สารประกอบไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัว (Saturated Hydrocarbons): 

มีพันธะเดี่ยวระหว่างคาร์บอนทั้งหมด (เช่น แอลเคน - Alkanes). 

2.       สารประกอบไฮโดรคาร์บอนไม่อิ่มตัว (Unsaturated Hydrocarbons): 

มีพันธะคู่หรือสามระหว่างคาร์บอน (เช่น แอลคีน - Alkenes, แอลไคน์ - Alkynes). 

3.       ไฮโดรคาร์บอนอะโรมาติก (Aromatic Hydrocarbons): 

มีโครงสร้างวงแหวนพิเศษ (เช่น เบนซีน). 

อ้างจากเอกสารนโยบายทั้งหลายของสหรัฐอเมริกา, สิ่งเหล่านั้นที่เป็นเช่นเดียวกันแม้ว่าบันทึกเอาไว้ว่าจะเป็นการปิดกั้นทางทะเลต่อความสำเร็จของจีน. โครงสร้างพื้นฐานตามโครงการริเริ่มเข็มขัดและถนนของจีนก็จำเป็นที่ต้องถูกทำความเสียหายร้ายแรงด้วยเช่นกัน. เอกสารหนึ่งกระทั่งเสนอแนะให้ทิ้งระเบิดใส่มันเมื่อมีการขัดย้งระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน เกิดขึ้น. ตอนนี้ชัดเจนแล้วว่าสหรัฐอเมริกาได้เริ่มต้นโจมตฺโครงสร้างพื้นฐานตามโครงการ ขถร.นั้นแล้ว โดยตัวแทน/ผู้ทำการแทน ก่อนที่ความขัดแย้งที่ว่าจะได้ปะทุขึ้น. (According to US policy papers, those same even noted that in order for a maritime blockade of China to succeed, China’s Belt and Road Initiative infrastructure would need to be severed as well. One paper even proposed bombing it amid any US-Chinese conflict. But it is clear now the US has already begun attacking Chinese’s the BRI infrastructure by proxy long before any such conflict erupts.)

และนี่คือบทความหนึ่ง, หนึ่งในมากมาย, ของการโจมตีโดยกองกำลังทหารที่สหรัฐอเมริกาหนุนหลังที่ในเมียนมาร์ ได้ดำเยิยการกับท่อส่งทั้งหลายเหล่านี้. (And here is an article, one of many of, one of many attacks these US-backed militants in Myanmar have carry out against this pipeline.)

          และในบทความนี้, พวกเขามีแผนที่หนึ่งและพวกเขาแสดงถึงชายฝั่งทะเลของเมียนมาร์. พลังงานนั้นเข้ามาจากตะวันออกกลาง. เรือทั้งหลายขนถ่ายมันที่นี่และมันถูกส่งตรงเข้าไปยังจีน. และนี้ทำให้จีนที่จะหลีกเลี่ยง เอ่อ สิ่งใดที่สหรัฐอเมริกาทำการปิดกั้นทางทะเลไว้, พูดได้ว่าที่ช่องแคบมะละกา(And in this article, they have a map and they show the coast of Myanmar. The energy comes in from the Middle East. The ships offload it here and it’s sent straight into China. And this allows China to avoid uh any sort of US maritime blockade, say at the Straight of Malaga.)   

 

 

          ทีนี้จากรายงานที่ผมได้เคยพูดถึงเรื่องนี้ที่นี่, บทวิจารณ์ของวิทยาลัยการสงครามทางเรือ 2018, การปิดล้อมทางทะเลเพื่อสกัดกั้นน้ำมันไปจีน. และแม้กระนั้นเองที่มันพูดว่าเป็นแค่กลยุทธ์ที่น่าสนใจ, แต่ได้มีจุดอ่อนในทางยุทธวิธี, พวกเขาได้ให้เหตุผลทั้งหมดว่าทำไมมันถึงมีจุดอ่อน. และแล้วพวกเขาก็ให้คำชี้แนะทั้งหลายในการที่จะหาทางหลบเลี่ยงมัน/กำจัดมัน. ดังนั้น, พวกเขาจึคงไม่ได้ต่อต้านความคิดนี้. พวกเขาแค่พูดเมื่อปี 2018 มีอุปสรรคขัดขวางกันอยู่มากมาย. ตั้งแต่นั้น, พวกเขาได้กำลังยุ่งอยู่กับการกำจัดพวกมันออกไป.  (Now the report that I’m talking about is this one here, Naval War College Review5 2018, a maritime oil blockade against China. And even though it says tactically tempting, but strategically flawed, they give all of the reasons why it’ flawed. And then they give suggestions in how to circumvent it. So, they’re not against the idea. They’re just saying in 2018 there were many obstacles. Since then, they’ve been busy removing them.)

