หน้าเว็บ

วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ริชาร์ด วูลฟ์ฟ – 3 พื้นฐานประเภท ของ สังคมนิยม (1)

ริชาร์ด วูลฟ์ฟ – 3 พื้นฐานประเภท ของ สังคมนิยม (1)

Economic Update: 3 Basic Kinds of Socialism

          https://youtu.be/p7x7oVwhHok?si=4AKQ5nujqqDZ8MWd

          ยินดีต้อนรับเพื่อนทั้งหลาย สู่อีกตอนหนึ่งของรายการ “เศรษฐกิจ ทันเวลา” หนึ่งรายการตรอสัปดาห์ ได้อุทิศให้กับมิติทั้งหลายเชิงเศรษฐกิจของชีวิตทั้งหลายของเรา ปละผมคือพิธีกรรายการของคุณ ริชาร์ด วูลฟ์ฟ, ผมได้เป็นศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์มาตลอดชีวิตของผม และนั่นผมหวังว่าได้ช่วยให้ผมได้เตรียมพร้อมสำหรับการจัดทำรายการทั้งหลายนี้ได้เป็นอย่างดี. วันนี้ผมต้องการที่จะทำรายการชนิดพิเศษอันหนี่ง, รายการที่ขออุทิศให้กับหัวข้อเรื่องที่กำลังกลายเป็นยิ่งสำคัญมากขึ้นในโลก แต่อย่างพิเศษกับที่นี่ ในสหรัฐอเมริกา.   (Welcome friends to another edition of ‘Economic Update’ a weekly program devoted to the economic dimensions of our lives and I’m your host Richard Wolff; I’ve been an economics professor all my life and that I hope has helped me prepared for these programs. Today I want to do a special kind of program, a program devoted to a topic that is becoming more and more important in the world but particularly here in the United States.)

          ผมเอาเบาะแสงของผมมาจากโพล - ผลการสำรวจความเห็นโดยNBC และ the Wall Street Journal ผู้ที่ได้ทำงานร่วมกันกับเรื่องโพลเหล่านี้และโพลนี้ได้แสดงถึง 25% ของการลงคะแนนเลือกตั้งของคนอเมริกัน เชื่อว่าระบอบสังคมนิยมคือ คุณสมบัติที่น่าดึงดูดใจของผู้สมัคร ที่ผู้ลงคะแนนเสียงมองหาเมื่อตัดสินใจว่าจะเลือกใคร.  (I take my clue from a recent poll by NBC and the Wall Street Journal who worked together on these poles and this poll showed the 25% of voting Americans believe that Socialism is an attractive in a candidate when they think about who they’re going to vote for.)

          เอาละ, เรื่องนี้ทำเอาผมระเบิดประหลาดใจออกมาเลยหลังขากที่มีการประนามให้ร้ายระบบนี้อย่างไม่เคยสิ้นสุดมาครึ่งศตวรรษ และทุกอย่างที่ต้องทำกับระบอบสังคมนิยมที่ ¼ ของคนอเมริกันผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งรู้สึกว่าพวกเขาน่าที่จะถูกดึงดูดใจเข้าไปหาผู้สมัครผู้ที่บอกถึงตัวเขาหรือตัวเธอเองว่า “ฉันเป็นนักสังคมนิยม” และบอกพวกคุณอะไรบางอย่างถึงการเปลี่ยนแปลงอเมริกาโพ้นเลยไปจากการสำรวจอื่นหลายล้านที่อาจแสดงให้เห็น.   (Well, that kind of blew my mind after over half a century of endlessly demonizing and everything having to do with Socialism that 1/4 of the American voting population feels they would be draw to a candidate who said of himself or herself ‘I’m a socialist’ tells you something about change in America beyond what a million other surveys might show.)

แล้ว, ระบอบสังคมนิยมก็มาอยู่ในประเด็นวาระกันตอนนี้.  และดังนั้น, ผมคิดว่ามันอาจเป็นประโยชน์ที่จะกลายเป็นกระจ่างชัดยิ่งขึ้นกว่าการสนทนาส่วนใหญ่ในหัวข้อนี้ที่ได้พูดถึงว่าระบอบสังคมนิยมหมายถึงอะไร. ผมปรารถนาว่าผมสามารถนั่งอยู่ในที่นี้และบอกกับคุณว่านี้คือ คำจำกัดความของระบอบสังคมนิยม แต่ถ้าผมได้ทำเช่นนั้นแล้ว, คุณควรปิดรายการนี้แล้วออกไปที่อื่น เพราะว่าใครก็ตามที่บอกกับพวกคุณว่า นี่คือระบอบสังคมนิยม ที่ผ่านมาเป็นได้ไม่ว่าจะด้วยความไม่รู้หรือชี้นำคุณไปผิดๆ.  (So, Socialism is on the agenda. And so, I think it might be useful to become clearer than the most of the conversation has been about what Socialism means. I wish I could sit here and tell you that this is the definition of socialism but if I did such a thing, you should turn the program off and go elsewhere because anybody who tells you that this is Socialism is either ignorant or misleading you.)

