ฑะไล ลามะ - จะดำรงจิตให้สงบสันติอย่างไรในสภาวะความเครียด
How to maintain peaceful mind in stress+
https://youtu.be/47FjdAHsWco?si=k-FLZteAxt3ocfYy
พิธีกร: อรุณสวัสดิ์ขอรับ, พระคุณเจ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์, กระผม
ดาเนียล สเตเจมานน์ จาก หลุยสวิลลิ์ คลีเมนต์ สกูล. และกระผมต้องการจะทราบว่า
อย่างไรที่ใครผู้หนึ่งจะสร้างสรรค์ชีวิตอันเปี่ยมสันติอย่างมีน้ำหนักได้กับความตึงเครียดของมาตรฐานอย่างสูงทางวิชาการปและตารางการฝึกซ้อมกีฬาอันเข้มงวด?
(Good morning Your Holiness,
I’m Daniel Stegemann from Louisville Clement School. And I want to know how
would one create a peaceful life weighted with the stress of high academic
standards and rigorous sport schedules?
ฑะไล ลามะ: ฉันคิดอีกครั้งหนึ่งนะ, ฉันได้เอ่ยถึงก่อนหน้านี้และแล้ว,
แล้วก็ยังมีประเภทนี้ของอะไรที่ด้วยเช่นกันพวกเขาควรที่จะ, ฉันหมายความว่า
สาเหตุทั้งหลายนั้นที่นำมาซึ่งความเครียดที่ก็ยังมีความแตกต่างทั้งหลายด้วยอีกเช่นกัน.
ถ้าบางอย่างสูงส่ง, บางอย่างมีคุณค่าจริงๆ, มีค่าดังทองคำ, บางอย่างอะไรชนิดที่มีผลประโยชน์,
เป็นผลประโยชน์ต่อผู้อื่นทั้งหลายและกับตัวผู้นั้น แล้วก็มีอะไรแบบว่าบางความวิตกกังวลขึ้นมา,
บางความตึงเครียดนั้นก็เป็นสิ่งดี, นำมาซึ่งพลังงาน. พยายามมากยิ่งขึ้นนั่นเป็นสิ่งที่ดี. (I think again I mentioned before
and then, then also is the type of sort of what should they I mean the causes
which bring stress that also is the differences. If something noble, something really
valuable, valuable gold, something sorts of benefit, beneficial to others and
oneself then some sort of anxiety, some stress is good, bring more energy. More
effort that’s good.)
เอ่อ, แต่กระนั้นแล้วก็มักจะและแล้วคุณก็รับเอาความตึงเครียดนั้นที่เป็นสิ่งผิด
นั่นฉันคิดอีกครั้ง, คุณมองเห็นโดยพื้นฐานของทัศนคติว่า, ฉันควรจะพูดว่า,
อะไรประเภทคุณค่าทางวัตถุทั้งหลายนั้น รวมทั้งกีฬาทั้งหลาย หรือ เงิน หริอชื่อเสียง,
สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ เอ่อ เป็นสำคัญในอะไรเชิงวัตถุของสิ่งนั้น เอ่อ แล้วก็มีความตึงเครียดมากเกินไป.
(Uh, but then usually then you take that stress that was wrong
that I think again you see basically the attitude the, I would say, the
material sort of the values including sports or money or fame, these things uh
the be essentially materialistic sort of thing uh then too much stress.)
หรือว่าคุณอาจจะเห็นด้วย, หะหะ. ฉันรู้สึกว่านั่นค่อนข้างจะเป็นที่สูญเปล่า,
หะหะหะ. ดังนั้น, คุณค่าทางวัตถุเป็นอะไรที่คือสาเหตุในประโยชน์หน้าที่ซึ่งจำเป็น
แต่ในเวลาเดียวกัน, เราไม่ควรที่จะตกเป็นทาสของเงิน. เอ่อ, เงินควรนำมาซึ่งจิตที่สันติสุข
หรือจิตที่สบาย. กังวลวิตกมากเกินไปเนื่องเพราะเงินนั้นเป็นตรงกันข้าม...(พูดในภาษาทิเบต...)
(Or you may not agree, haha, I feel that’s quite wasteful, hahaha.
So, material value, material sort of cause the facility need but in the same
time, we should not become slave of money. Uh, money should bring peaceful mind
or comfortable mind. Too much worry due to money is opposite. (Speaks in Tibet….)