          5  "Naval War College Review" แปลว่า "บทวิจารณ์วิทยาลัยสงครามทางเรือ" ซึ่งเป็นวารสารวิชาการด้านการทหารเรือของ สหรัฐอเมริกา ที่เน้นการวิเคราะห์ประเด็นทางยุทธศาสตร์ การทหาร และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สำหรับผู้ที่ทำงานในกองทัพเรือโดยเฉพาะ และยังเป็นที่รู้จักในภาษาไทยว่า "วารสารวิทยาลัยการทัพเรือ" หรือที่เทียบเคียงกับสถาบันระดับสูงของกองทัพเรือไทย (เช่น วิทยาลัยการทัพเรือ) เพื่อศึกษาศิลปะการสงครามและการตัดสินใจทางทหาร. 

รายละเอียดเพิ่มเติม:

  • ความหมายตรงตัว: Naval (นาวิกโยธิน/กองทัพเรือ) War (สงคราม) College (วิทยาลัย) Review (บทวิจารณ์/การทบทวน).
  • เนื้อหา: เป็นวารสารที่ตีพิมพ์บทความวิชาการ, บทวิจารณ์หนังสือ และบทวิเคราะห์เกี่ยวกับความมั่นคงทางทะเล, ยุทธศาสตร์, และประวัติศาสตร์การทหาร.
  • เทียบเคียงไทย: มีความคล้ายคลึงกับบทบาทของสถาบันการศึกษาสูงสุดของกองทัพเรือไทย อย่าง วิทยาลัยการทัพเรือ ที่ให้นายทหารระดับสูงได้ศึกษาความก้าวหน้าทางวิทยาการการทหาร. 

 

          และพวกเขาก็มแผนที่และพวกเขาก็แสดงให้เห็นทั้งหมดของจุดตอขวดทั้งหลายที่สหรัฐอเมริกาคต้องการที่จะปิดมันลงไป. และสหรัฐอเมริกาได้ยุ่งอยู่กับการนั้นไปแล้ว เอ่อ ติดตั้งกองกำลังหลายสิบพันที่ในเกาหลีใต้และญี่ปุ่น, อีกทั้งฟิลิปปินส์ แม้กระทั่งจังหวัดบนเกาะไต้หวันของมันเอง. พวกเขาได้ปรับแต่งรูปกองทัพเรือสหรัฐอเมริกาทั้งหมดเข้าไปสู่การต่อต้านการขนส่งกำลังทางเรือ ที่พวกเขาจะส่งไปประจำการในพื้นที่เหล่านี้เพื่อปฏิบัติการปิดกั้น และพวกเขาได้ใช้ตัวทำการแทนทั้งหลายที่จะลงมือไปแล้วในการโจมตี โครงสร้างพื้นฐาน โครงการริเริ่มเข็มขัดและถนน ที่ถูกคาดว่าจะทำให้จีนหลบเลี่ยงการปิดกั้นทางทะเลอย่างยิ่งนี้ได้. สหรัฐอเมริกากำลังเตรียมพร้อมที่จะบรรจุมันใหก้เข้าที่/เตรียมนำมาบังคับใช้. (And they have a map and they show all of the choke points that the US would want to close down. And the US already busy uh stationing tens of thousands f troops in South Korea and Japan, also in the Philippines, even on the island province of Taiwan itself. They have reshaped the entire US Marine Corps into an anti-shipping force that they will deploy to these other areas to implement this blockade and they are already using proxies to attack Belt and Road Initiative infrastructure that supposed to allow China to circumvent this very maritime blockade. The US is preparing to put into place.)