ระบอบสังคมนิยมได้อยู่แถวนี้มาราว 150 ปี. มันได้แผ่ขยายอยู่ทั่วโลกและผลท้ายสุดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือการที่ผู้คนแตกต่างกันมีหมายความสิ่งทั้งหลายแตกต่างกันไปในคำนี้. นี่นะ, ระบอบทุนนิยมคืออะไรที่เราเรียกเศรษฐกิจที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา. มันก็ยังเป็นอะไรที่ผู้นำทั้งหลายแห่งซาอุดิอาระเบียเรียกระบบเศรษฐกิจของพวกเขา และมันก็ยังเป็นอะไรที่ผู้คนในไอร์แลนด์เรียกของพวกเขา และมันก็ยังเป็นอะไรที่ผู้คนในไนจีเรียเรียกของพวกเขา.    (Socialism has been around for 150 years. It has spread all over the world and the end result inevitably is that different people mean different things by that term. Look, Capitalism is what we call the economy in the United States. It’s also what the leaders of Saudi Arabia call their economic system and it’s also what the people in Ireland call theirs and it’s also what the people in Nigeria call theirs.)

เพราะเช่นนั้น, มันอย่างชัดเจนว่าสิ่งที่แตกต่างกันย่อมมีความหมายกับผู้คนที่แตกต่างกันไป. ดังนั้น, ผมต้องการที่จะอุทิศรายการตอนนี้ให้ตรวจสอบด้วยกันกับพวกคุณอย่างละเอียดใน 3 หนทางหลักของความคิดในเรื่องระบอบสังคมนิยม เป็นที่เข้าใจกัน. เพราะหนทางทั้งหลายเหล่านั้นยังคงมีส่วนสำคัญใช้การกันได้อยู่ในปัจจุบัน. หนทางทั้งหลายเหล่านั้นกำลังต้อสู้ฝ่าฟันหนทางออกมาจากกลุ่มของพวกเขาเองในแง่ของความเลื่อมใส และความรู้สึกและความคิดทั้งหลายของผู้คนทั่วโลก. และพวกเขากำลังที่จะก่อรูปอนาคตของพวกเรากัน.  (Therefore, it obviously means different things to different people. So, I want to devoted this program to going over with you the 3 major ways this idea of Socialism is understood. Because those ways are relevant today. Those ways are fighting it out amongst themselves in terms of the allegiance and feelings and thoughts of people around the world. And they’re going to shape our future.)

ดังนั้น, นี่คือประเภทแรก. มนมุมมองนี้, ระบอบสังคมนิยมต้องทำกับรัฐบาล. ถูกต้องแล้ว, รัฐบาลต้องเข้ามาและกำกับดูแล, ควบคุมภาคเอกชนของเศรษฐกิจระบอบทุนนิยม. ถูกต้องแล้ว, เศรษฐกิจที่ได้ถูกปกครองโดยการประกอบการเอกชน เป็นเจ้าของโดยพลเมืองเอกชนทั้งหลาย ผู้ที่ค้าขายซึ่งกันและกันในสถาบันที่ถูกเรียกว่าตลาด. ที่ซึ่งพวกเขาซื้อและขายแรงงานของพวกเขา, งานของพวกเขา, ผลผลิตของพวกเขา, การบริการของพวกเขา. นั่นถูกต้องแล้ว. มันเป็นเศรษฐกิจทุนนิยม, ตลาดทั้งหลายของกิจการเอกชน.   (So, here’s the first one. In this view, Socialism has to do with the government. That’s right, the government is to come in and regulate, control a private Capitalist Economy. That’s right, an economy governed by private enterprises owned by private citizens who trade with one another in an institution called the Market. Where they buy and sell their labor, their work, their products, their services. That’s right. It’s a Capital Economy, private enterprise markets.)