ล่าม: ดังนั้น, ถ้าคุณอีกครั้ง มันคือ เอ่อ
สภาวะทางจิตใจของผู้หนึ่งเอง, ถ้าผู้นั้น...(So, if you again it’s a um
a one’s own state of mind, if one…)
ฑะไล ลามะ: กาย, วาจา, ใจ ของคุณ, อย่างที่สุดที่ได้เสียสละไปเพื่อเงิน.
ผิด! เงินควรจะถูกรับใช้เพื่อความสะดวกสบาย,
สบายทางจิตใจ หรือสะดวกสบายทางกายภาพ, เหมือนเช่นนั้น. ดังนั้นแล้ว, มันเป็นเรื่องการศึกษาที่รับผิดชอบ
แล้ว... Your body, speech, mind, totally dedicated for money. Wrong!
Money should be serving comfort, mental comfort or physical comfort, like that.
So, it is so that education is responsible so…)
ล่าม: ...อีกครั้ง เอ่อ
เรากลับมาที่ เอ่อ บทบาทของการศึกษาและอย่างไรที่คนหนุ่มสาวทั้งหลายได้รับการศึกษา.
(…again uh we come back to the uh the role of education
and how youngers are educated.)
ฑะไล ลามะ: นั่นคือมุมมองของฉัน.
ขอบคุณ. ขอบคุณ. (That’s my
view. Thank you. Thank you.)
ผู้ถาม: อรุณสวัสดิ์ค่ะ,
พระคุณเจ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์. ดิฉันรีเบ็คคา เซาเออร์ จาก พรีเซนเตชั่น
อคาเดมี. อะไรคืออุปสรรคกีดขวางที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ท่านได้เผชิญหน้ามาถึงตอนนี้ในการเดินทางของท่านเพื่อส่งเสริมสันติภาพและอนุรักษ์วัฒนธรรมทิเบต?
(Good morning, Your
Holiness. I’m Rebecca Sour from Presentation Academy. What is the greatest
obstacle you have faced so far on your journey to promote peace and preserve
the Tibetan culture?
ฑะไล ลามะ: ฉันคิดว่าสันติภาพและในระดับโลกานุวัฒน์หรือเหตุแนยิ่งใหญ่กว่า,
เหตุของโลกล หนทางอันยิ่งใหญ่กว่า, ฉันคิดว่า, แล้วฉันคิดว่า ฉันรู้สึกว่าเป็นความไม่รู้
และขาดวิสัยทัศน์, การมองการณ์สั้น... ดังนั้นแล้ว,
หนึ่งในพันธสัญญาทั้งหลายของฉันคือการส่งเสริมคุณค่ามนุษย์. และก็ยัง,
ส่งเสริมความปรองดองทางศาสนา. ในทั้งสองด้านนี้,
ฉันคิดว่าอุปสรรคกีดขวางที่แท้จริงคือการขาดซึ่งความรู้, ขาดสติสัมปชัญยะ/คามยับยั้งชั่งใจ,
ขาดการมองการณ์ไหล. (I
think peace and global level or cause of the greater cause of the world level,
the greater way, I think then I think I feel ignorance. I really feel ignorance
and short sighted, short sighted, short sighted…. So, one of my commitments is
promotion of human value. And also, promotion of religious harmony. In these
two fields, I think the real obstacle is lack of knowledge, lack of sanity,
short sightedness.)
ดังนั้น, ฉันมักจะพยายามอธิบายนอยู่เสมอ. แล้วเกี่ยวกับทิเบต,
ฉันคิดอีกครั้งว่า...(So, I always try to explain. Then about Tibet, I
think again…)
ล่าม: ...คือที่จะพยายามให้การศึกษาต่อผู้คนอื่นๆเกี่ยวกับคุณค่าของวัฒนธรรมทิเบต.
เพราะว่าถ้าผู้คนไม่ได้นิยมชมชื่นต่อคุณค่านั้น,
แล้วอะไรก็คือพวกเดขาก็ไม่ได้มองเห็นถึงประเด็นของการปกป้องมันและการอนุรักษ์มัน. (…is to try to educate other people
about the value of Tibetan culture. Because if people don’t appreciate the value,
then what is they don’t see the point of protecting it and preserve it.)
ฑะไล ลามะ: คุณเห็นชาวทิเบตบางราย,
คุณเห็นนักศึกษาที่ดีและดีมากหแบบว่ามีศักยภาพกลายเป็นนักวิชาการ.
บางครั้งพวกเขาได้หยุดการศึกษาของพวกเขาและอพยพเข้าเมืองแบบผิดกฎหมายมาที่สหรัฐอเมริกา
เพื่อทำเงิน. (You see some Tibetan actually, you see some good
student and a very good sort of potential become scholar. Sometime they stop
their study and illegally immigrate to United States making money.)