แต่อย่างแรกแรกนี้คือที่รัฐบาลได้ถูกนำเข้ามา, คือผู้คนบางรายหมายถึงระบอบสังคมนิยมเพราะสิ่งนั่น. และพวกเขาหมายถึงเป็นพิเศษเฉพาะว่า รัฐบาลได้ถูกนำเข้ามา, ในหนทางที่ชัดเจน. หมายเลขหนึ่ง. รัฐบาลได้เข้ามาที่จะกำกับดูแลอะไรที่กิจการเอกชนทั้งหลายทำ, เพื่อที่ว่าพวกเขาเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนน้อยลง และยังได้รับผลกำไร และคำนึงถึงประโยชน์ทางสังคมมากยิ่งขึ้น. นั่นคือทำไมค่าแรงขั้นต่ำคือบางอย่างที่นักสังคมนิยมทั้งหลายมักจะสนับสนุนเสมอ. มากมายบของพวกเขาต้องการให้มีการจำกัดทั้งหลายกับราคามากแค่ไหนที่ถูกขึ้นสูงได้(ควบคุมราคาสินค้า) โดยบริษัททั้งหลาย หรือกำไรทั้งหลายมากเท่าไหร่ที่สามารถถูกหาได้ของพวกเขา.  (But one in which the government is brought in, some people mean Socialism by that. And they mean particularly that the government is brought in, in a certain way. Number one. The government is to regulate what the private enterprises do, so that they are less self-serving, profited and are more socially concerned. That’s why they minimum wage is something socialists always supported. Many of them want there to be limits on how much prices can be raised by corporations or how much profits can be earned by them.)

และหมายเลขสองของเหตุผล. นักสังคมทนิยมทั้งหลายต้องการให้รัฐบาลเข้ามา, เพื่อกระจายความมั่งคั่งกันใหม่. เพราะว่าระบอบทุนนิยม มีแนวโน้มนี้ที่จะกระจุกความมั่งคั่งไว้ในมือคนเพียงไม่กี่คนและเอาเปรียบมวลชนส่วนใหญ่. ดังนั้น, นักสังคมนิยมต้องการให้รัฐบาลที่จะเข้ามา, ใช้ภาษีทั้งหลายและใช้การใช้จ่ายภาครัฐ, ที่จะทำการกระจายความมั่งคั่งสักเล็กน้อย, เพื่อสร้างสมดุลให้กับระบบที่พลิกเปลี่ยนความไม่เสมอภาคให้รวดเร็วยิ่งขึ้น.  แล้ว, เพื่อผู้คนเหล่านี้, ระบอบสังคมนิยมจึงหมายถึง การที่รัฐบาลเข้ามากำกับดูแลและเก็บภาษีทั้งหลายเพื่อที่จะทำอะไรกับสิ่งที่อาจเรียกว่า ระบอบทุนนิยมเพราะว่ามันปล่อยให้มันอยู่กับในธุรกิจ, ในมือของกิจการเอกชนและตลาดทั้งหลาย. แต่เราสามารถเรียกมันก็ได้ว่าเป็น ระบอบทุนนิยม ที่ไม่ได้มุ่งเน้นแค่กำไรสูงสุด แต่ให้ความสำคัญกับสวัสดิการสังคม. สวัสดิการสังคมของผู้คนทั้งหมด. (And the Second reason, Socialists want the government to come in, is to redistribute wealth. Because Capitalism has this tendency to concentrate wealth in very few hands and deprive the mass of people. So, the Socialists want the government to come in, using taxes and using government spending, to do a bit of redistribution, to equalize a system that turns unequal very quickly. So, for these people, Socialism means that the government comes in regulates and taxes to make what we might call Capitalism because it leaves it in the leaves business, in the hands of private enterprises and markets. But we could call it Capitalism with a human face capitalism with a certain welfare focus. Welfare of all the people.)

และนี่บางตัวอย่าง. เดนมาร์ค, นอร์เวย์, เยอรมนี, อิตาลี, ฝรั่งเศส, ประเทศทั้งหลายเหล่านั้นได้ถูกอ้างอิงถึงว่าเป็นเช่นนักสังคมนิยม. รัฐบาลทั้งหลายของพวกเขาบ่อยครั้งก็เป็นรัฐบาลที่มาจากพรรคสังคมนิยม และนั่นคืออะไรซึ่งพรรคทั้งหลายเหล่านั้นหมายว่าพวกเขาจะมีรัฐบาลที่ทำเรื่องการกำกับดูแลและกระจายรายได้นี้. นั่นคือหนึ่งแนวความคิดของระบอบสังคมนิยมทั่วโลก. มันค่อนข้างใกล้เคียงกับอะไรที่เบอร์นี่ แซนเดอร์ส หมายถึงที่ในสหรัฐอเมริกา หรืออะไรที่ เจเรมี คอร์บีน หมานถึงในสหราชอาณาจักร. (And here are some examples. Denmark, Norway, Germany, Italy, France, those countries are referred to as Socialist. Their governments are often governments of Socialist Parties and that’s what those parties mean that they will have the government do this regulating and redistributing. That’s one concept of Socialism around the world. It’s pretty close to what Birnie Sanders1 means in the United States or what Jeremy Corbyn2 means in Great Britain.)

1 เบอร์นี แซนเดอร์ส (Bernie Sanders) คือนักการเมืองและวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ จากรัฐเวอร์มอนต์ (ตั้งแต่ปี 2007) ชาวอเมริกันผู้มีแนวคิดสังคมนิยมประชาธิปไตย (Democratic Socialist) โดดเด่นด้านนโยบายก้าวหน้า ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ สนับสนุนประกันสุขภาพถ้วนหน้า และศึกษาฟรี ซึ่งเป็นที่นิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่

2 เจเรมี คอร์บิน (Jeremy Corbyn) เป็นนักการเมืองฝ่ายซ้ายชาวอังกฤษ (เกิดปี 1949) ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคแรงงานและผู้นำฝ่ายค้านในสหราชอาณาจักรช่วงปี 2015–2020 เขาเป็น ส.ส. เขตอิสลิงตันเหนือมาตั้งแต่ปี 1983 และมีบทบาทสูงในการขับเคลื่อนนโยบายสังคมนิยมประชาธิปไตย ก่อนจะถูกขับออกจากพรรคแรงงานและทำหน้าที่ ส.ส. อิสระ

แต่นี่ก็คือประเภทที่สอง. ในมุมมองที่สอง, ประเภทหนึ่งแรกนั้นไม่ไปไกลเพียงพอ เพราะว่า, ใช่, รัฐบาลได้เข้ามาและควบคุมสิ่งทั้งหลายและกระจายจ่ายแจกออกไป แต่มัน อยู่ในสงครามที่ยืดเยื้อไม่รู้จบ ซึ่งรัฐบาลมักจะเป็นฝ่ายแพ้อยู่เสมอให้กับภาคเอกชนเหล่านั้น ผู้ที่พยายามจะอยู่ห้อมล้อมการกำกับดูแลของรัฐบาล ผู้ที่พยายามจะอยู่ห้อมล้อมการขึ้นภาษีของรัฐบาล. เราทั้งหมดต่างคุ้นเคยกับตัวอย่างเหล่านั้นของบริษัททั้งหลายนั้นคือตัวอย่าง, อะเมซอน, ที่ทำกำไรได้หลายพันล้านเมื่อสองปีที่ผ่านมา และได้จ่ายภาษีเป็นศูนย์สัมบูรณ์สุดต่อสหรับอเมริกา. จริงแท้เลย, เมื่อปีที่ผ่านมานี้ พวกเขาได้รับคืนเงินภาษีไปกว่าร้อยล้านดอลลาร์.  (But here’s the Second one. In the second view, this first one doesn’t go far enough because, yes, the government comes in and control things and redistributes but it’s in a perpetual war which the government often loses with those very private enterprises who try to get around the government regulation who try to get around the government taxation. We’re all familiar with those examples of companies for example, Amazon3 which has earned billions in profits the last two years and paid absolutely no taxes to the United States. Indeed, this last year they’re getting a refund in excess of a hundred million dollars.)

3 Amazon เป็นบริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติชั้นนำของอเมริกาที่เน้นในด้านอีคอมเมิร์ซ คลาวด์คอมพิวติ้ง บริการสตรีมมิ่งดิจิทัล และปัญญาประดิษฐ์ ก่อตั้งโดย Jeff Bezos ในปี 1994 โดยเริ่มต้นจากการเป็นร้านขายหนังสือออนไลน์. 