ดังนั้น, ค่อนข้างมีจำนวนใหญ่เลยของชาวทิเบตผู้ที่อพยพเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายที่ยุโรปและอเมริกา.
ผู้คนเหล่านี้ไม่ได้เป็นการอนุรักษ์กับวัฒนธรรมทิเบต แต่แค่เป็นการเสาะหาดอลลาร์อเมริกันหรือเงินยูโรของยุโรป.
ใช่. ขอบคุณ. ขอบคุณ. (So, quite
large number of Tibetan who illegally immigrate to Europe and America. These
people not for preservation of Tibetan culture but just a seeking American
dollar or European euro. Yes. Thank you. Thank you.)
ฉันคิดว่าแคนาดานะ, เอ่อ, พวกเขาแบกเอาอะไรประเภทของการเคลื่อนไหวหรือบางการฝึกปฏิบัติ.
นักศึกษานี้ เอ่อ ไปยังครอบครัวเหล่านั้นที่ฉันเห็นว่าอยู่ในสภาวะยากจนและก็ยังในบางครั้งคุณเห็นผู้ปกครองชรา
เอ่อ และเด็กๆไปที่โรงเรียน และบางครั้งก็คุณนั่งลงที่นั่น หรือล้างทำความสะอาดสิ่งทั้งหลายเหล่านั้น.
เอ่อ, ผู้เป็นแรงจูงใจทั้งหลาย. เย้. (In I think Canada, uh they carry
some sort of movement or some practice. The student uh go to those family which
I see the poor condition and also sometimes you see the old parent uh and
children go to school and sometimes you sit there washing or cleaning these
things. Uh, motivators yeah.)
ผู้ถาม: และเขาเหล่านั้นผู้ที่ไม่สามารถจะทำได้ด้วยตัวพวกเขาเอง. (And those who are not able to do
this themselves.)
ฑะไล ลามะ: ดังนั้น, นักศึกษาบางรายก็ได้ไปยังครอบครัวอะไรแบบนั้นและได้ช่วยเหลือ,
รับใช้ เอ่อ แน่นอนว่าไม่, ไม่ใช่ตลอดเวลา, แต่คุณก็เห็น, หนึ่งครั้งต่อสัปดาห์บางอย่างเหมือนเช่นนั้น,
(อาสาสมัคร) ไม่ใช่ในพื้นฐานของอาสาสมัครนะ. ก็ด้วยเช่นกัน, ฉันคิดว่านะ, ฉันคิดว่านั่นดีมาก.
นี่นะ, นำความรู้สึกวิตกกังวลของเราไปใช้, ความรู้สึกอะไรแบบว่าที่เป็นความห่วงใยของเราต้อผู้อื่นทั้งหลาย
แล้วเช่นนั้น, ก็ยังคุณเห็น เอ่อ เมื่อคุณ เอ่อ
ไปเยี่ยมเยือนคุณได้เห็นครอบครัวยากจน, ครอบครัวที่มีความยุ่งยากลำบาก. (So, some student is to go such
sort of families and helping, serving uh of course not, not all time, but you
see, once a week something like that, (volunteer) not a volunteer basis. Also,
I think, I think very good. You see, implement our sense of concern, our sense
of sort of uh concern of others well then, also you see uh when you uh visit
you see the poor family, a difficult family.)
ฉันคิดว่าเหมือนบรรดาเหยื่อทั้งหลายของอะไรนี้ที่มันเป็น,
ตอนเวลาเกิดเหตุสีนามิ, ของเรื่องสึนามิ. เอ่อ, สถานที่บางแห่ง, ที่ทั้งหลายซึ่งครอบครัวยากจน.
ฉันคิดว่าคุณได้รับประสบการณ์บางอย่างมากยิ่งขึ้น. และแล้วก็นั่นเป็นความจริง เอ่อ
ไม่เพียงแค่เกี่ยวกับความเมตตากรุณา, การให้คุณค่าของความกรุณา แต่เป็นการได้นำเอาไปใช้นั่นด้วยเช่นกันฉันคิดว่า,
ฉิดว่าเป็นประโยชน์ยิ่ง, ได้รับประสบการณ์บางอย่าง. (I think like the victims of this
sort of what’s it, the day to tsunami, of the tsunami. Uh, some sort of the
places, the places poor family. I think you get more sort of experience. And
then that is the really uh not just to talk about compassion, value compassion but
implement that, that also I think, I think useful, gain some experience.)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น