ดังนั้น, เรารู้กันดีว่าบริษัทเอกชนเหล่านั้นทำทุกอย่างในอำนาจของพวกเขาที่จะใช้กำไรทั้งหลายของพวกเขา, ที่จะใช้อำนาจทางการเมืองของพวกเขาที่จะแก้, ที่จะหลบเลี่ยงการกำกับดูแลและกระจายรายได้ใหม่ทั้งหลายนั้นของระบอบสังคมนิยม. และสิ่งนี้นำไปสู่การที่นักสังคมนิยมบางรายจะได้บอกว่า เราต้องไปไกลขึ้นกว่านี้อีก. มันไม่ได้เพียงพอแค่การกำกับดูแลและกระจายรายได้ใหม่. รัฐบาลควนรจะลุยไปเลยให้เราตรงเข้ายึดกุมกิจการทั้งหลาย; ไม่ควรจะมีกิจการเอกชนกันอีกเพราะว่าเหล่านั้นมันมักจะถูกดำเนินกิจการไปเพื่อผลกำไรของเจ้าของเอกชน ถ้าคุณต้องการเศรษฐกิจที่จะรับใช้ทุกคน แล้วหลังจากนั้นก็กระทำแทนทุกคนร. รัฐบาลที่เราทั้งหมดเลือกตั้งมา อย่างน้อยที่สุดในทางทฤษฎีก็ควรจะเข้ายึดครองและดำเนินธุรกิจทั้งหลายเอง เพื่อที่พวกมันจะประพฤติตนอยู่ในหนทางที่ดีสำหรับทุกคน. และไม่มีสงครามที่ยืดเยื้อ/ไม่มีที่สิ้นสุดระหว่างรัฐบาลผู้กำกับดูแลและภาคเอกชนอีกต่อไป.  (So, we know that private corporations do everything in their power to use their profits to, to use their political power to undo, to evade all of those Socialistic regulations and redistributions. And this has led some Socialists to say you have to go further. It isn’t enough to regulate and redistribute. The government should here we go directly take over the enterprises; there shouldn’t be private enterprises because those will always be run for the profit of the private owner if you want the economy to serve everybody then the agent of everybody. The government that we all elect at least in the theory should take over and run the businesses so they behave in the way that’s good for everybody. And there isn’t this perpetual war between the regulating government and private enterprise.)

และข้อโต้แย้งอย่างเดิมก็พูดว่า เราไม่ควรจะยินยอมให้ตลาดเป็นผู้ตัดสินใจว่าใครจะได้อะไร เพราะว่าตลาดมักจะ มักจะมอบสิ่งที่หายากให้กับผู้ที่มีเงินมากที่สุดเสมอ. มันเป็นสถาบันสำหรับเหล่าผู้ที่ร่ำรวยและผู้ที่อาศัยอยู่ในหนทางนั้นโดยการใช้ตลาด. ดังนั้น, นักสังคมนิยมทั้งหลายเหล่านี้ไปไกลยิ่งขึ้นอีก, รัฐบาลควรที่จะเข้ายึดกิจการทั้งหลายอย่างชัดเจนเป็นเจ้าของและบริหารจัดการโรงงานทั้งหลาย, ร้านค้าทั้งหลาย และสำนักงานทั้งหลายเหล่านยั้น และแทนที่จะให้ตลาดเป็นผู้ตัดสินใจว่าใครจะได้อะไร มันควรจะได้ถูกวางแผนในเรื่องของอะไรที่เราต้องการเพื่อสังคมเป็นทั้งหมด.  (And the same argument says we shouldn’t allow the market to decide who gets what because the market always delivers whatever is scarce to the people with the most money. It’s an institution for those who are rich and who stay that way by using the market. So, these Socialists go further, the government should take over enterprises literally own and operate the factories, stores and offices and instead of the market decide who gets what it should be planned in terms of what we want for the society as a whole.)

ประเภทของสังคมนิยมทั้งหลายเหล่านี้ภายหลังยุคปี 1920 ได้ถูกตั้งชื่อว่า คอมมูนิสต์ส เพื่อส่งสัญญาณว่าพวกเขาได้ไปไกลเกินกว่าสังคมนิยมแบบอื่น เพื่อที่จะยึดเอาทุกอย่างผ่านเป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจ. ดังนั้น, บางผู้คนหมายถึงรัฐบาลระบอบสังคมนิยม ใช้การกำกับควบคุมระบอบทุนนิยมภาคเอกชน ดเพื่อที่จะทำมันเพื่อมนุษย์มากยิ่งขึ้น, เพื่อทำให้มันให้เกิดความไม่เสมอภาคน้อยลงยิ่งขึ้น. และผู้คนอื่นบอกว่า, ไม่, ไม่, ไม่. ระบอบสังคมนิยมหมายความสำหรับพวกเขาแล้วคือ รัฐบาลเข้ายึดกิจการทั้งหลายแล้ววางแผน. การกระจายผลที่ได้ออกมามากกว่าที่จะปล่อยมันสู่ตลาด และกลุ่มที่สองของสังคมนิยมนี้มักจะบ่อยครั้งไม่อยู่เสมอ แต่บ่อยครั้งได้เป็นคอมมูนิสต์สที่จะแสดงให้เห็นว่า อย่างไรที่พวกเขาได้แตกต่างไปจากกลุ่มประเภทแรกิ. และในประเภททั้งหลายเหล่านั้นของตัวอย่างทั้งหลายก็คือ สหภาพโซเวียต, สาธารณรัฐประชาชนจีน และส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ของพวกเขา, คิวบา. เวียตนาม, และทั้งหลายอื่น,คือตัวอย่างทั้งหลายนี้.  (These kinds of Socialists after the 1920s took the name Communists to signal that they went further than the other Socialists in order to take over through the government the apparatus of the economy. So, some people mean by Socialism government regulating a private Capitalism to make it more humane, to make it less unequal. And other people say, no, no, no. Socialism means for them that the government takes over the enterprise and plans. The distribution of output rather than leaving it to the market and this second group of Socialists often not always but often takes in the Communists to show how they’re different from the first group. And in those kinds of examples the Soviet Union, the People’s Republic of China and for parts of their history Cuba, Vietnam and so on, are examples.)

ทีนี้, เรามาเ ข้าไปสู่ประเภทที่สามของระบอบสังคมนิยม, ที่เข้าประกวดแข่งขันในโลกทุกวันนี้ ที่กลายเป็นประเภทที่สำคัญ, ที่กลายเป็นประเภทที่น่าเชื่อถือและน่าตามไปโดยผู้คนส่วนใหญ่ ที่จะเอาชนะความสนใจของพวกคุณด้วยเช่นกัน. และการเข้าถึงนี้เป็นหนทางของการเป็นวิวัฒนาการออกมาจากทั้งสองประเภทแรก , มันเป็นประเภทของวิวัฒนาการเชิงวิพากษ์อย่างหกนึ่ง เพราะว่ามันถูกทำให้ก้าวหน้าโดยผู้คนผู้ซึ่งมองเห็นบางคุณประโยชน์ในการกำกับดูแลของรัฐบาลระบอบสังคมนิยมประเภทแรก, รัฐบาลประเภทที่สองในการบริหารจัดการกิจการทั้งหลาย.  (Now, let’s get to the third kind of Socialism, that’s contesting in the world today to become the important kind, to become the kind believed in and followed by most people to win your interest as well. And this approach is in a way an evolution out of the other two, it’s a kind of critical evolution because it is advanced by people who see some merits in the first kind of Socialism Government regulation, the second kind government operating enterprises.)

แต่พูดได้ว่า เราไม่ได้คิกว่านั้นเพียงพอในหนึ่งหนทาง/วิธีการประเภทแรก และมันมากเกินไปในอีกประเภทที่สอง. นี่คืออย่างไรที่มันไม่เพียงพอเพราะว่ามันไม่ได้เปลี่ยนแปลงสถานที่ทำงาน. สถานที่ซึ่งมวลประชาชนได้ทำสิ่งเศรษฐกิจของพวกเขา, ใช้สมองและกล้ามเนื้อทั้งหลายที่จะเปลี่ยนรูปวัตถุทั้งหลายไปเป็นสินค้าและการบริการทั้งหลาย. เราทั้งหมดจำเป็นต้องการที่จะใช้ชีวิตทั้งหลายที่เราต้องการจะเป็น. มันไม่ได้เปลี่ยนแปลงมันอย่างเพียงพอ. ในขณะที่มันได้ทำบางอย่างมากเกินไป, มันได้ให้อำนาจมากเกินไปกับรัฐบาล. (But say we don’t think that’s enough in one way and it’s too much in the other here’s how it’s not enough because it doesn’t change the workplace. The place where the mass of people does their economic thing, using their brains and muscles to transform objects into the goods and services. We all need to live the lives we want to live. It doesn’t change it enough. Meanwhile it does something too much, it gives too much power to the government.)

ในฐานะรัฐบาลมีอำนาจมากที่จะกำกับดูแลและกระจายรายได้, เอาแค่ว่ารัฐบาลที่ได้ยึดครองและปฏิบัติการเป็นรัฐบาลที่บริหารความเสี่ยงให้กับเรา. นั่นจะช่วยได้มากกว่าสิ่งทั้งหลายของเศรษฐกิจเหล่านี้กำลังใช้อำนาจของมันเพื่อควบคุมทางการเมืองและวัฒนธรรมของสังคม ซึ่งเราได้เหก็นกันมาตลอดและเราไม่ต้องการมันอีก.  เอาละ, แล้วสังคมนิยมประเภทเหล่านี้มีจุดเพ่งเน้นใหม่สำหรับพวกเขา ว่าอะไรที่ทำความแตกต่างอย่างแท้จริง. อะไรที่จะนำเราโพ้นเลยระบอบทุนนิยม และเป็นหนทางที่ดีกว่าในการรวมตัวกันในสังคม, เพ่งเน้นอยู่กับกิจการทั้งหลาย, สถานที่ทำงานทั้งหลาย. และมันไปแบบนี้.  (As the government that has this much power to regulate and redistribute, let alone a government that takes over owning and operating is a government that runs us the risk. That it’ll do a lot more than these economic things using its power for political or cultural controls of a society that we have seen and we don’t want again. Well, then these kinds of Socialists have a new focus for them what will really make a difference. What will take us beyond Capitalism and be a better way of organizing society, focuses on the enterprise, the workplace. And it goes like this.)

เรามีระบบเศรษฐกิจที่เรามีด้วยจุดดีทั้งหลายของมันและจุดเลวทั้งหลายของมันในภาคส่วนขนาดโตใหญ่. เพราะว่าเราไม่ได้ยินยอมให้ประชาธิปไตยเข้ามาในสถานที่ทำงาน. และนักสังคมนิยมทั้งหลายเหล่านี้บอกว่าระบอบทุนนิยมไม่เคยได้ทำเช่นนั้น, ระบอบทุนนิยม เป็นรูปแบบการจัดระเบียบองค์กรแบบลำดับชั้น โดยมีกลุ่มคนเพียงไม่กี่คนเป็นเจ้าของ, คือผู้ถือหุ้นที่ได้มีก้อนโตของหุ้นทั้งหลายนั้น. พวกเขาได้ดำเนินกิจการทุนนิยมทั้งหลายที่มวลผู้คนเราไม่ได้เข้าไปควบคุมมันได้เลย. และพวกเขาดำเนินการมันเพื่อพวกเขาและการเปลี่ยนแปลงสังคมที่จะทำให้มันดีขึ้น ก็คือการที่จะมีผู้คนซึ่งทำงานอยู่ในกิจการทั้งหมดของพวกเขา, หนึ่งคน-หนึ่งเสียง, มีการควบคุมเชิงประชาธิปไตยของสถานที่ทำงาน ดุจดังเป็นความสำคัญเท่ากับการมีการควบคุมเชิงประชาธิปไตยของชุมชน ที่ซึ่งเราอาศัยอบู่ข้างใน. เพื่อนบ้านที่พวกคุณได้มีอยู่ในนั้นและอะไรอื่น.   (We have the economic system we have with its good points and it’s bad points in large part. Because we don’t allow democracy into the workplace. And these Socialists say Capitalism never did that Capitalism is a hierarchical way of organizing an enterprise a few people the owner, the shareholder who had the big blocks of shares. They run capitalist enterprises the mass of us has no control at all. And they run it for them and change society to make it better is to have the people who work in an enterprise all of them, one-person one-vote, have democratic control of the workplace as just as important as having democratic control of the community in which you live in. The neighborhood in which you exist and so on.)

ระบอบสังคมนิยมประเภทนี้คือ การเพ่งเน้นในระดับจุลภาค. เรามาพูดคุยกันไม่แค่เพียงรัฐบาลกับกิจการภาคเอกชนกันเท่านั้นกัน. เราไม่รังเกียจกิจการภาคเอกชนทั้งหลาย; รัฐบาลไม่จำเป็นต้องไปควบคุมทุกสิ่งทุกอย่าง. คงต้องมีการประสานงานเข้าด้วยกันบ้าง. แต่วาระประเด็รนใหญ่ำหรับเราพูดได้ว่าสังคมนิยมทั้งหลายเหล่านี้คือการเปลี่ยนรูปร่างของสถานที่ทำงาน, กระบวนการปรับตัวเข้าหากันทางสังคมของสถานที่ทำงาน. ดังนั้น, มันกลายเป็นชุมชนที่ดำเนินการอย่างประชาธิปไตย มากกว่าบางอย่างที่ดำเนินการโดยจำนวนเล็กๆของผู้คน ผู้ซึ่งเน้นเพียงแค่ผลกำไรของพวกเขา, สิ่งที่เรียกว่าผลกำไรขั้นสุดท้ายสำหรับพวกเขา แทนที่จะเป็นชีวิตที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน.  (This kind of Socialism is micro focused. It says, let’s not talk only the government and private enterprise. We don’t mind private enterprise; the government doesn’t have to control everything. There has to be some coordination. But the big issue for us say these Socialists is the transformation of the workplace, the Socialization of the workplace. So, it becomes a community run democratically rather than something run by a small number of people who put their benefit, the so-called bottom-line as profits for them rather than a good life for everybody.)

โอเค. ประเภทเหล่านั้นของระบอบสังคมนิยมกำลังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ในแต่ละประเภทซึ่งกันและกันเพื่อเรียกร้องความสนใจจากพวกคุณ และคว่ามจงรักภักดีของพวกคุณให้อยู่กับความสนใจนั้น. ระบอบสังคมนิยมไม่ได้หมายถึงว่าคุณคือผู้เชื่อถืออย่างจำเป็นยิ่งต่อหนึ่งในประเภทนั้นหรือไม่ก็อีกประเภทหนึ่ง. สังคามทั้งหลายเชิงสังคมนิยม ได้ผสมปนเปกันในเรื่องหน้าที่ในการควบคุมของรัฐ เข้ากับหน้าที่ในการเป็นเจ้าของกิจการของรัฐ. อะไรคือสิ่งที่การทดลองส่วนใหญ่ยังไม่ได้ทำจริงๆ ก็คือ การลองใช้ 'สังคมนิยมในอีกรูปแบบหนึ่ง' ที่ทำการปฏิวัติขึ้นในสถานที่ทำงาน. นำเอาประชาธิปไตยไปสู่สถานที่ทำงานเพื่อเป็นครั้งแรก และพูดได้ว่าหนทางนั้นที่จะไปไกลเลยโพ้นจากข้อจำกัดทั้งหลายของระบอบทุนนิยม. ความไม่เสมอภาคทั้งหลายของมัน. ความไม่เสถียรภาพทั้งหลายของมัน. ความไม่ยุติธรรมทั้งหลายของมัน.  (Ok. Those kinds of Socialism are arguing with one another for your attention and your allegiance to be interested in. Socialism doesn’t mean you’re necessarily the believer of one or the other. Most real Socialist societies have mingled the control world of function of government with the ownership function of government. What most experiments have not done is really tried that other kind of Socialism that revolution is the workplace. Brings democracy to the workplace for the first time and says that’s the way to get beyond the limits of Capitalism. Its inequalities. its instabilities. Its injustices.)

ดังนั้น, คำถามที่กำลังต่อสู้กันอยู่นี้ ไม่ใช่คำถามเรื่องทุนนิยมปะทะกับสังคมนิยม หรืออย่างน้อยที่สุด มันไม่ใช่แค่ที่ว่านี้เท่านั้น มันก็ยังเป็นการดิ้นรนต่อสู้ที่กำลังดำเนินต่อไปในท่ามกลางความแตกต่างกันกับคำจำกัดความทั้งหลายเหล่านี้ และความหมายทั้งหลายขอ

ระบอบสังคมนิยม ที่เป็นความสำคัญเท่าๆกับต่ออะไรที่กำลังดำเนินไปที่เรียกกดันสว่า การต่อสู้ระหว่างระบอบทุนนิยม กับ ระบอบสังคมนิยม. นั่นช่างเปแนที่สิกฤติเหลือเกินกันมาตลอดรน้อยปที่ผ่านมา.   (So, the question that’s being fought out is not the question Capitalism versus Socialism or at least it’s not only that it’s also a struggle going on among these different definitions and meanings of Socialism that are just as important to what’s going on as the so-called struggle between Capitalism and Socialism. That was so crucial in the last hundred years.)

เรามาถึงต้อนสุดท้ายของครึ่งแรกของรายการ”เศรษฐกิจ ทันเวลา”อันนี้. จงอยู่ไปกับเรา, จะมีการสนทนากันต่อไปอีกเมื่อเรากลับมา. และได้โปรดจำที่จะสนับสนุนเราบน YouTube, “เศรษฐกิจ ทันเวลา” จำเป็นต้องการสนับสนุนทั้งหลายของพวกคุณ. มีใช้งานทำกันได้ที่เว็บไซท์ของเรา “democracyatwork.info” หรือ “ RD Wolff.co,” มี F สองตัวและโดยเสมอๆ, คำขอบคุณอย่างยิ่งของเราต่อชุมชน ‘PATREON.COM’ ที่ได้สนับสนุนเราด้วยการมีส่วนร่วมได้เสียกับเราแต่ก็ยังผลักดันสนับสนุนการทำงานของเรามาอย่างเต็มที่. ขอขอบคุณจากเรา.  (We come to the end of the first half of ‘Economic Update,’ stay with us there will be a continuation of this conversation when we come back. And please remember support us on YouTube Economic Update needs your support. There makes use of our websites ‘democracyatwork.info’ and RD Wolff, with two Fs, dot com and as always, our special thanks to the ‘PATREON.COM’ community that supports us with its interests and it’s active encouragement for what we do, Our thanks.)

...มีต่อ (2)...

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น